คว้าแชมป์ The Star 2022 ชนิดไม่พลิกโผ สำหรับ ‘เจมส์’ เจตพล กนิษฐชาต หนุ่มวัย 27 ปี ผู้มุ่งมั่นกลับมาคว้าฝันอีกครั้ง หลังเคยพลาดหวังจากเวทีนี้เมื่อ 10 ปีก่อน
โดยวันนี้ เจมส์ได้มาเปิดใจถึงการคว้าแชมป์ และเป้าหมายที่จะทำต่อไป รวมถึงประเด็นดราม่าต่างๆ

◆ ความรู้สึกหลังได้แชมป์?
เจมส์ – “มันเหมือนปลดล็อกหลายๆ อย่าง เราได้ความสุขจากที่นี่เยอะมาก จนมาถึงตอนนี้เราได้นำมาใช้ในชีวิตจริงๆ เราแค่ต้องปรับตัวกับการทำงานจริงๆ แล้ว เหมือนเราจบการศึกษาจากสถาบันเดอะสตาร์ ตอนนี้พยายามจะเอาสิ่งที่เรียนมาในบ้านมาใช้ให้เยอะที่สุด เลยรู้สึกอยากทำงานแล้ว เพราะมันเลยจุดตื่นเต้นมาแล้ว”
◆ วางเป้าหมายไว้ยังไง?
เจมส์ – “อยากทำทุกอย่างที่ยังไม่เคยทำ อยากเล่นละครเล่นหนัง นอกเหนือจากการทำเพลง เหมือนแค่อยากรู้ว่าตัวเราถนัดแบบไหน พูดง่ายๆ เราพร้อมเรียนรู้ตลอดเวลา ส่งมาได้เลย”

◆ เส้นทางกว่าจะเป็นแชมป์ The Star 2022 ไม่ใช่เรื่องง่าย?
เจมส์ – “ตั้งแต่ 10 ปีที่แล้ว เราก็เหมือนเด็กคนหนึ่งที่มีความฝันอยากเป็นศิลปินอยากเป็นนักร้องชื่อดัง ก็ตามหาความฝันมาตลอด แพ้บ้าง เสียใจบ้าง ล้มบ้าง ก็ไม่ได้เป็นอย่างที่หวังมาตลอด จนถึงตอนนี้ก็สมหวังแล้วสเต็ปหนึ่ง”
◆ เคยท้อบ้างไหม?
เจมส์ – “เกินคำว่าท้อจนจะเลิกอยู่แล้วด้วยซ้ำ (หัวเราะ) เป็นความรู้สึกสะสมมากกว่า ด้วยเจออะไรมาเยอะ บางทีแพ้มาตลอด กลายเป็นความช้ำสะสม เลยมีความรู้สึกช่วงหนึ่งที่ไม่อยากทำแล้ว กลัวๆ มากกว่า แต่สิ่งที่ทำให้ยังไปต่อ คือความหวัง ความฝันอ่ะมีอยู่ในใจอยู่แล้ว บางทีเราท้อเราเสียใจ แต่ความฝันมันยังอยู่เพราะมันยังไม่สำเร็จไง พอมีความฝันปุ๊บ ความหวังมันคือประตูสู่ความสุขเลยคือจุดหมายของเรา เพราะเรามีความฝันและความหวังเลยยังไปต่อ”

◆ เวทีเดอะสตาร์เป็นการมาครั้งที่ 2?
เจมส์ – “จริงๆ มียิบย่อย แต่หลักๆ มีเดอะสตาร์ 10 กับครั้งนี้ ยอมรับว่าก่อนจะมาสมัครเป็นความรู้สึกกล้าๆ กลัวๆ เพราะเคยเสียใจตรงนี้มาก่อน แล้วภาพยังติดอยู่ในใจตลอด ยังกลัวอยู่ว่าจะสมัครทำไม แต่อย่างที่บอก พอมีความฝันในใจมันก็จะบอกเราตลอดเวลาให้มาๆๆ ถึงแม้ร่างกายจะบอกว่าไม่เอาแล้ว 10 ปีกับการที่ตามประกวดร้องเพลงอยู่ตลอดเวลา มันนานเหมือนกัน แต่มันยังไม่สำเร็จไง เลยตัดสินใจมา พอตัดสินใจแล้วคราวนี้ก็เข้าสู่เรื่องความหวังละ”

