‘พุฒ’ซึ้งได้ทำหน้าที่พ่อรับมี‘น้องพีร์เจ’ชีวิตเปลี่ยน

อาทิตย์ใส

กลับมาร่วมงานกับช่อง 3 ในรอบเกือบสิบปี สำหรับพระเอกพ่อลูกอ่อน ‘พุฒ’ พุฒิชัย เกษตรสิน โดยครั้งนี้ลงเป็นพระเอกเต็มตัวในละคร “ที่สุดของหัวใจ” คู่นางเอก ‘แพทริเซีย กู๊ด’

โดยวันนี้โอกาสดี นัดแนะหนุ่มพุฒพูดคุยถึงบทบาทการแสดง รวมถึงการรับบทบาทใหม่ในชีวิตจริงกับบทบาทคุณพ่อของน้อง ‘พีร์เจ’ (PJ) ด.ช.พิชญ์ศราพงศ์ เกษตรสิน ลูกชายวัย 2 เดือนเศษ

แต่พอโผล่หน้ามาเท่านั้น ทำเอาตกใจ เมื่อเจ้าตัวมาในสภาพที่ต้องใช้ไม้เท้าช่วยพยุงในการเดิน

เป็นอะไรถึงต้องใช้ไม้เท้า?
พุฒ – “ผ่าตัดข้อเท้ามาครับ เล่นกีฬาข้อเท้าพลิกกระดูกร้าวมา 2 ปีแล้ว แต่ไม่ได้ผ่าสักที ก็ยังใช้ชีวิตได้แหละ แต่เวลา กลับไปเล่นกีฬา ไปวิ่ง ไปเตะบอล จะเจ็บที่ข้อเท้า ก็ทิ้งมายาวมากเพราะติดถ่ายละคร ไม่มีช่วงเบรกให้ผ่าสักที บวกกับล่าสุดกลับไปเตะบอลแล้วเจ็บซ้ำ หมอบอกว่าถ้าเจ็บมาอีกคือต้องผ่าอย่างเดียวแล้ว ก็เลยได้ฤกษ์ผ่าข้อเท้าแล้วเรียบร้อย”

ตอนนี้เป็นอุปสรรคต่อการใช้ชีวิตอย่างไรบ้าง?
พุฒ – “ทำงานก็อาจต้องมีไม้เท้าคอยประคองขา เพราะ ไม่สามารถลงน้ำหนักได้ ก็เลยต้องใช้ไม้เท้าประมาณ 6 สัปดาห์ ก็มีผลต่อการทำงาน มีผลต่อการช่วยคุณจุ๋ยเลี้ยงน้อง”

ตอนนี้ลูกชายเป็นอย่างไรบ้าง?
พุฒ – “จ้ำม่ำ อ้วนดีครับ แล้วผมก็เยอะมาก ตอนนี้เริ่มจะเป็นทรงรากไทร ก็เห่อครับ เพราะเป็นลูกคนแรก แล้วเราทั้งคู่อยากมีลูกกันมาก พอมีจริงๆ ก็ดีใจ นั่งป้อนนมช่วงเดือนแรก นั่งป้อนๆ ไป น้ำตามาซะงั้น ถามว่าใครอ่อนไหวร้องไห้ง่ายกว่ากัน ตั้งแต่มีลูก ผมรู้สึกว่าผมไหลเร็วกว่า จำโมเมนต์ตอนอยู่ในห้องคลอดได้ คือได้ยินเสียงร้องปุ๊บผมน้ำตาไหลเลย แบบไม่รู้ตัว เป็นน้ำตาแห่งความดีใจ เรื่องการเลี้ยงเราก็ช่วยกันครับ เพราะคุณจุ๋ยเขา ก็หนักอยู่แล้ว ไหนจะต้องปั๊มนม เลี้ยงลูก ส่วนผมก็มีหน้าที่ ป้อนนม พาเรอ พานอน ช่วยอาบน้ำลูก”

มีกลัวอะไรไหม เพราะคุณพ่อบางคนไม่กล้าเช็ดก้นลูก?
พุฒ – “ตอนแรกผมกลัวการเช็ดอึมากเลย พอได้มีลูกเป็นของตัวเองมันต้องทำ มันเหมือนข้ามสิ่งที่เราไม่อยากทำไปโดยไม่มีข้อแม้ เช็ดได้ อึเลอะมือก็สบายมากครับ”

ชีวิตเปลี่ยนไปไหม จากหน้าที่แค่สามี ตอนนี้มีอีกหน้าที่คือคุณพ่อ?
พุฒ – “พอมาเป็นคุณพ่อ รู้สึกว่าชีวิตเราต้องรับผิดชอบมากขึ้น คิดเยอะขึ้น ไม่ได้คิดถึงแค่ตัวเรา มันคิดถึงลูกด้วย มีความโตเป็นผู้ใหญ่ขึ้นมาอีกสเต็ป และอะไรที่เป็นสิ่งไม่จำเป็นในชีวิต เราจะตัดมันได้เร็วมาก อาทิ อุปกรณ์การทำกาแฟที่บ้าซื้อมาก แล้วกินอยู่คนเดียวในบ้าน ที่เมื่อก่อนมีรุ่นใหม่ออกมาก็จะซื้อ รู้สึกว่าของมันต้องมี แต่เดี๋ยวนี้ ต้มน้ำแล้วชงได้เลย เน้นสะดวกเน้นเร็วครับ ตอนนี้ (หัวเราะ)”

