หอการค้าลุ้นจีดีพีทะลุ4%หลังท่องเที่ยวฟื้นเร็ว
หอการค้าไทยเผยดัชนีความเชื่อมั่น ม.ค.ปี 2566 สูงสุดในรอบ 2 ปี จากเศรษฐกิจฟื้นตัว-คาดเม็ดเงินทัวร์จีนและเลือกตั้ง 4 หมื่นล้านดันจีดีพีโตเกิน 4%
นายธนวรรธน์ พลวิชัย อธิการบดีมหาวิทยาลัยหอการค้าไทยและประธานที่ปรึกษาศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ ม.หอการค้าไทย เปิดเผยว่า ดัชนีความเชื่อมั่นของผู้บริโภคเดือนม.ค.2566 ปรับตัวดีขึ้นจากระดับ 49.7 เป็น 51.7 ดีต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 8 และอยู่ในระดับสูงสุดในรอบ 26 เดือนนับตั้งแต่ธ.ค.2563
เนื่องจากผู้บริโภคมองว่าเศรษฐกิจเริ่มดีขึ้น หลังจาก ที่การท่องเที่ยวฟื้นตัวชัดเจนทั้งคนไทยและต่างชาติ โดยเฉพาะนักท่องเที่ยวจีนและรัสเซียรวมทั้งราคาน้ำมันเบนซินปรับตัวลดลงมากจากช่วงครึ่งปีแรก
อย่างไรก็ตาม ผู้บริโภคยังกังวลเกี่ยวกับค่าครองชีพ ที่ยังสูง รวมถึงสถานการณ์สงครามรัสเซียและยูเครน และการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยเพื่อแก้ไขปัญหาเงินเฟ้อของประเทศทั่วโลก อาจเป็นปัจจัยเพิ่มแรงกดดันของการ ฟื้นตัวของระบบเศรษฐกิจโลกเข้าสู่ภาวะเศรษฐกิจถดถอย
ส่วนดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคในปัจจุบันปรับตัวดีขึ้น จากระดับ 34.6 เป็น 36.3 ดีขึ้นต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 8 และสูงสุดในรอบ 26 เดือน ขณะที่ดัชนีความเชื่อมั่น ในอนาคตดีต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 8 และสูงสุดในรอบ 26 เดือนนับจาก เม.ย.2564 โดยปรับจากระดับ 56.9 มาอยู่ที่ระดับ 59.2
สำหรับดัชนีความเชื่อมั่นเกี่ยวกับเศรษฐกิจโดยรวม ดัชนีความเชื่อมั่น เกี่ยวกับโอกาสหางานทำโดยรวม และเกี่ยวกับรายได้ในอนาคตอยู่ที่ระดับ 46.0, 49.0 และ 60.2 ตามลำดับ ปรับตัวดีขึ้นทุกรายการ แสดงว่าผู้บริโภค เชื่อมั่นว่าเศรษฐกิจไทยกำลังฟื้นตัว
นายธนวรรธน์กล่าวว่า เศรษฐกิจไทยในไตรมาสที่ 1 จะเติบโตแบบรูปตัวเค ยังไม่ครอบคลุม เพราะยังมีปัญหาหนี้สิน ขณะที่ภาคธุรกิจยังกังวลปัญหาอัตราดอกเบี้ยนโยบายขาขึ้น และค่าไฟฟ้า น้ำมันแพง ส่วนภาคส่งออกปีนี้จะไม่ทรุดตัวมาก เนื่องจากเศรษฐกิจโลกชะลอตัว น้อยกว่าที่คาดตามเศรษฐกิจสหรัฐที่หดตัวไม่มาก
ขณะที่ท่องเที่ยวไทยฟื้นเร็วกว่าปกติ จากนักท่องเที่ยวจีนที่เข้ามาเร็ว คาดทั้งปีจะอยู่ที่ 6-7 ล้านคน สร้างรายได้ 3-3.5 แสนล้านบาท และการเลือกตั้งช่วงไตรมาส 2 ปีนี้จะมีเม็ดเงินสะพัดอีก 5 หมื่นล้านบาท
คาดว่าจะทำให้เศรษฐกิจไทยฟื้นชัดช่วงไตรมาส 2 ปรับจากรูปตัวเค เป็นตัวเจ ทำให้จีดีพีทั้งปีนี้อาจจะโตเกิน 4% ขณะที่คาดการณ์อยู่ 3.5-4%