ตำรวจสตูลต้องยกเลิกการทำแผนประกอบคำรับสารภาพคดีขืนใจฆ่า รีบหิ้วตัว นายอนุวัฒน์ อัลมาตร อายุ 37 ปี ผู้ต้องหาออกจากบ้านที่เกิดเหตุหลบหนีการรุมประชาทัณฑ์ของญาติผู้เสียชีวิตและชาวบ้านกันจ้าละหวั่น พาตัวกลับไปจำลองเหตุที่โรงพักแทน

สาเหตุจากเจ้าหน้าที่ไม่ได้ทราบมาก่อนว่าบ้านหลังดังกล่าวนอกจากกำลังจัดพิธีศพให้เหยื่อสาววัย 32 ปี

ที่สำคัญตัวผู้ตายยังมีศักดิ์เป็นน้องเมียของฆาตกรเอง จนสร้างความโกรธแค้นให้ผู้ที่ทราบเรื่องสลดครั้งนี้เป็นอย่างมาก

คดีสะเทือนขวัญรายนี้เกิดขึ้นเมื่อช่วงเช้าวันที่ 7 ก.พ.ที่ผ่านมา พ.ต.ท.ยศพงศ์ ชัยศิริ สว.สอบสวน รรท.ผกก.สภ.ฉลุง อ.เมือง จ.สตูล รับแจ้งเหตุพบหญิงสาวในบ้านพัก ในหมู่บ้านควนโพธิ์ ม.7 ต.ควนโพธิ์ อ.เมือง จ.สตูล

เมื่อนำกำลังรุดไปตรวจสอบ พร้อมเจ้าหน้าที่พฐ. และแพทย์ ร.พ.สตูล พบศพผู้เสียชีวิตอยู่ในห้องนอน สภาพเปลือยท่อนล่าง บริเวณลำคอมีร่องรอยถูกบีบจนขาดอากาศหายใจเสียชีวิตทุรน

ข้างศพยังพบสร้อยคอทองคำน้ำหนัก 1 บาท ขาดตกอยู่

จนท.ส่งศพเหยื่อชันสูตร

 

สำหรับผู้ตายมีอาชีพเป็นเสมียนบัญชีบริษัทก่อสร้างแห่งหนึ่งในจังหวัดสตูล อาศัยบ้านดังกล่าวอยู่กับลูกชายวัย 6 ขวบ รวมถึงพ่อกับแม่

สอบสวนทราบว่า ก่อนกลายเป็นศพ พ่อแม่ของผู้เสียชีวิตเห็นลูกครั้งสุดท้าย ก่อนพากันออกไปกรีดยางช่วงเที่ยงคืนวันที่ 6 ก.พ.

กระทั่งทั้งคู่กลับเข้าบ้านอีกครั้งในช่วง 7-8 โมงเช้า วันที่ 7 ก.พ. เมื่อเปิดประตูเข้าไปในบ้านก็พบลูกสาวนอนนิ่งอยู่ในห้อง โดยมีหลานชายวัย 6 ขวบที่นั่งร้องไห้เขย่าร่างลูกสาว ร้องบอกว่า “ยาย แม่ ยังไม่ตื่น”

พอเข้าไปดูก็พบว่าลูกสาวสิ้นใจไปแล้ว

พ.ต.อ.นิพล เหมสลาหมาด และ พ.ต.อ.พสิษฐ์ ศานติปรัชญา รอง ผบก.ภ.จว.สตูล นำกำลังเจ้าหน้าที่ฝ่ายสืบสวน กก.สส.บก.ภ.จว.สตูล ลงพื้นที่ช่วยคลี่คลายคดีทันที

เบื้องต้นจากสภาพบ้านเกิดเหตุที่ไม่มีร่องรอยงัดแงะ รวมถึงญาติผู้ตายยืนยันว่าก่อนออกจากบ้านไปล็อกแม่กุญแจแน่นหนา แต่เมื่อกลับเข้าบ้านตอนเช้าแม่กุญแจกลับถูกไขออกไปแล้ว เจ้าหน้าที่จึงพุ่งเป้าไปยังคนใกล้ตัวทันที

ผู้ต้องสงสัยรายแรกและมีเพียงรายเดียวเท่านั้นก็คือนายอนุวัฒน์ อดีตลูกเขยของบ้านนี้ ที่เลิกรากับพี่สาวของผู้ตายไปไม่นาน และเป็นอีกหนึ่งคนที่เคยถือลูกกุญแจของบ้านหลังดังกล่าว

นายอนุวัฒน์ อัลมาตร ผู้ต้องหา

 

