บีบีซีรายงานวันที่ 13 ก.พ. ถึงความคืบหน้าหลังเกิดแผ่นดินไหว 7.8 แม็กนิจูดในตุรกี ตั้งแต่วันที่ 6 ก.พ.ที่ผ่านมาว่า ยอดผู้เสียชีวิตรวมสองประเทศในตุรกีและซีเรียเพิ่มเป็น อย่างน้อย 35,224 รายแล้ว ในจำนวนนี้เป็นเหยื่อในตุรกี 31,643 ราย และซีเรีย 3,581 ราย ด้านหน่วยกู้ภัยนานาชาติยังเร่งระดมกำลังค้นหาผู้ประสบภัยใต้ซากปรักหักพังของบ้านเรือน

ท่ามกลางสภาพอากาศที่ยังคงเย็นยะเยือก และความวิตกกังวลหลังจากหน่วยประสานงานด้านการบรรเทาภัยฉุกเฉินของสหประชาชาติ (ยูเอ็น) คาดว่าตัวเลขผู้เสียชีวิตอาจสูงกว่า 50,000 ราย เนื่องจากไม่มีความคืบหน้าจากฝั่งประเทศซีเรีย และมีความเป็นไปได้สูงว่าจะพบร่างเหยื่ออีกจำนวนมากใต้ซากบ้านเรือน โดยเฉพาะในเมืองอเลปโป ทางตอนเหนือของซีเรีย

อย่างไรก็ตาม มีข่าวน่ายินดีเกิดขึ้นต่อเนื่องโดยเมื่อวันอาทิตย์ที่ 12 ก.พ.ที่ผ่านมา หน่วยกู้ภัยทั้งในประเทศและนานาชาติสามารถช่วยเหลือเด็กวัย 13 ปีจากซากปรักหักพัง ของบ้านเรือนในเมืองกาซีอันเท็พ ศูนย์กลางแผ่นดินไหวทางตะวันออกเฉียงใต้ของตุรกี นอกจากนี้ยังช่วยเด็กหญิงวัย 2 ขวบที่ติดอยู่นานถึง 159 ชั่วโมง และเด็กหญิงวัย 12 ปี อีกคนในจังหวัดฮาทัย ทราบชื่อในเวลาต่อมาคือด.ญ.คูดี ติดอยู่ใต้ซากบ้านนาน 147 ชั่วโมง ส่วนเมื่อวันเสาร์ที่ 11 ก.พ. เจ้าหน้าที่พบและช่วยด.ช.ฮัมซา วัย 7 เดือนที่ติดอยู่ใต้ซากอาคารนาน 139 ชั่วโมงออกมาได้สำเร็จ

วันเดียวกัน ทางการตุรกีออกหมายจับผู้ต้องสงสัย 113 คนที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการก่อสร้างอาคารที่พักอาศัย อพาร์ตเมนต์ และอาคารต่างๆ ซึ่งประสบเหตุพังถล่มในเหตุแผ่นดินไหว ในจำนวนนี้ 12 คน รวมถึงผู้รับเหมา ถูกจับและอยู่ระหว่างการควบคุมตัวเพื่อสอบปากคำดำเนินคดี ภายหลังประชาชนจำนวนมากตั้งข้อสงสัยว่าโศกนาฏกรรมครั้งนี้เกิดขึ้นเพราะปัจจัยโดยตรงจากภัยพิบัติทางธรรมชาติหรือเป็นผลกระทบจากความผิดพลาดของมนุษย์

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน