เมื่อวันที่ 8 ม.ค. ที่พรรคเพื่อไทย (พท.) นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว หัวหน้าพรรคเพื่อไทย แถลงกรณีสำนักงาน หลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) เปลี่ยนนโยบายด้านสาธารณสุข ทำให้ประชาชนได้รับผลกระทบว่า ขณะนี้ประชากรกว่า 13.5 ล้านคนได้รับผลกระทบจากการส่งเสริมสุขภาพ การป้องกันโรค การให้วัคซีน และการให้ยาป้องกันการติดเชื้อกับผู้มีความเสี่ยงเอชไอวี ผู้ป่วยติดเตียง คนกลุ่มนี้ถูกคณะกรรมการหลักประกันสุขภาพแห่งชาติมีมติเมื่อวันที่ 14 ธ.ค.2565 ให้ชะลอ งบประมาณดูแลสุขภาพจำนวน 514 ล้านบาทในส่วน ของประชาชนที่ต้องได้รับสิทธิตามกฎหมายอื่นๆ ที่ไม่ใช่สิทธิตาม สปสช.ส่งผลให้คนกลุ่มนี้มีปัญหาการรับบริการ
ปัญหาดังกล่าวเกิดจากการตีความกฎหมายของคณะที่ปรึกษากฎหมายของนายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรมว.สาธารณสุข โดยมีข้อสงสัยว่าการจะเอางบประมาณมาจ่ายด้านส่งเสริมสุขภาพ การป้องกันโรค การให้ยากับผู้ป่วยเอชไอวี ผู้ป่วยติดเตียง อาจไม่ชอบด้วยกฎหมาย ทำให้นายอนุทินเกิดความลังเล และสั่งชะลอการเบิกจ่ายงบดังกล่าว รวมทั้งส่งข้อเสนอดังกล่าวไปยังสำนักงานเลขาธิการคณะรัฐมนตรี(ครม.) และคณะกรรมการกฤษฎีกาไปพิจารณาข้อกฎหมาย
ตนถือว่า รมว.สาธารณสุขและคณะกรรมการหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ เจตนาฝ่าฝืนพ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปี พ.ศ.2566 ที่รัฐสภามีมติเห็นชอบ ประกาศใช้ราชกิจจานุเบกษา เพราะสภาอนุมัติงบก่อนนี้ไปให้แล้ว เป็นการอนุมัติงบให้คนทุกคน ไม่ว่าจะอยู่ในสิทธิหรือกองทุนไหน ไม่มีการเลือกปฏิบัติ
“สปสช.ต้องรีบจัดสรรงบประมาณลงไปเพื่อสร้างความสะดวกให้ประชาชน และคณะกรรมการกฤษฎีกาต้องรีบตีความกฎหมายให้ชัดเจน ที่สำคัญถือว่าเป็นการเจตนาฝ่าฝืนกฎหมายงบประมาณหรือไม่ งานนี้ถ้ามี คำตอบไม่ชัดหรือไม่รีบดำเนินการ เจอกันในการอภิปรายตามมาตรา 152 แน่นอน” นพ.ชลน่านกล่าว