เว็บไซต์ฟอร์บส์เผยแนวโน้มเทคโนโลยีที่มีแนวโน้มจะเกิดขึ้น และเข้ามามีอิทธิพลต่อชีวิตประจำวันของประชาคมโลกในปี 2566 ที่มาถึง ดังนี้

ปัญญาประดิษฐ์ทุกแห่งหน
ระบบปัญญาประดิษฐ์หรือเอไอจะถูกนำมาใช้มากขึ้น โดยเฉพาะตามองค์กรขนาดใหญ่และธุรกิจทั่วไป ทำให้การบริการและการจำหน่ายสินค้ามีประสิทธิภาพมากขึ้น

ตัวอย่างธุรกิจที่นำเอไอเข้ามาใช้แล้ว เช่น Stitch Fix บริษัทขายเสื้อผ้าในสหรัฐอเมริกาและอังกฤษ ซึ่งมีอัลกอริทึมแนะนำสินค้าและขนาดที่ลูกค้าอาจชื่นชอบ

เอไอยังส่งผลให้แนวโน้มธุรกิจขนส่งเติบโต รวมถึงการชำระเงินแบบไม่ใช้เงินสดจะเพิ่มสูงขึ้นอีกในปีหน้า รวมถึงการชำระสินค้าล่วงหน้าและเดินทางไปรับที่ร้านสาขาด้วยที่จะกลายมาเป็นเรื่องปกติทั่วไป

ตลอดจนการใช้เอไอบริหารจัดการจำนวนสินค้าในคลัง ดังนั้น บรรดาผู้ประกอบการจำเป็นที่จะต้องทำตัวให้ชินกับการทำงานร่วมกันกับเอไอและหุ่นยนต์ในปีหน้า

จักรวาลนฤมิต (เมตาเวิร์ส)
เมตาเวิร์ส หรือรูปแบบการใช้อินเตอร์เน็ตที่มีความหลอมรวมกับผู้ใช้ จะก้าวหน้ามากขึ้นทั้งในแง่เพื่อการทำงาน ความบันเทิงและการเข้าสังคมออนไลน์ ผู้เชี่ยวชาญคาดว่า เมตาเวิร์สจะทำให้เศรษฐกิจโลกมีมูลค่าสูงขึ้นอีกกว่า 5 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือกว่า 173 ล้านล้านบาทภายในปี 2573 ซึ่งปีหน้าจะเป็นปีที่โลกได้เห็นทิศทางของเทคโนโลยีชนิดนี้ชัดเจน

ความก้าวหน้าดังกล่าวส่วนหนึ่งเป็นผลจากการพัฒนาขีดความสามารถของเทคโนโลยีทะลุมิติวีอาร์ (Virtual Reality) เทคโนโลยีหลอมมิติ (Augmented Reality) โดยหนึ่งในพื้นที่ที่ น่าจับตาจะเป็นสังคมการทำงานแบบใหม่ที่พนักงานมาอยู่ร่วมกันในโลกเมตาเวิร์สเท่านั้น

ตัวอย่างเกิดขึ้นในองค์กรยักษ์ใหญ่ด้านไอทีแล้ว อาทิ ไมโครซอฟท์และเอ็นวิเดีย ที่อยู่ระหว่างพัฒนาแพลตฟอร์ม เมตาเวิร์สสำหรับการทำงานร่วมกันผ่านโลกดิจิตอล

นอกจากนี้ความก้าวหน้าของภาพอวตาร (Avatar) ที่เป็นภาพแทนตัวผู้ใช้ในโลกเมตาเวิร์สจะสมจริงมากขึ้นด้วย โดยจะสามารถทำให้ภาพอวตารนั้นมีลักษณะใกล้เคียงตัวจริง รวมถึงการแสดงออกท่าทางต่างๆ สมจริงมากขึ้น

เทคโนโลยีเหล่านี้ เอกชนบางแห่งนำมาใช้จริงแล้ว โดยเฉพาะ VR และ AR เพื่อใช้ในการฝึกอบรมพนักงาน รวมถึงแพลตฟอร์มออฟฟิศอย่าง Nth Floor เพื่อให้ฝ่ายบุคคลสามารถทำงานในสภาพแวดล้อมออนไลน์ได้โดยไม่ต้องเดินทางไปสำนักงาน

ก้าวต่อไปของเว็บ 3.0
วิวัฒนาการขั้นต่อไปของเว็บไซต์ยังเกิดขึ้นต่อเนื่องในปีหน้าด้วยความก้าวหน้าของเทคโนโลยีบล็อกเชน ทำให้อินเตอร์เน็ตมีความปลอดภัยด้านข้อมูลส่วนบุคคลมากขึ้นเนื่องจากการกระจายข้อมูลออกจากศูนย์กลาง