◆ สมมติถ้าครั้งนี้แพ้อีก ครั้งหน้ายังจะมาประกวดอีกไหม?
เจมส์ – “จริงๆ คิดอยากจะหยุดตั้งแต่ก่อนจะสมัครแล้วครับ มองแพลนที่จะไปทำอย่างอื่น ด้วยอายุเริ่มมากขึ้นด้วย แต่สุดท้ายก็ตัดสินใจมาเสี่ยงเพราะยังมีความฝันอยู่ เราอาจจะไม่ได้ทุ่มเทเหมือน 10 ปีที่แล้วที่ลุยๆๆ ไม่มีกำแพงกั้น เป็นไงล่ะ เสียใจ ใจสลาย ตอนนี้เรามีกำแพงที่หนาขึ้นแล้วก็ตั้งใจที่จะทำลายกำแพงนั้นให้ได้ ซึ่งในที่สุดก็ทำได้”

◆ หลายคนบอกว่าตามรอย กัน นภัทร มาเลย?
เจมส์ – “เรามีเขาเป็นไอดอล ความเป็นเด็ก การชอบใครสักคนมันจะเอามาหมด ทั้งท่าทาง เสื้อผ้า หน้าผม เหมือนก๊อบปี้ เลยเหมือนมากๆ เหมือนไปหมด กลายเป็นว่าช่วงนั้นอาจจะไม่ได้เป็นตัวเองมากนัก เพราะเราชื่นชอบเขาแต่ยังจัดการกับตรงนี้ไม่ได้ ตอนนี้ผมก็ยังมีเขาเป็นไอดอลนะ แม้จะผ่านไปนานมาก เขายังเป็นโมเมนต์ที่ชวนให้คิดถึง เห็นเขาแล้วแบบครั้งหนึ่งเราเคยมีความฝัน และวางเขาเป็นจุดสูงสุดเพื่อจะมาประกวด”
“เส้นทางกว่าจะเป็นแชมป์ก็คล้ายกัน เคยพลาดมาก่อนจะได้แชมป์ แล้วก็ยังมีครูสอนร้องเพลงคนเดียวกันอีก คือครูเจี๊ยบ-นนทิยา จิวบางป่า แม้กระทั่งครูยังเหมือนเลย (หัวเราะ) ผมว่ามันเหมือนคนคลั่งรักอ่ะ แล้วเรานับถือเขามากในความสู้และผลงานที่ดีของเขา ตอนประกวดก็มีโอกาสร่วมงานกัน มีความสุขมากครับ มาครั้งนี้ปลดล็อกหลายๆ อย่าง ได้ร้องเพลงกับคนที่ชอบ ทำในสิ่งที่ชอบ การมาครั้งนี้คิดถูกมากๆ ครับ”

◆ ดราม่ารางวัลแชมป์ไม่สมฐานะ?
เจมส์ – “ผมว่าพวกเรามีเป้าหมายชัดเจน มาทำตามความฝัน มาเพื่อเป็นเดอะสตาร์ เพื่อร้องเพลง เพื่อเป็นศิลปิน ก่อนสมัครดูทุกอย่างหมดแล้ว สำหรับผมพอผ่านทุกอย่างจนสำเร็จแล้ว รางวัลของเดอะสตาร์มันคือโอกาสแล้วอ่ะ ไม่ได้มองเรื่องอื่นเลย เพราะโอกาสที่เราจะทำงานที่เรารัก ร่วมงานกับศิลปินที่เรารักและเป็นมืออาชีพจริงๆ ผมว่าสิ่งเหล่านี้ตีเป็นมูลค่าไม่ได้ด้วยซ้ำ แค่นี้คือความสุขของผมแล้ว ที่เหลือ ขึ้นอยู่กับเราแล้วว่าจะจัดการกับอนาคตยังไง โอกาสคือสิ่งที่ดีที่สุดแล้ว”
จิรณัฏฐ์ จงประสพมงคล