กยท.ปลื้มโครงการชะลอการขายยางพารา ช่วยลดงบประมาณชดเชยภาครัฐ เร่งหารือ “ธสน.-ธกส.” เพื่อร่วมปล่อยกู้อุ้มดอกเบี้ย ตั้งเป้าปี 2566 ซื้อเก็บ 1 แสนตันหวังช่วยดันราคายางพาราเพิ่ม
นายณกรณ์ ตรรกวิรพัท ผู้ว่าการการยางแห่งประเทศไทย (กยท.) เปิดเผยว่า กยท.หารือเบื้องต้นกับธนาคารเพื่อการส่งออกและนำเข้าแห่งประเทศไทย (ธสน.) และธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธกส.) เพื่อร่วมดำเนินโครงการชะลอการขายยางพารา โดยการชดเชยดอกเบี้ยให้แก่ผู้ประกอบกิจการยาง รวมถึงจากสถาบันเกษตรกรชาวสวนยาง เพื่อให้ผู้ประกอบกิจการยางมีสภาพคล่อง ลดต้นทุนทางการเงิน สามารถนำเงินไปรับซื้อยางจากเกษตรกรเก็บไว้ในเวลาที่ยางพาราราคาลดต่ำลง ช่วยลดปริมาณยางที่อยู่ในกลไกตลาด
ทั้งนี้โครงการชะลอการขายยางพาราโดยการชดเชยดอกเบี้ยให้แก่ผู้ประกอบกิจการยาง เป็นโครงการที่ กยท.ดำเนินการอยู่แล้วทุกปี โดยปี 2566 มีงบประมาณเพื่อดำเนินการประมาณ 600 ล้านบาท สามารถรับซื้อยางพาราได้ประมาณ 5-6 หมื่นตัน แต่เบื้องต้นได้หารือกับ ธสน.และธกส.เพื่อร่วมปล่อยกู้ให้กับผู้ประกอบการและสถาบันเกษตรกรเพื่อชะลอการขายยางพาราในช่วงที่ราคายางพาราปรับตัวลดลง เป้าหมายประมาณ 1 แสนตัน
สำหรับโครงการชะลอการขายยางพาราถือเป็นโครงการที่กยท.ทำมาต่อเนื่องและประสบความสำเร็จอย่างมาก จะเห็นจากหากดูราคายางย้อนหลังปรับตัวเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง ดูได้จากการชดเชยรายได้เกษตรกรชาวสวนยางที่ลดลงต่อเนื่องเช่นกัน โดยปี 2563 รัฐบาลใช้งบประมาณชดเชยรายได้ให้ชาวสวนยาง วงเงิน 24,172.4 ล้านบาท จากวงเงินที่รัฐบาลอนุมัติให้ 25,819.92 ล้านบาท ปี 2564 รัฐบาลใช้งบประมาณชดเชยรายได้ให้ชาวสวนยางวงเงิน 7,553.74 ล้านบาท จากวงเงินที่รัฐบาลอนุมัติให้ 9,717.99 ล้านบาท และปี 2565 รัฐบาลใช้งบประมาณชดเชยรายได้ให้ชาวสวนยางวงเงิน 2,319.76 ล้านบาท จากวงเงินที่รัฐบาลอนุมัติให้ 9,783.61 ล้านบาท
ปัจจุบันเทรนด์โลกให้ความสำคัญกับสิ่งแวดล้อมและความยั่งยืน รวมถึงประเทศผู้นำเข้ายางรายใหญ่ เช่น ยุโรป สหรัฐอเมริกา กำหนดให้ผลิตภัณฑ์ยางต้องผลิตมาจากสวนยางที่มีเอกสารสิทธิถูกกฎหมายของประเทศผู้ผลิตต้นทาง สามารถตรวจสอบย้อนกลับได้ กยท. จึงพยายามส่งเสริมสวนยางไทยให้เข้าสู่ระบบการรับรองป่าไม้ภายใต้แผนยุทธศาสตร์ยางพาราระยะ 20 ปี ตั้งแต่กระบวนการปลูกสร้างสวนยาง เก็บเกี่ยว แปรรูป
โดยกำหนดเป้าหมายพื้นที่สวนยาง 500,000 ไร่ ในปี 2565 และ 15 ล้านไร่ ภายใน 5 ปี เพื่อให้ได้ยางพาราผลผลิตยางพรีเมียมที่ผ่านมาตรฐาน และชนิดยางตรงตามที่ผู้ซื้อต้องการราคาขายจะสูงกว่าราคายางทั่วไป 6-10%
อย่างไรก็ตามการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.)ในวันที่ 14 ก.พ.นี้ คาดว่าจะพิจารณาอนุมัติงบประมาณ 7,600 ล้านบาท เพื่อดำเนินโครงการประกันรายได้เกษตรกรชาวสวนยาง เฟส 4 ครอบคลุมเกษตรกรชาวสวนยางจำนวน 1,604,379 ราย โดยโครงการฯนี้จะบรรเทาความเดือดร้อนให้กับชาวสวนยางในช่วงที่ราคาตกต่ำ