เกษตรกรปลูกผักอ่วมหนัก
เรียน บ.ก.ข่าวสด
ปีนี้ลงทุนปลูกขึ้นฉ่าย 52 ไร่ ลงทุนกว่า 1.1 ล้านบาท วางแผนเก็บเกี่ยวผลผลิตที่มีมากกว่า 40 ตัน จำหน่ายได้ในช่วงเทศกาลตรุษจีน เป็นช่วงที่มีความต้องการมากที่สุด คาดว่าราคาหน้าสวนอยู่ที่กิโลกรัมละ 40 บาท แต่หลังจากที่ประเทศจีนยกเลิกการกักตัวตามนโยบายโควิดเป็นศูนย์ ทำให้การค้าการส่งออกกลับมา มีการนำเข้าพืชผลทางเกษตรหลายชนิดของจีนมายังไทย ส่งผลให้ราคาสินค้าเกษตรประเภทผักใบเมื่อเทียบกับเดือนธันวาคม 65 ที่ผ่านมา ลดลง “ราคาดิ่งลงเหว” ผักชีอยู่ที่กิโลกรัมละ 120-130 บาท ปัจจุบันเหลือเพียงกิโลกรัมละ 40 บาท กวางตุ้งจากเดิม 20-25 บาท เป็น 8 บาท คะน้า 30-40 บาท เป็น 16 บาท และในส่วนของผักขึ้นฉ่าย จากราคาหน้าสวนที่เคยราคา 50-60 บาท ปัจจุบันกิโลกรัมละ 20-25 บาท นำมาหักค่าใช้จ่าย เมล็ดพันธุ์ ปุ๋ยเคมี แรงงาน น้ำมันเชื้อเพลิง และขนส่ง ขาดทุนถึงกิโลกรัมละ 15 บาท ที่ผ่านมาต้องเผชิญกับปัญหาภัยธรรมชาติ ผลกระทบจากโรคระบาด และภาวะเศรษฐกิจถดถอย แต่เกษตรกรก็พยายามช่วยเหลือตัวเองก่อน ไม่ได้อยากออกไปรวมตัวประท้วง เพราะถึงออกไปก็ไม่มีอะไรที่เปลี่ยนแปลงไปจากเดิมที่เคยเป็น ความช่วยเหลือที่ได้รับเพียงปุ๋ยคนละ 1 กระสอบ เวลานี้ยอมรับว่าหมดหวังกับรัฐบาล และหน่วยงานภาครัฐที่เกี่ยวข้องเป็นอย่างยิ่ง นโยบายที่ประเทศไทยจะเป็นครัวโลกจะทำได้อย่างไร เกษตรกรจะเอาอะไรไปสู้กับประเทศเพื่อนบ้านในระดับอุตสาหกรรมเกษตรได้ ในเมื่อเกษตรกรของไทยยังมีต้นทุน ทั้งค่าปุ๋ย ค่าน้ำมันเชื้อเพลิงที่แพงกว่า นอกจากนั้นเพื่อนเกษตรกรหลายรายต่างสงสัยว่าเหตุใดพืชผักผลไม้ไทยกว่าจะส่งออกต่างประเทศได้แสนจะยากลำบาก แต่ผักนำเข้ามีมากจนล้นตลาด อยากให้รัฐบาลช่วยบริหารจัดการปริมาณพืชผักนำเข้าให้สอดคล้องกับความต้องการของผู้บริโภคอย่างแท้จริง โดยคำนึงถึงปริมาณพืชผักของเกษตรกรในประเทศเป็นหลัก เพราะในช่วงเทศกาลตรุษจีนที่จะมาถึง ปริมาณผักในประเทศจะออกมาเป็นจำนวนมาก
ชาวสวนราชบุรี
ตอบ ชาวสวนราชบุรี
เป็นเสียงสะท้อนที่น่าเห็นใจในชาวสวนผู้ปลูกผักเป็นอย่างมาก บ่งบอกถึงประสิทธิภาพของรัฐบาลได้เป็น อย่างดี นอกจากไม่ศึกษาปัญหาเพื่อหาทางช่วยเหลือเกษตรกรไทยในด้านต้นทุนที่พุ่งสูงขึ้น ทั้งค่าเมล็ดพันธุ์ ค่าปุ๋ย น้ำมันเชื้อเพลิง แพงไปถึงค่าขนส่ง แถมกระหน่ำซ้ำด้วยผักนำเข้าจากจีนที่มาแรงอย่างมาก เพราะมีรถไฟความเร็วสูงในการขนส่ง รัฐบาลจึงต้องเร่งแก้ไขด่วนทั้งต้นทุนเกษตรกรไทย และทั้งการควบคุมปริมาณผักนำเข้า
วันเด็กกับอาวุธ
เรียน บ.ก.ข่าวสด
วันเด็กแห่งชาติที่ผ่านมา ดีใจกับเด็กๆ ที่ได้มีกิจกรรมสนุกสนาน หลังจากจืดชืดมา 2 ปีเพราะโควิด มีกิจกรรมของกองทัพที่โชว์อาวุธยุทโธปกรณ์ต่างๆ ซึ่งนักจิตวิทยา นักวิชาการ ออกมาท้วงติงว่า จะบ่มเพาะค่านิยมในทางที่ผิดให้กับเด็ก ฟังแล้วก็เห็นด้วยบางอย่าง ก็ต้องระวังในแง่นี้จริงๆ แต่สำหรับเด็กผู้ชายก็ต้องยอมรับว่าชอบเรื่องอาวุธ บางคนก็ใฝ่ฝันอยากเป็นทหาร เอาเป็นว่าผู้ปกครองควรให้คำแนะนำที่เหมาะสมกับเด็กๆ เพื่อให้มีความเข้าใจในทางที่ถูกต้อง มีจิตใจที่อ่อนโยน
วัยชรา
ตอบ วัยชรา
เป็นมุมมองที่ดี ถ้าหากเด็กผู้ชายแนวบู๊ชอบดูอาวุธ ผู้ปกครองก็ควรให้คำแนะนำเพื่อให้มีจิตใจที่อ่อนโยนด้วย เพียงแต่ภาพรวมภาครัฐเองควรระมัดระวัง อย่าเน้นโชว์อาวุธมากไปเลย