วันนี้ 7 ก.พ. “เดดไลน์” ย้ายพรรค เพื่อให้มีสิทธิ์ลงสมัครเลือกตั้งส.ส. ในกรณีไม่มีการยุบสภาฯ เกิดขึ้นก่อน 24 มี.ค. ซึ่งเป็นวันสภาผู้แทนฯ ครบวาระ

เนื่องจากตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 97 (3) บัญญัติถึงสิทธิ์สมัครรับเลือกตั้งเป็นส.ส. ต่อการเป็นสมาชิกพรรคการเมือง ที่ต้องเป็นสมาชิกพรรคใดเพียงพรรคเดียว ติดต่อกันไม่น้อยกว่า 90 วัน นับถึงวันเลือกตั้ง

เว้นแต่กรณียุบสภาให้ลดระยะเวลาเหลือ 30 วัน

ตามไทม์ไลน์กกต. หากสภาอยู่ครบวาระถึง 24 มี.ค. การเลือกตั้งจะเกิดขึ้นวันที่ 7 พ.ค.

ดังนั้น การสังกัดพรรคต้องนับจาก วันที่ 7 พ.ค. ย้อนไป 3 เดือนซึ่งจะตรงกับ วันที่ 7 ก.พ.

หากเลย 7 ก.พ.แล้วไม่ลาออก และไม่มีการยุบสภาเกิดขึ้น ส.ส.ที่ยังอยู่กับพรรคเดิมแต่พรรคไม่ส่งลงสมัครส.ส. ก็จะหมดสิทธิ์ลงสนามทันที

แต่หากเป็นกรณียุบสภา ต้องจัด เลือกตั้ง ใหม่ในห้วงเวลา 45-60 วัน ดังนั้น การจะมีคุณสมบัติเป็นผู้สมัครส.ส.ในนามพรรคใหม่ ต้องเป็นสมาชิก 30 วันนับถึงวันเลือกตั้ง

ซึ่งในกรณีนี้ไม่มีใครรู้ว่านายกฯ ผู้มีอำนาจ เรื่องนี้จะตัดสินใจยุบสภาหรือไม่ ถ้าตัดสินใจ ยุบจะเลือกช่วงเวลาใด

จะเป็น 9 มี.ค. เหมือนที่นายสุรทิน พิจารณ์ หัวหน้าพรรคประชาธิปไตยใหม่ ที่เพิ่งลาออกจากส.ส. อ้างว่าได้รับข้อมูลมาจริงหรือไม่

ด้วยความที่เดาใจผู้มีอำนาจไม่ออก ทำให้ส.ส.หลายสิบคนตัดสินใจลาออกไปอยู่สังกัดใหม่เสียเอง เพื่อความชัวร์ว่าจะได้ ลงสมัครส.ส.แน่นอน

ผลที่ตามมาอย่างหนึ่งคือทำให้องค์ประชุม สภาล่มแล้วล่มอีก ถึงขั้นรองประธานสภากับหัวหน้าพรรคร่วมรัฐบาลบางคน ในสภาเรียกร้องว่าถ้าการประชุมสภา ถูลู่ถูกังแบบนี้ น่าจะยุบสภาไปเลยดีกว่า

แต่ก็อย่างที่ “เครื่องจักรซักล้าง” ระบุ หากสภาล่มก็ไม่ต้องประชุม ไม่ใช่เหตุให้ยุบสภา เพราะถ้ายุบแล้วก็ยัง ไม่สามารถจัดเลือกตั้งได้ และเป็นเหตุการเลือกตั้งนับหนึ่งเร็วไป จะยุ่งกันหมดทุกพรรค

กับอีกเหตุผลเป็นที่รับรู้กันทั่วไป คือ การใช้เทคนิคยุบสภา นายกฯ ต้องเลือกจังหวะที่พรรคตนเองได้เปรียบทางการเมือง

ซึ่งหากมองจากมุมนี้การยุบสภา เร็วกว่าเดือนมี.ค. ยังไม่ใช่ทางเลือกที่ดีของ “พรรคลุง”

แต่อีกด้านไม่น่าจะทู่ซี้ลากยาวไป จนสภาครบวาระ แต่หากใครไม่มั่นใจ จะลาออกจากส.ส.แล้วย้ายพรรคเสียตั้งแต่วันนี้ เพื่อความปลอดภัยไว้ก่อน

ก็ไม่มีใครว่าอะไรได้

มันฯ มือเสือ

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน