ช่วงตรุษจีนปี 2566 ทิศทางราคาเครื่องเซ่นไหว้ส่วนใหญ่ ยังมีแนวโน้มปรับสูงขึ้นเมื่อเทียบกับตรุษจีนปีก่อน โดยเฉพาะผัก-ผลไม้ ที่นิยมในช่วงตรุษจีนยังมีราคาปรับ เพิ่มสูงขึ้นไม่ต่ำกว่า 20% เช่น กล้วยหอมทอง ส้มเขียวหวาน ผักกาดขาว ขึ้นฉ่าย เป็นต้น

ขณะที่กลุ่มเนื้อสัตว์ เช่น เนื้อไก่ ราคาน่าจะปรับขึ้นราว 10% ส่วนเนื้อหมู แม้จะมีราคาย่อลงจากช่วงเดียวกันปีก่อน แต่โดยรวมแล้วราคาก็ยังยืนตัวสูง ซึ่งอาจส่งผลให้คนกรุงเทพฯ ที่เข้าร่วมกิจกรรมตรุษจีนในปีนี้ ยังคงเผชิญกับปัจจัยกดดันที่มาจากราคาสินค้าที่มีแนวโน้มจะขยับสูงขึ้น

สอดคล้องกับแบบสำรวจที่ระบุว่า ปัจจัยที่กระทบกับพฤติกรรมการจับจ่ายในช่วงตรุษจีนปี 2566 มากที่สุด ได้แก่ ราคาสินค้าที่ปรับสูงขึ้น กำลังซื้อและค่าครองชีพ

อย่างไรก็ตาม บรรยากาศเทศกาลตรุษจีนในปี 2566 น่าจะดีกว่าปีก่อน เนื่องจากคนกรุงเทพฯ ส่วนใหญ่กลับมาใช้ชีวิตปกติและทำกิจกรรมต่างๆ มากขึ้น จากสถานการณ์โควิด-19 ที่ผ่อนคลาย

ขณะที่พฤติกรรมการใช้จ่ายช่วงตรุษจีนปี 2566 มองว่า คนกรุงเทพฯ ยังเน้นวางแผนการใช้จ่ายให้เหมาะสมและรัดกุม เนื่องจากยังมีปัจจัยกดดันจากภาระค่าครองชีพที่สูง

โดยค่าใช้จ่ายเพื่อการจัดซื้อเครื่องเซ่นไหว้ แม้ระดับราคาสินค้าปรับสูงขึ้น แต่ภาพรวมยังคงมีการสำรองงบประมาณการใช้จ่ายส่วนนี้เป็นหลัก

แหล่งจับจ่ายซื้อเครื่องเซ่นไหว้ ซึ่งคนกรุงเทพฯ ส่วนใหญ่ยังสนใจเลือกซื้อเครื่องเซ่นไหว้จากตลาดสด/เยาวราช รองลงมาคือ ร้านค้าปลีกสมัยใหม่และร้านค้าย่อย/ร้านชำ ตามลำดับ

ค่าใช้จ่ายเพื่อท่องเที่ยว/ทำบุญ/ทานข้าวนอกบ้าน คนกรุงเทพฯ บางส่วนวางแผนทำกิจกรรมในส่วนนี้เพิ่มขึ้นจากปีก่อนเมื่อเทียบกับกิจกรรมอื่นๆ แต่ก็ยังอยู่ภายใต้งบประมาณที่ได้จัดสรรไว้

ค่าใช้จ่ายเพื่อแจกอั่งเปา/ทอง คนกรุงเทพฯ ส่วนใหญ่พยายามปรับลดค่าใช้จ่ายในส่วนนี้ลงมากที่สุดเป็นปีที่ 3 ติดต่อกัน

จากปัจจัยดังกล่าว คาดว่าเม็ดเงินใช้จ่ายในช่วงเทศกาลตรุษจีนของคนกรุงเทพฯ ในปี 2566 อยู่ที่ประมาณ 12,330 ล้านบาท หรือขยายตัวราว 5.0% เมื่อเทียบกับตรุษจีนปีก่อน ซึ่งเป็นการกลับมาขยายตัวได้อีกครั้งในรอบ 3 ปี โดยเป็นผลจากราคาสินค้าที่น่าจะปรับสูงขึ้นราว 3.5% เมื่อเทียบกับปีก่อน

ขณะที่จำนวนคนกรุงเทพฯ ที่เข้าร่วมกิจกรรมช่วงตรุษจีนอาจเพิ่มขึ้นราว 1.5% จากปีก่อน

บริษัท ศูนย์วิจัยกสิกรไทย จำกัด

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน