เมื่อวันที่ 24 ม.ค. นายจตุพร พรหมพันธุ์ วิทยากรคณะหลอมรวมประชาชน อดีตประธาน นปช. เฟซบุ๊กไลฟ์ประเทศไทยต้องมาก่อน กล่าววิจารณ์นายทักษิณ ชินวัตร ว่า การต่อสู้ทั้งในปี 2552 และ 2553 ตนไม่เคยหนีเลย ในวินาทีความตายแม้เพื่อนถอยหมดแล้วแต่ต้องสู้ต่อคนเดียวเพื่อไม่ให้คนอื่นมายึดเวทีนำไปสู่การสู้ให้เกิดความตายของประชาชนที่มากกว่า และจนถึงวันสุดท้ายจึงขึ้นเวทีประกาศยุติการชุมนุมที่แยกราชประสงค์ จากนั้นทักษิณมาบอกให้หนี แต่ตนไม่หนี เพื่อต่อสู้หาความยุติธรรมให้กับคนตายทั้งในสภาและนอกสภา ระหว่างทางการต่อสู้นี้มีเรื่องบุญคุณและความคับแค้นมากมาย อีกทั้งทักษิณผิดคำพูดกับตนมากมาย ซึ่งเป็นเรื่องเล็ก แต่นักรบใครจะมาดูถูกไม่ได้ ไปสู้ ไปยอมตายก็ด้วยรัก ศรัทธา แต่การเอาชีวิตไปถวายหัวให้ตนไม่ต้องการเอารางวัลอะไรตอบแทนจากทักษิณ
ตนสรุปความได้ว่าทักษิณไม่ใช่นักต่อสู้ ไม่ใช่นักประชาธิปไตย ไม่ใช่ผู้นำทางจิตวิญญาณอะไร แต่ตัวจริงเป็นพ่อค้า คิดเรื่องกำไรตลอดเวลา คิดถึงเกมตลอดเวลา การสลายคนเสื้อแดงไม่มีใครสลายได้ถ้าทักษิณไม่เข้ามาเกี่ยวข้อง ในช่วงที่ติดคุกนั้นมีคนของทักษิณไปเยี่ยมตลอด และพูดให้มาช่วยพรรคการเมืองหาเสียงเลือกตั้งปี 2562 เพื่อเอาคะแนนไปเติมให้กับฝ่ายประชาธิปไตย ตนบอกให้ทักษิณการันตีจึงจะไป เมื่อออกจากคุกทักษิณก็โทรศัพท์มาการันตี ขณะเดียวกันก็เอา นปช.อีกส่วนหนึ่งไปอยู่กับพรรคไทยรักษาชาติ ซึ่งไปคนละทาง แล้วต้องมาโกรธกันจริงจังเลยในตอนนี้
คนที่เดินเกมที่เป็นคนของทักษิณ ก็เอาลูกไปอยู่ไทยรักษาชาติ แล้วตัวเองมาอยู่พรรคเพื่อชาติที่ชวนตนไปช่วยหาเสียง ขณะเดียวกันก็ดึงคนที่อยู่พรรคเพื่อไทย (พท.) ไปอยู่ไทยรักษาชาติ คนหนึ่งถูกหลอกมาเป็นแคนดิเดตนายกฯ ส่วนพรรคเพื่อไทยเสนอคุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ เป็นแคนดิเดตนายกฯ โดยที่ไม่บอกว่าไทยรักษาชาติจะเสนอใครเป็นแคนดิเดตนายกฯ เมื่อไทยรักษาชาติถูกยุบ จึงรู้ว่าถูกหลอกแล้ว แต่ดิ้นไม่ออกต้องบากหน้าเดินหาเสียงให้เพื่อชาติไปจนจบ แล้วประกาศเลิกรากันไป ทั้งที่เนื้อไม่ได้กิน หนังไม่ได้รองนั่ง เอากระดูกมาแขวนคอ ครอบครัวเดือดร้อนสาหัส ยิ่งกว่านั้นขบวนการเสื้อแดงถูกเกมทักษิณแยกสลาย ที่สำคัญมีบาดแผลยากเยียวยา แล้วต้องแยกกันตลอดกาล เราพยายามเจอกันบ้างเวลาขึ้นศาลมีคดี

จตุพร พรหมพันธุ์ และ ณัฐวุฒิ ไสยเกื้อ
“วันนี้หลายคนอาจไม่สบายใจ แต่ผมจะบอกว่าเมื่อตาสว่างกับเรื่องอื่นมากมาย ทำไมไม่กล้าตาสว่างกับความจริงในสิ่งเหล่านี้บ้าง ทั้งหมดสะสมมานานแล้ว พร้อมกลืนเลือดเจ็บปวด ดังนั้นคำที่ผมพูดว่าใจสลายเรื่องใหญ่ ทั้งองคาพยพเสนอหน้ามารบ ผมไม่กลัวสักคน ถ้าหมดความเกรงใจก็รบกัน ผมไม่สนใจอะไรเลย แม้รู้ว่าคุณทำอะไรกับใครไว้บ้าง แต่คนเราฆ่าได้ หยามไม่ได้ คดีที่รอเป็นห่างว่าวไม่ไช่เรื่องผมเลยสักคดี แต่เป็นเรื่องที่เกี่ยวข้องกับทักษิณทั้งนั้น”นายจตุพรกล่าว
นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ ผอ.ครอบครัวเพื่อไทย อดีตแกนนำนปช. ให้สัมภาษณ์ว่า จุดยืนของพรรคเพื่อไทยจะไม่ตอบโต้หรือสร้างพื้นที่วิวาทะ แม้คุณจตุพรจะกล่าวอ้างว่าที่ออกมาแสดงบทบาทดังกล่าว เพราะได้รับข่าวสารว่านายทักษิณพูดจาพาดพิงที่ฮ่องกง ซึ่งตนไม่ได้อยู่ในเหตุการณ์ พูดไม่ได้ว่าเป็นข้อเท็จจริงหรือไม่อย่างไร แต่เหตุการณ์นี้เกิดผลกระทบกับความรู้สึกของคนเสื้อแดงที่ร่วมต่อสู้ทางการเมืองเพื่อประชาธิปไตยมากกว่า 10 ปี แต่หวังใจว่าเราจะรักษาความเข้าใจเบื้องต้นระหว่างกันว่าไม่มีประโยชน์ที่จะวิวาทะอะไรให้ยาวความไปมากกว่านี้ และไม่ใช่เรื่องที่ผิดใจบาดหมางอะไรทั้งสิ้น