ได้กระแสตอบรับที่ดีอย่างมาก ในทุกรุ่นที่ค่ายพี่ใหญ่ โตโยต้า นำมาปรับแต่งให้กลายร่างเป็นรุ่นย่อย จีอาร์ สปอร์ต (GR Sport)

ไม่เฉพาะแค่ชุดแต่งที่ทำให้ดูสปอร์ตขึ้น แต่ยังหมายรวมถึงการนำ DNA จากสนามแข่งของทีมแข่งกาซู เรซซิ่ง มาปรับแต่งระบบช่วงล่าง จนสร้างความประทับใจให้กับนักเลงรถสายซิ่งเป็นอย่างมาก

ล่าสุด ‘ข่าวสด ยานยนต์’ ได้นำเจ้าโตโยต้า โคโรลล่า ครอส เอชอีวี จีอาร์ สปอร์ต (Corolla Cross HEV GR Sport) รถยนต์ครอสโอเวอร์ SUV เทคโนโลยีไฮบริด ที่สร้างยอดขายจนกลายเป็นรถมหาชนรุ่นนึงให้กับค่ายนี้มาทดสอบช่วงวันหยุดยาวที่ผ่านมา

รับรถจาก ‘แขไข’ สุชญา เชียรแกล้วกล้า ผู้จัดการฝ่ายบริหาร การตลาด และประชาสัมพันธ์สาวอารมณ์ดี ที่โตโยต้า อะไลฟ์ สำนักงานใหญ่ ถ.บางนา-ตราด ก.ม.3

เดินวนดูรอบรถว่ามีอะไรเพิ่มเติมขึ้นบ้าง กระจังหน้าที่หลายคนบอกว่าใหญ่เกินไป ติดตั้งคิ้วสีดำเงา ช่วยให้ดูกระชับรับสัดส่วนหน้ารถได้ดียิ่งขึ้น

กันชนหน้า สเกิร์ตข้าง และกันชนหลัง ใส่ชุดแต่งเฉพาะรุ่น เพิ่มความโฉบเฉี่ยว

ภายในโทนสีดำ เบาะหนังและวัสดุสังเคราะห์ พร้อมสัญลักษณ์ GR พวงมาลัยหุ้มหนังตกแต่งด้วยด้ายสีเงิน

ระบบไฮบริดรุ่นล่าสุด มอเตอร์ไฟฟ้าทำงาน ในช่วงความเร็วต่ำ เช่น ออกตัว หรือขับตามกันไปช้าๆ และจอดนิ่ง

มอเตอร์ไฟฟ้าจะเข้ามาเสริมกำลังให้กับเครื่องยนต์ขนาด 1.8 ลิตร ในยามที่ต้องการเรียกกำลังมาใช้งาน หรือทำความเร็วสูง กำลังที่เรียกมาใช้ได้สูงสุดรวมกันอยู่ที่ 122 แรงม้า

ก่อนออกเดินทางหน้าจอข้อมูลแจ้งว่าน้ำมันที่มีอยู่วิ่งได้ 538 ก.ม. เดี๋ยวมาดูกันว่าเป็นจริงดังว่าไหม ขับออกมาความเร็วไม่ถึง 30 ก.ม.ต่อช.ม. รถล็อกในทันที เพิ่มความปลอดภัยยิ่งขึ้น

พูดถึงระบบความปลอดภัยมีมาให้เต็มพิกัด โดยเฉพาะการเตือนต่างๆ แต่ที่ถูกใจมากคือการเตือนว่ากระจกเปิดอยู่ เมื่อดับเครื่องยนต์แล้ว สบายใจขึ้นสำหรับคนขี้ลืม

การจราจรย่านบางนาคลาคล่ำไปด้วยรถใหญ่ อาศัยความสูง กับขนาดตัวที่ค่อนข้างกะทัดรัด ผนวกกำลังจากมอเตอร์ที่แรงจัด แบบกดเป็นมา หลบหลีกซ้าย-ขวาได้อย่างสบายมือ