กับจุ๋ยพอเขามีลูกแล้ว เรารู้สึกว่าเราเลือกคนไม่ผิดไหม?
พุฒ – “เราเลือกไม่ผิดจริงๆ ทุกวันนี้ยังบอกเลยว่าการเป็นคุณแม่นี่เหนื่อยมาก เราเห็นจุ๋ยตั้งแต่แพ้ท้อง อุ้มท้อง ตั้งแต่ต้องฉีดยากระตุ้นไข่ เราอยู่ในช่วงของการมีลูกยากมา 3 ปี อุ้มท้องอีก 9 เดือน พอคลอดออกมาความเป็นแม่ก็ต้องปั๊มนม โน่นนี่นั่น เราเห็นความเสียสละของเขา รู้สึกขอบคุณเขามากๆ ที่เขายอมเสียสละตัวเองยอมมีลูกให้เรา และทำให้เรารู้สึกรักแม่เรามากขึ้น”

ตอนนี้ลูกหน้าเหมือนใคร?
พุฒ – “เหมือนคุณจุ๋ย จมูกโด่ง ผมดก ตอนนี้แก้มเป็นซาลาเปามาก ส่วนลูกคนที่สองต้องดูคุณจุ๋ยว่าสภาพร่างกายเขาเป็นยังไงบ้าง ซึ่งไข่ที่เก็บยังมีเหลืออยู่ครับ คือตอนนี้ผมอยากมีลูกแค่คนเดียว แค่ คนแรกก็เหนื่อยแล้ว ตอนแรกอยากมีสัก 3-4 คน ตอนนี้รู้สึก 2 คนดีกว่า พอแล้ว แต่ถ้ามีอีกคนก็จะมีติดๆ กันเลย เพราะด้วยความที่เราก็อายุเยอะ ไม่อยากแบบว่าเราแก่มาก แล้วลูกเป็นวัยรุ่น”

ถามเรื่องละคร “ที่สุดของหัวใจ” บ้าง เรื่องนี้ได้ร่วมงานกับช่อง 3?
พุฒ – “ครับ ก็เป็นการกลับมาร่วมงานกับช่อง 3 อีกครั้ง ก่อนหน้ามีโอกาสร่วมงานซีรีส์ จุดนัดภพของพี่ตู่ ปิยวดี มาลีนนท์ เป็นซีรีส์เรื่องแรกๆ ที่ได้ลองเล่น แต่ครั้งนี้กลับมาร่วมงานกับช่อง 3 เต็มตัวได้เป็นพระเอก เป็นละครหลังข่าวเรื่องแรก ได้เล่นกับน้องแพทริเซียและนักแสดงท่านอื่นๆ รู้สึกตื่นเต้นมาก พุฒ กับช่อง 3 สวนทางกันไปมาหลายครั้ง ครั้งนี้ได้ร่วมงานเต็มๆ ก็ดีใจและปลื้มใจมากๆ การต้อนรับอบอุ่นมาก เป็นการกลับมาร่วมงานกับช่อง 3 ในรอบน่าจะเกือบ 10 ปีได้มั้ง”

อะไรที่ทำให้ตัดสินใจรับเรื่องนี้?
พุฒ – “นอกจากผู้กำกับฯ (ผิน เกรียงไกรสกุล) ผู้จัด (หงษ์ ธัญญ์นิธิ) ที่เราเคยร่วมงานแล้ว ก็บทครับ อ่านแล้วท้าทายดี บวกกับนักแสดงหลายๆ ท่าน ทั้งน้องแพทริเซีย อาหนิง นิรุตติ์ ซึ่งเราไม่เคยร่วมงานมาก่อน พี่อุ๋ม อาภาศิริ, พี่กิ๊ก มยุริญ, พี่บอล กัมมัญญ์, พี่แพร พิชชาภา, พี่ต้นหอม อีกเยอะแยะ ซึ่งบางคนก็เคยร่วมงาน แต่บางคนยังไม่เคยร่วมงาน”

“อย่างอาหนิง ผมใฝ่ฝันอยากร่วมงานกับอาหนิงมาก เรื่องนี้พอรู้อาหนิงเล่นด้วยก็ตื่นเต้นดีใจ ทีแรกที่ได้เจอคิดว่าต้องดุมากแน่ๆ ปรากฏแกเป็นผู้ชายขี้เล่นมาก บรรยากาศคลายเครียดและเป็นกันเองมาก ทำให้ไม่เกร็ง อาหนิงเป็นคนสนุกสนาน แต่พอ 5-4-3-2 แกเป็นตัวละครที่สวิตซ์รวดเร็วมาก นั่นคือ สิ่งที่ได้เรียนรู้จากอาหนิง”

ตัวบทชอบหรือสนุกกับมันขนาดไหน?
พุฒ – “ในเรื่องรับบท เกื้อคุณ เป็นคนมั่นคงในความรักมาก เขามีแฟนแค่ 2 คน รักครั้งเก่ากับรักครั้งใหม่ รักครั้งเก่าคือพี่แพร พิชชาภา รับบทเป็นพิมพ์ ซึ่งเป็นคนที่เราคบและตั้งใจแต่งงานด้วย วันที่เราขอเขาแต่งงานเป็นวันที่เขา เดินมาบอกเลิกเรา เพื่อ ไปแต่งงานกับบอล กัมมัญญ์ ซึ่งก็คือน้องชายนางเอก แต่คนละแม่ ส่วนรักครั้งใหม่ ก็คือนางเอก น้อง แพทริเซีย ที่รับบท คุณอัญ เรื่องราวจะเป็นรักสามเส้าเราสี่คน”

เลิฟซีนเยอะเหมือนกันเนอะ ทั้งแฟนคนแรกและแฟนคนที่สอง?
พุฒ – “ก็มีเลิฟซีนให้ได้ดูเรื่อยๆ คู่พุฒถ้าจำกัดความจะเป็น เลิฟซีนที่สวยงาม เกิดขึ้นจากความรักของคนสองคนจริงๆ เวลามันออกมาอบอวลด้วยความรักละมุน”

ผู้กำกับฯบรีฟมาอยากได้เลิฟซีนแบบไหน?
พุฒ – “ตอนแรกเทกแรกพี่ผินจะปล่อยให้เราสองคนได้ลองไปกันเองก่อน ซึ่งเราคิดว่าเลิฟซีนประมาณนี้น่าจะโอเคแล้ว แต่พี่ผินบอกว่าจริงๆ เกื้อไม่ได้มีความรักมา 8 ปีแล้วนะ แล้วมาเจอนางเอกคนที่เรารักมากๆ พี่ผินให้ไดเร็ก ชั่นเพิ่ม มันต้องดูดดื่มมากกว่านี้”

หลายคนมองว่าตั้งแต่เราแต่งงานมา เลิฟซีนเราดุเดือดตลอด?
พุฒ – “ผมว่าเป็นอย่างนี้ โตขึ้นตาม ตัวเรา ตอนนั้นเราเล่นละครวัยรุ่นก็จะเป็นเลิฟซีนแบบวัยรุ่น แต่ตอนนี้เราโตขึ้นจะเป็นเลิฟซีนดุเดือดขึ้น หนักแน่นขึ้น แล้วแต่บทบาทด้วย ทั้งหมดทั้งมวลเรารายงาน ให้คุณจุ๋ย (วรัทยา) ทราบ เราบอกตลอด ซึ่งฉากเลิฟซีนเขาบอกว่าไม่จำเป็นจะไม่ดู”

แอบหวงหรือเปล่า?
พุฒ – “เขาหวงแหละ แต่เขาก็เข้าใจ มันคืองาน บางทีเลือกได้ก็ไม่ดูดีกว่า แต่เขาก็ไม่ได้ห้ามเล่นเลิฟซีน คุณจุ๋ยเขา ให้เกียรติเรา และเข้าใจมันคืองานของ เราที่เราทำ”

กับแพทริเซียร่วมงานครั้งแรกเป็นยังไงบ้าง?
พุฒ – “เอาจริงๆ ผมตื่นเต้นนะ ไม่เคยร่วมงาน เราตื่นเต้นทุกครั้งที่ได้ทำงานกับคนใหม่ๆ เพราะต้องมาเรียนรู้จังหวะและนิสัย ดูการทำงานว่าเป็นยังไง จำได้ว่าวันแรกๆ เกร็ง ก็ต้องใช้เวลาสักแป๊บละลายพฤติกรรมกันไปก็ค่อยๆ ดีขึ้น ส่วนกับแพรเรื่องนี้เขาเล่นเป็นแฟนเก่า คุณแพรเล่นเก่งมาก ทำงานกับคุณแพรเรารู้สึกเหมือนเราได้อะไรกลับมาเยอะมาก เล่นละครละเอียด เล่นลึก”

อะไรที่ทำให้เราตกผลึกได้ข้อคิดจากละครเรื่องนี้บ้าง?
พุฒ – “เป็นเรื่องของความไว้เนื้อเชื่อใจ เรื่องนี้พระเอกไม่สามารถสร้างความเชื่อใจให้กับนางเอกได้ 100% เพราะมีแฟนเก่าเข้ามาพัวพันในชีวิต ทำให้แฟนใหม่ตั้งคำถามว่ารักเราจริงหรือเปล่า ทำไมคุณ ยังไปรับส่งแฟนเก่า ยังคุยกับเขาอยู่ ปากไม่ได้คิดอะไรแต่การกระทำสวนทาง การทำให้คนเราเชื่อใจ 100% การปฏิเสธคนให้เป็น มันก็สำคัญเพื่อที่จะรักษาตัวจริง รักษาความรักของเราไม่ให้สั่นคลอน”

อนงค์ จันทร

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน