กลายเป็นประเด็นสาธารณะไปเรียบร้อยแล้ว สำหรับการถอนประกันตัวเอง ของ ‘ตะวัน’ และ ‘แบม’ 2 ผู้ต้องหาในคดีมาตรา 112 โดยประกาศข้อเรียกร้อง 3 ประการ โดยหลักใหญ่ใจความก็คือการทวงคืนสิทธิประกันตัวของผู้ต้องขัง และผู้ต้องหาในคดีการเมือง
พร้อมกับยกระดับการต่อสู้ด้วยการอดอาหารและน้ำ จนร่างกายทรุดโทรม เข้าขั้นวิกฤต ต้องนำตัวส่งรักษาที่ โรงพยาบาลธรรมศาสตร์
ส่งผลให้เกิดการขับเคลื่อนของประชาชนด้วยการยืนหยุดขัง เรียกร้องสิทธิประกันตัว
ขณะที่พรรคร่วมฝ่ายค้านเองก็ออกแถลงการณ์ เรียกร้องให้ 1.ขอให้รัฐบาลโดยกระทรวงยุติธรรม รวมทั้งสำนัก งานศาลยุติธรรม เปิดรับฟังความคิดเห็นในการปฏิรูปกระบวนการยุติธรรมจากฝ่ายต่างๆ โดยเร็ว ทั้งจากประชาชนที่ได้รับผลกระทบ นักกฎหมาย องค์กรสิทธิมนุษยชน และพรรคการเมือง
2.ขอให้ศาลยุติธรรมยึดมั่นในหลักความเป็นอิสระของผู้พิพากษา และต้องพิจารณาการให้สิทธิประกันตัวของผู้ต้องหาหรือจำเลยคดีการเมืองอย่างเป็นธรรม เคารพหลักสันนิษฐานไว้ก่อนว่าบริสุทธิ์ (Presumption of innocence) และสิทธิในกระบวนการยุติธรรมของประชาชน ดังที่ได้รับรองไว้ทั้งในกฎหมายอาญาไทยและกติกาสากลระหว่างประเทศว่าด้วยสิทธิพลเมืองและสิทธิทางการเมือง
ซึ่งพรรคร่วมฝ่ายค้านเห็นว่า ข้อเสนอเฉพาะหน้าข้างต้นจะป้องกันไม่ให้เกิดวิกฤตศรัทธาในกระบวนการยุติธรรมไปมากกว่านี้
การฟื้นฟูความเชื่อมั่นของประชาชนต่อกระบวนการยุติธรรมจะเป็นปราการด่านสุดท้ายในการยุติความขัดแย้งของสังคม
ถือเป็นข้อเสนอที่น่าสนใจและรับฟัง เพื่อหาทางออกให้กับสังคม เพราะพึงระลึกไว้ว่าข้อหาของทั้งคู่เกิดจากการทำโพลรับฟังความเห็นของประชาชน ไม่ใช่อาชญากรรมที่ร้ายแรงใดๆ
ไม่เพียงแค่นั้นการไม่สนใจข้อเสนอ และการหาทางออกต่างๆ ย่อมทำให้สถานการณ์ลุกลามบานปลายและเลวร้ายลงอย่างที่ไม่อาจจะคาดถึง
ความแตกแยกทางความคิดจะพุ่งสูงจนน่ากังวลว่าจะปะทุกลายเป็นความรุนแรง อันส่งผลต่อวิกฤตศรัทธาต่อองค์กรต่างๆ
เมื่อฝ่ายค้านได้เสนอมาแล้ว ก็อยู่ที่ว่ารัฐบาลในฐานะที่กุมอำนาจรัฐจะตัดสินใจมีท่าทีอย่างไร
จะทำนิ่งเฉยเหมือนไม่เคยเกิดปัญหาไม่ได้อีกต่อไป
ไม่เช่นนั้นผลกระทบจะตกอยู่ที่รัฐบาลเอง!!!
รุก กลางกระดาน