เส้นทางมุ่งหน้าไป จ.ชัยนาท ถ.สายเอเชีย ปริมาณรถเยอะ ขับตามกันไปเรื่อยๆ แต่บางจังหวะต้องขอแซงพวกขับช้าแต่แช่เลนขวา

กดคันเร่งเรียกกำลัง เสียงเครื่องยนต์ แทรกเข้ามาในห้องโดยสาร ค่อนข้างชัดเจน และแอบเครียดอยู่พอสมควร

ต่อเมื่อผ่อนคันเร่งมาขับที่ 100-120 ก.ม.ต่อช.ม. จึงกลับมาเงียบเหมือนเดิม สรุปว่าถ้าไม่ได้รีบ อย่าเท้าหนัก เพื่อความประหยัดและไม่เครียด

เหลือบดูที่เหนือคันเกียร์ มีโหมดการขับขี่ มีโหมดเพาเวอร์ ลองดูหน่อย หน้าจอเปลี่ยนเป็นสีแดง พร้อมกับแรงที่มากขึ้น เรียกความเร็วมาได้กระชับฉับไว

แต่ถ้าไม่ชอบความดุดันแนะนำให้กลับไปโหมดนอร์มอล ยิ่งถ้า ไม่ได้รีบร้อนอะไรไหลไปโหมดอีโค่ (ประหยัด) เลยยิ่งดี เพราะเท่าที่สัมผัสได้คือ อาการหน่วงนิดๆ เมื่อกดปุ่ม ต่อจากนั้นแทบไม่รู้สึกแตกต่าง

เกียร์อัตโนมัติ E-CVT จังหวะเปลี่ยนเกียร์ราบเรียบ ไร้รอยต่อ มีโหมดเกียร์ B เพื่อเรียกกำลังมาใช้แบบปัจจุบันทันด่วน

นอกจากชุดแต่งแล้ว สิ่งหนึ่งที่ทีมงานโตโยต้าภูมิใจนำเสนอคือระบบช่วงล่างที่เซ็ตมาเฉพาะ

กันสะเทือนหน้า อิสระ แม็กเฟอร์สันสตรัต พร้อมเหล็กกันโคลง และคอยล์สปริง พร้อมช็อกแอบซอร์บเบอร์ เฉพาะรุ่น GR Sport

ด้านหลัง ทอร์ชั่นบีม พร้อมเหล็กกันโคลงและคอยล์สปริง พร้อมช็อกแอบซอร์บเบอร์ เฉพาะรุ่น GR Sport ติดตั้งเหล็กค้ำตัวถังด้านล่าง เฉพาะรุ่น GR Sport

บอกเลยว่าให้อารมณ์แตกต่างจากรุ่นปกติอย่างเห็นได้ชัด ไม่ว่าจะบนย่านความเร็วสูงที่นิ่งสนิท หรือจังหวะเปลี่ยนเลนกะทันหัน เข้าโค้งที่ความเร็วมากกว่าปกติ ไม่มีย้วย ไม่มีล้นให้ได้รู้สึก หนึบแน่น ไว้ใจได้

ไฟโชว์เตือนน้ำมันใกล้หมดถังแสดงขึ้นเมื่อรถวิ่งไปแล้ว 532 ก.ม. อัตราสิ้นเปลืองอยู่ที่ 19.6 ก.ม.ต่อลิตร ใกล้เคียงกับที่แจ้งไว้ก่อนทดสอบ

ขณะที่ขับอยู่จับสังเกตดูพบว่าอัตราสิ้นเปลืองป้วนเปี้ยนอยู่ที่ 20 ก.ม.ต่อลิตรตลอดเวลา ถือได้ว่าเป็นรถครอสโอเวอร์ SUV ที่ประหยัดได้ใจพอควร

ส่วนจะเหมาะกับการใช้งานและบุคลิกการขับขี่หรือไม่ ต้องไปทดลองขับกันดู กับค่าตัวอยู่ที่ 1.254 ล้านบาท

กิตติพงศ์ ศรีเจริญ

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน