หวั่นล่าช้ากระทบประชาชน
วันที่ 26 ม.ค. นายวสันต์ ภัยหลีกลี้ กรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ (กสม.) แถลงถึงการส่งหนังสือ ถึงรัฐบาล เสนอเดินหน้าบังคับใช้ พ.ร.บ.ป้องกันและ ปราบปรามการทรมานและการกระทำให้บุคคล สูญหาย พ.ศ. 2565 (พ.ร.บ.ป้องกันการทรมานและการอุ้มหาย) ตามกำหนด เพื่อไม่ให้กระทบสิทธิและเสรีภาพประชาชน โดยเมื่อ 6 ม.ค. สำนักงานตำรวจแห่งชาติ มีหนังสือถึงรมว.ยุติธรรม ขอให้ขยายเวลาประกาศบังคับใช้กฎหมายออกไปก่อน ด้วยเหตุผลหน่วยงาน รัฐและเจ้าหน้าที่ผู้เกี่ยวข้องขาดความพร้อมด้านอุปกรณ์ ทักษะในการปฏิบัติ กสม.ตระหนักถึงความสำคัญของการบังคับใช้กฎหมาย จึงจัดเวทีเสวนาวิชาการและระดมความคิดเห็นจากผู้แทนหน่วยงานภาครัฐ ภาคประชาสังคม นักวิชาการ และผู้ทรงคุณวุฒิด้านกฎหมาย
ได้ข้อสรุปที่เห็นพ้องต้องกันว่า ไม่มีความจำเป็นต้องเลื่อนการบังคับใช้กฎหมายออกไป เนื่องจากจะส่งผล ต่อการคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพของประชาชนและจะกระทบต่อความเชื่อมั่นของไทยในระดับสากล กฎหมายนี้นอกจากเป็นกฎหมายสำคัญในการคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพประชาชน ยังจะเป็นประโยชน์กับเจ้าหน้าที่ของรัฐเมื่อถูกกล่าวหาหรือร้องเรียนด้วย
กสม.เห็นควรมีข้อเสนอแนะในการส่งเสริม และคุ้มครองสิทธิมนุษยชนกรณีการบังคับใช้ พ.ร.บ. ป้องกันการทรมานและการอุ้มหายฯ เพื่อแจ้งไปยัง นายกฯ โดยขอให้ยืนยันการมีผลบังคับใช้ พ.ร.บ.ดังกล่าว เพื่อให้บรรลุเจตนารมณ์ในการยกระดับและเพิ่มประสิทธิภาพในการบังคับใช้กฎหมาย รวมทั้งการคุ้มครองสิทธิมนุษยชน และเห็นควรให้รัฐบาลจัดสรรงบประมาณให้ตร. และหน่วยงานของรัฐที่มีหน้าที่ ต้องดำเนินการตามกฎหมายนี้อย่างเหมาะสมต่อไป เมื่อกฎหมายมีผลบังคับจะมีคณะกรรมการกลางมาดำเนินการก็จะอำนวยการบังคับใช้กฎหมาย ในระยะเปลี่ยนผ่านอาจไม่สมบูรณ์ แต่หากจะรอให้สมบูรณ์ ร้อยเปอร์เซ็นต์คงไม่ได้