เมื่อวันที่ 29 ม.ค. นายกรณ์ จาติกวณิช หัวหน้าพรรคชาติพัฒนากล้า กล่าวว่า เศรษฐกิจสายมู หรือเศรษฐกิจสีขาว เป็นหนี่งในนโยบายของพรรคที่เรานำเสนอมาอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ยังไม่แถลงนโยบาย เนื่องจากเห็นว่า ท่องเที่ยวสายมูไม่ใช่ความงมงาย มูเตลูคือความเชื่อและความศรัทธา เป็นสิ่งที่อยู่คู่กับมนุษย์มานาน ทำให้เกิดมูลค่าทางเศรษฐกิจอย่างมหาศาล แม้ในช่วงโควิดทุกจังหวัดเหลือเที่ยวบินเพียงวันละ 1-2 เที่ยว แต่ที่นครศรีธรรมราชมีเที่ยวบิน 50 กว่าเที่ยว เพราะมีวัดเจดีย์ไอ้ไข่ เงินสะพัดสู่ชุมชน ทำให้ชาวบ้านที่ค้าขายอยู่รอบๆ รวมทั้งโรงแรมที่พักยังคงมีนักท่องเที่ยวไปอุดหนุนกันอย่างอุ่นหนาฝาคั่ง

“เศรษฐกิจสายมูกำลังเป็นเทรนด์ของทั่วโลก สามารถใช้ศรัทธาและแรงบันดาลใจแปรเปลี่ยนเป็นรายได้ อย่างมหาศาล พรรคจึงนำมาบรรจุในนโยบายเศรษฐกิจ 7 สี ที่จะหารายได้เข้าประเทศ 5 ล้านล้านบาท” หัวหน้าพรรคกล่าว

นายกรณ์กล่าวว่า ประเทศไทยมีแหล่งท่องเที่ยวเชิงศรัทธามาก ถ้าเราฟื้นฟูหรือสร้างสตอรี่เรื่องเล่าจะมี นักท่องเที่ยวจากทั่วโลกมาเยี่ยมเยือนจำนวนมาก นโยบายของเราคือ 1 จังหวัด 1 พันล้าน สร้างแหล่งท่องเที่ยวศักดิ์สิทธิ์ จังหวัดไหนไม่มีสถานที่ดึงความน่าสนใจได้เพียงพอก็สร้างขึ้นใหม่ได้ ถ้าเราลงทุนหลักพันล้านต่อ 1 แหล่งท่องเที่ยว เราจะได้เงินกลับคืนมามหาศาล ดู แหล่งท่องเที่ยวระดับโลกอย่างเจ้าแม่กวนอิมที่ฮ่องกง วัดอาซากุสะที่ญี่ปุ่น โบสถ์ที่งดงามในยุโรป หรือ พระพรหมเอราวัณที่บ้านเรา ต่างเป็นสถานที่ท่องเที่ยว ที่คนทั่วโลกอยากมาชมด้วยตาตัวเอง

นายกรณ์กล่าวว่า สิ่งสำคัญของการส่งเสริมการท่องเที่ยวต้องมี 3 มิติควบคู่ ได้แก่ 1.เพิ่มนักท่องเที่ยว 2.เพิ่มเวลาที่นักท่องเที่ยวอยู่กับเรา ต้องเพิ่มแหล่งท่องเที่ยวให้หลากหลายและดึงดูด และ 3.เพิ่มเงินที่นักท่องเที่ยว ใช้ตอนอยู่กับเรา เพิ่มการใช้จ่ายจับจ่าย ซึ่งยุทธศาสตร์ สายมูตอบโจทย์ทั้ง 3 มิติ

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน