ในช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมา สินทรัพย์ดิจิทัลรวมถึงคริปโต เคอร์เรนซี ได้รับความสนใจอย่างกว้างขวาง เนื่องจากมีราคาซื้อขายปรับตัวขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยช่วงปลายปี 2563 ต่อเนื่องถึงปี 2564 ราคาสินทรัพย์ดิจิทัล
โดยเฉพาะคริปโตเคอร์เรนซี เช่น บิตคอยน์ ราคาขึ้นไปแตะจุดสูงสุดที่ประมาณ 2.1 ล้านบาท จึงส่งผลให้ประชาชน โดยเฉพาะอย่างยิ่งกลุ่มเยาวชน สนใจเข้ามาซื้อขายเก็งกำไรในคริปโตเคอร์เรนซี
โดยเห็นได้จากจำนวนบัญชีซื้อขายสินทรัพย์ดิจิทัล ที่เพิ่มขึ้นอย่างก้าวกระโดด จากประมาณ 2 แสนบัญชี ณ สิ้นปี 2563 สู่ 2.3 ล้านบัญชี ณ สิ้นปี 2564 ซึ่งในช่วงนั้นหลายคนอาจยังมีความเข้าใจเกี่ยวกับคริปโตเคอร์เรนซีไม่มากนัก
อย่างไรก็ตาม ในช่วงปี 2565 สถานการณ์ราคาสินทรัพย์ดิจิทัลรวมถึงคริปโตเคอร์เรนซีมีความผันผวนสูงมากและปรับลดลงอย่างต่อเนื่อง โดยช่วงปลายปี 2565 ลดลงไปอยู่บริเวณ 5.7-5.8 แสนบาท หรือลดลงประมาณ 64% จากช่วงต้นปี 2565 ซึ่งส่งผลกระทบต่อจิตวิทยาและพอร์ตของ ผู้ซื้อขายที่ติดลบตามไปด้วย
จะเห็นได้ว่า สินทรัพย์ดิจิทัลมีลักษณะที่ซับซ้อน มีความเสี่ยงสูง และปัจจัยพื้นฐานที่แตกต่างกันของสินทรัพย์ดิจิทัลแต่ละประเภท จำเป็นอย่างยิ่งที่ผู้ซื้อขายต้องมีความรู้ความเข้าใจอย่างถ่องแท้ก่อนตัดสินใจซื้อขาย
สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) ซึ่งดูแลคุ้มครองผู้ลงทุน จึงมีภารกิจ สำคัญในการสร้างความตระหนักรู้แก่ประชาชน ผู้ลงทุน และผู้สนใจจะซื้อขาย มุ่งเน้นให้ก่อนจะซื้อขายต้องมีความรู้ ความเข้าใจลักษณะพื้นฐานของสินทรัพย์ ความเสี่ยงที่เกี่ยวข้อง และประเมินความสามารถในการรับความเสี่ยงก่อนซื้อขาย ภายใต้หลักคิด ลงทุนได้ ลงทุนเป็น ไม่ถูกหลอก
ในปี 2566 ก.ล.ต.เปิดศักราชใหม่ด้วยหลักสูตรเรียนรู้ออนไลน์ e-learning “ก.ล.ต. Crypto Academy” (www.seccryptoacademy.com) เพื่อเป็นแหล่งความรู้พื้นฐานเกี่ยวกับ สินทรัพย์ดิจิทัล ความเสี่ยงที่เกี่ยวข้อง ข้อควรระวังในการซื้อขาย รวมถึงความรู้ในเชิงลึก เพื่อช่วยให้ประชาชนสามารถ เข้าถึงความรู้เกี่ยวกับสินทรัพย์ดิจิทัลได้อย่างครบวงจร สะดวก และไม่มีค่าใช้จ่าย
เปิดให้เริ่มใช้งานแล้ว เมื่อวันที่ 4 ม.ค. 2566
สำนักงานก.ล.ต.