สอดคล้องกับคำให้การของนายจำรัส ชิกวี ผู้ใหญ่บ้านหมู่ที่ 7 ที่ระบุว่า ก่อนนายอนุวัฒน์จะออกจากบ้านนี้ไป มีเรื่องทะเลาะตบตีกับภรรยา จนต้องขึ้นโรงขึ้นศาล ผู้ใหญ่บ้านต้องไปเป็นพยานให้

ที่สำคัญพ่อแม่ของผู้ตายยืนยันว่าหลังเลิกจากลูกสาวคนโตไปแล้ว นายอนุวัฒน์เคยมีปากเสียงกับผู้ตาย เพราะเข้าใจว่าเป็นคนยุแหย่พี่สาวจนต้องหย่าร้างกัน

ช่วงบ่ายวันเดียวกัน เจ้าหน้าที่ฝ่ายสืบสวน กก.สส.บก.ภ.จว. สตูล ร่วมกับเจ้าหน้าที่ฝ่ายสืบสวน สภ.ฉลุง นำหมายจับศาล จังหวัดสตูล บุกไปจับนายอนุวัฒน์ได้ทันควัน หลังสืบทราบว่าหนีกลับไปกบดานที่บ้านเกิดใน ต.ปากน้ำ อ.ละงู จ.สตูล

หลังจนมุมเจ้าหน้าที่ในเวลาไม่ทันข้ามวัน นายอนุวัฒน์ก็ทำได้เพียงเปิดปากรับสารภาพด้วยจนมุมต่อร่องรอยขีดข่วนตามใบหน้าและลำตัว อันเกิดจากเล็บของผู้ตายที่ต่อสู้ขัดขืนทิ้งเป็น หลักฐานให้มัดตัวไว้ชัดเจน

ยกมือไหว้ขอโทษสำนึกผิด

 

อดีตพี่เขยโหดก้มสารภาพอ้างว่าไม่ได้คิดจะก่อเหตุหื่น หรือจะทำอะไรรุนแรง แค่จะกลับไปเก็บเสื้อผ้าและเครื่องใช้ส่วนตัว หลังจากต้องระเห็จออกจากบ้านนั้น เพราะเลิกรากับพี่สาวผู้ตาย

โดยอาศัยช่วงเวลาหลังเที่ยงคืนที่พ่อและแม่ของอดีตเมียออกไปกรีดยาง ใช้กุญแจที่ทางครอบครัวผู้ตายเคยให้ไว้ไขเข้าไปในบ้าน

แต่ระหว่างเดินผ่านห้องนอนของผู้ตายที่ไม่ได้ปิดประตู กำลังนอนหลับสบายอยู่บนที่นอนจึงเกิดอารมณ์เปลี่ยว ลงมือลักหลับลวนลามจนผู้ตายสะดุ้งตกใจตื่นขึ้นมาเห็นก็ด่าทอและดิ้นรน จนเกิดการต่อสู้กัน

แต่แรงหญิงมีหรือจะสู้ชายหื่นได้ ผู้ตายโดนกระหน่ำชกท้อง จนอ่อนแรงลงถูกขืนใจจนสำเร็จ

จำลองเหตุนาทีสังหาร

 

นายอนุวัฒน์อ้างอีกว่าผู้ตายยังคิดจะขัดขืนอีก เลยใช้มือบีบคอแน่นหวังเพียงให้อีกฝ่ายหยุดต่อสู้ดิ้นรน โดยไม่คิดว่าจะทำให้ถึงตาย หลังจากนั้นรีบหนีออกจากบ้าน โดยฉวยโทรศัพท์มือถือของผู้ตายติดมือไปด้วย ก่อนขี่รถจักรยานยนต์ไปซ่อนตัวที่บ้านญาติใน อ.ละงู กระทั่งถูกตำรวจตามไปจับตัวในที่สุด

ระหว่างจำลองเหตุขืนใจฆ่าอดีตน้องเมียที่โรงพัก นายอนุวัฒน์ยกมือไหว้สื่อมวลชนที่ไปทำข่าว ฝากขอโทษญาติพี่น้องของผู้ตาย ทุกคน และพร้อมยอมรับผิดทุกอย่าง

ไม่ว่าผู้ต้องหารายนี้จะสำนึกผิดจริงหรือไม่ สิ่งที่ไม่อาจเปลี่ยนแปลงได้คือเขาทำให้เด็กชายคนหนึ่งต้องกลายเป็นกำพร้าในวัยเพียง 6 ขวบเท่านั้น

พัชรี เกิดพรมเรื่อง/ภาพ

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน