เมื่อวันที่ 16 ม.ค. ที่พรรคชาติพัฒนากล้า(ชพก.) นายกรณ์ จาติกวณิช หัวหน้าพรรคชาติพัฒนากล้า และนายอรรถวิชช์ สุวรรณภักดี รองหัวหน้าพรรค แถลงเปิดนโยบายเศรษฐกิจชุดแรก “ยกเลิกแบล็กลิสต์ รื้อระบบสินเชื่อ” พร้อมเชิญประชาชนที่ติดแบล็กลิสต์กว่า 10 คน มาร่วมแถลงข่าวด้วย
นายกรณ์กล่าวว่า ภาระหนี้สินประชาชนเป็นปัญหาเรื้อรังและสาหัสขึ้นเรื่อยๆ ด้วยสภาวะเศรษฐกิจไม่ดี ค่าครองชีพสูงขึ้น ซ้ำเติมด้วยสถานการณ์แพร่ระบาดโควิด ซึ่งตนได้ต่อสู้กับเรื่องนี้ตั้งแต่ปี 2552 สมัยดำรงตำแหน่งรมว.คลัง ออกนโยบายแก้หนี้นอกระบบให้เข้ามาอยู่ในระบบ ช่วยเหลือประชาชนได้กว่า 5 แสนราย และติดตามสถานการณ์หนี้สินของประชาชนมาต่อเนื่อง แต่เรื่องหนี้สิน ยังเป็นปัญหาเรื้อรังมาตลอด วันนี้พรรคชาติพัฒนากล้า จึงออกนโยบายที่สามารถแก้ไขปัญหาได้โดยไม่ต้องใช้เงินภาษีแม้แต่บาทเดียว ด้วยการรื้อระบบเก็บข้อมูลของบริษัทเครดิตบูโร ยกเลิกระบบแบล็กลิสต์ ใช้ระบบ Credit Scoring หรือวิธีประเมินสินเชื่อตามจริงแทน
ยืนยันว่าระบบเครดิตบูโรยังจำเป็นต้องมี เป็นวินัยทางการเงิน แต่รอบหลายปีที่ผ่านมาเรื่องแบล็กลิสต์ ยังเป็นปัญหาสำคัญ ที่หนักขึ้นเรื่อยๆ คนติดแบล็กลิสต์ถูกปฏิเสธการกู้ยืมเงินในระบบ ต้องแบกภาระหนี้สิน ที่หนักอึ้ง ต้องทำงานไปจ่ายหนี้นอกระบบไป เราจึงเสนอให้ยกเลิกระบบแบล็กลิสต์ เปิดให้เครดิตบูโรนำข้อมูล ทุกชนิด ที่บ่งบอกสถานะที่แท้จริงของตัวผู้กู้ ไม่ว่าจะเป็น ค่าน้ำ ค่าไฟ ค่าโทรศัพท์ ประวัติทางการเงินที่เป็นบวกมาร่วมพิจารณาด้วย ที่เรียกว่าระบบ Credit Scoring ไม่ใช่เอาแค่ข้อมูลที่เป็นลบมาพิจารณาเพียงอย่างเดียว เพื่อให้ประชาชนกลับมาลืมตาอ้าปากอีกครั้ง
นายอรรถวิชช์กล่าวว่า ตอนนี้มีคนติดแบล็กลิสต์ราว 5.5 ล้านคน ในจำนวนนี้มีถึง 3.2 ล้านคนที่ติดแบล็กลิสต์ช่วงโควิด นโยบายการยกเลิกแบล็กลิสต์ ไม่ได้ทำให้ระบบ ธนาคารขาดความเข้มแข็ง ในทางกลับกันจะทำให้ธนาคารปล่อยสินเชื่อได้ถูกกว่าทุกตัว มีความยุติธรรมมากขึ้น