ยกตัวอย่าง การเก็บข้อมูลส่วนตัวไว้บนคลาวด์ในเว็บ 2.0 ที่จำเป็นต้องมีดาต้าเซ็นเตอร์เป็นศูนย์เก็บข้อมูลอยู่ใดบนโลก สักแห่ง หากมีการกระจายข้อมูลแบบเว็บ 3.0 ก็จะใช้เทคโนโลยีบล็อกเชน คือ การแบ่งเก็บข้อมูลไว้เป็นหลายๆ บล็อก กระจายไปทั่วศูนย์ข้อมูลทำให้ปลอดภัยมากขึ้น

สินทรัพย์ดิจิตอลแบบใหม่อย่างเอ็นเอฟที (Non-fungible tokens-NFTs) ซึ่งเป็นเหรียญดิจิตอลที่ไม่สามารถทดแทนได้จะสามารถใช้ได้เป็นวงกว้างมากขึ้น นำไปสู่การเพิ่มมูลค่าสินค้าดิจิตอล

โลกจริงเชื่อมโลกดิจิตอล
แนวโน้มการเชื่อมโยงระหว่างโลกจริงกับดิจิตอลจะยังคงก้าวหน้าต่อไปในปี 2566 โดยมีเทคโนโลยี 2 ชนิดที่จะเป็นหัวใจหลัก ได้แก่ ดิจิตอล ทวิน (การจำลองสิ่งใดๆ ที่มีจริงในโลกดิจิตอล) และการพิมพ์แบบ 3 มิติ

เทคโนโลยีดิจิตอล ทวิน ส่งผลให้มนุษย์สามารถทดลองการสร้างหรือกระบวนการต่างๆ ในโลกดิจิตอลได้โดยไม่ต้องเสี่ยงอันตรายในโลกจริง มีประโยชน์อย่างยิ่งในแวดวงสถาปนิกและวิศวกร คาดว่าจะถูกนำมาใช้แพร่หลายในอุตสาหกรรมรถยนต์ เครื่องกลหนัก และการแพทย์แม่นยำ

การทดสอบจากสภาวะจำลองในโลกดิจิตอลทำให้ผู้เชี่ยวชาญสามารถแก้ไขปัญหาด้วยการดัดแปลง ตัดแต่ง ต่อเติม ผ่านการพิมพ์แบบ 3 มิติ ที่จะผลิตชิ้นส่วนดังกล่าวออกมาแก้ไขปัญหาในโลกจริงได้ทันที

ธรรมชาติดัดแปลง
ปี 2566 โลกจะมีธรรมชาติที่ถูกดัดแปลงด้วยการตัดต่อยีนส์ มากขึ้น ตั้งแต่พืชไปจนถึงการกำเนิดวัสดุแบบใหม่ อาจรวมถึงมนุษย์ที่ผ่านการดัดแปลงพันธุกรรมด้วย เนื่องจากความก้าวหน้าของเทคโนโลยีนาโนทำให้มนุษย์สามารถสร้างนวัตกรรมและคุณสมบัติใหม่ให้กับสิ่งต่างๆ ได้

หนึ่งในเทคนิคที่จะถูกนำมาใช้มากเป็นเทคนิคการตัดแต่งยีน CRISPR-Cas9 ที่เพิ่งได้รับรางวัลโนเบลสาขาเคมีไปเมื่อปี 2563 แม้ถูกพัฒนาขึ้นมานานแล้ว แต่ก็จะยังถือเป็นหัวใจหลักของการดัดแปลงธรรมชาติด้วยการตกแต่งสารพันธุกรรมหรือดีเอ็นเอ

การดัดแปลงยีนเหมือนกับการตกแต่งประโยคอย่างการ นำเอาคำใดคำหนึ่งออกไปแล้วใส่คำใหม่เข้ามาแทนที่ ทำให้อาจรักษาโรคภูมิแพ้ได้ ทำให้พืชทนต่อสภาพแวดล้อมที่ไม่เคยทนได้ หรือแม้กระทั่งเปลี่ยนสีนัยน์ตาของมนุษย์ได้

การพัฒนาควอนตัม
ชั่วโมงนี้หลายประเทศทั่วโลกกำลังเร่งพัฒนาเทคโนโลยี ควอนตัม โดยเฉพาะคอมพิวเตอร์ควอนตัมที่ใช้หลักการระดับเล็กกว่าอะตอมมาแทนที่หลักการคำนวณที่ใช้ในคอมพิวเตอร์ปัจจุบัน คาดว่าจะทำให้คอมพิวเตอร์แบบใหม่นี้มีความเร็วในการประมวลผลมากขึ้นกว่าคอมพิวเตอร์ปัจจุบันหลายล้านล้านเท่า

หนึ่งในสิ่งที่น่าจับตามองคือ อันตรายจากคอมพิวเตอร์ ควอนตัมที่จะส่งผลให้ระบบการรักษาความปลอดภัยดิจิตอลแบบปัจจุบันนั้นล้าสมัยไปทันที เนื่องจากความสามารถในการเจาะทะลวงระบบ ซึ่งมหาอำนาจอย่างสหรัฐอเมริกา อังกฤษ จีน และรัสเซีย กำลังทุ่มงบเร่งพัฒนา

พลังงานสะอาด
หนึ่งในความท้าทายปีหน้าที่มนุษยชาติต้องเผชิญมากขึ้น เป็นปัญหาสภาพภูมิอากาศเปลี่ยนแปลง หรือโลกร้อน ซึ่งมนุษย์ยังคงกระเสือกกระสนที่จะสกัดกั้นการเพิ่มขึ้นของก๊าซก่อโลกร้อนไม่ให้อุณหภูมิเฉลี่ยของโลกเพิ่มสูงกว่า 1.5 องศาเซลเซียส มิฉะนั้นจะสายเกินแก้ไข

นวัตกรรมด้านพลังงานใหม่จะมีออกมาให้ชมกันต่อเนื่อง ในปี 2566 อาทิ พลังงานไฟฟ้าจากไฮโดรเจนซึ่งใช้น้ำเป็นแหล่งพลังงาน ขณะที่บริษัทพลังงานใหญ่ๆ อย่าง เชลล์ และอาร์ดับเบิลยูอี กำลังเร่งวางสายไฟเชื่อมกังหันลมทะเลเหนือเข้ากับวงจรไฟฟ้าชุมชนในสหราชอาณาจักร

โครงข่ายพลังงานไฟฟ้าแบบเลิกรวมศูนย์จะมีให้เห็นมากขึ้นด้วยในปีหน้า เนื่องจากลงทุนด้านการผลิตไฟฟ้าและแหล่งสะสมพลังงานน้อยกว่าแบบรวมศูนย์ (เช่นการติดแผงพลังงานสุริยะตามบ้าน) ทั้งยังเป็นประกันระบบไฟฟ้ากรณีที่โครงข่ายหลักเกิดขัดข้องด้วย

หุ่นยนต์ใกล้เคียงมนุษย์
ความก้าวหน้าเทคโนโลยีหุ่นยนต์จะทำให้พวกมันมีรูปร่างและวิธีคิดเหมือนกับมนุษย์มากขึ้นไปอีกในปีหน้า และอาจถูกนำมาใช้จริงในงานบริการ เช่น หุ่นยนต์ต้อนรับ บาร์เทนเดอร์ และหุ่นดูแลผู้สูงอายุ รวมถึงการทำงานในโกดังสินค้าและการขนส่งสินค้า

หนึ่งในเอกชนที่กำลังเร่งคิดค้นพัฒนาหุ่นยนต์ที่รูปร่างและความสามารถใกล้เคียงกับมนุษย์ คือ เทสล่า ซึ่งนายอีลอน มัสก์ มหาเศรษฐีนักประดิษฐ์ชาวอเมริกันก่อตั้งขึ้น และเพิ่งเปิดตัวหุ่น “ออพติมัส” ไปเมื่อเดือนก.ย.ที่ผ่านมา คาดว่าจะพร้อมจำหน่ายในอีก 3-5 ปีข้างหน้า

ระบบขับเคลื่อนอัตโนมัติ
พาหนะขับเคลื่อนอัตโนมัติจะมีความก้าวหน้ามากขึ้น และถูกนำมาใช้อย่างแพร่หลายโดยเฉพาะในระบบขนส่งสินค้า รวมถึงรถบรรทุกและเรือสินค้าจะเริ่มแพร่หลายมากขึ้นด้วย รวมถึง โดรนส่งของเมื่อผู้ซื้อสั่งซื้อสินค้าทางอินเตอร์เน็ต

นวัตกรรม-สำนึกรักษ์โลก
ประชาคมโลกในปี 2566 จะมีสำนึกในการอุปโภคบริโภคมากขึ้น โดยจะให้ความสำคัญถึงที่มาของสินค้า กระบวนการผลิตที่ไม่ก่อให้เกิดมลภาวะ เช่น อุปกรณ์อัจฉริยะทั่วไปที่ต้องใช้โลหะหายาก ไปจนถึงการบริการอย่าง Netflix และ Spotify ที่ใช้พลังงานมหาศาลไปกับศูนย์ข้อมูล

ปีใหม่นี้ ผู้บริโภคจะมีส่วนร่วมกันกดดันบรรดาเอกชน ให้หันไปใช้กระบวนการผลิตและบริการที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมมากขึ้น โดยเฉพาะด้านการประหยัดพลังงานเพื่อช่วยบรรเทา โลกร้อน

ทีมข่าวสดไอที

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน