เอเอฟพีรายงานวันที่ 17 ก.พ. ถึงความคืบหน้าหลังเกิดแผ่นดินไหวครั้งประวัติศาสตร์ในตุรกีซึ่งผ่านมาแล้ว 12 วัน นับตั้งแต่แผ่นดินไหวขนาด 7.8 แม็กนิจูดเขย่าพื้นที่ตอนใต้ของตุรกี ส่งผลให้ยอดผู้เสียชีวิตที่ยืนยันแล้วเพิ่มขึ้นเป็นอย่างน้อย 41,732 ราย ในจำนวนนี้เป็นเหยื่อในตุรกี 38,044 ราย และในซีเรียอีก 3,688 ราย ด้านองค์การสหประชาชาติ (ยูเอ็น) เรียกร้องระดมเงินราว 34,500 ล้านบาท เพื่อเร่งช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมแก่ผู้ประสบภัย ทั้งในตุรกีและซีเรีย

นายอันโตนิโอ กูเตร์เรส เลขาธิการยูเอ็น กล่าวว่า “มีความต้องการมหาศาลรออยู่ ผู้คนกำลังทุกข์ทรมาน และไม่มีเวลาให้เสียเปล่า” นายกูเตร์เรสย้ำ และว่าการระดมเงินครั้งใหญ่นี้จะช่วยบรรเทาทุกข์ด้านมนุษยธรรมเป็นเวลา 3 เดือนแก่ประชาชนที่ประสบภัยกว่า 5.2 ล้านคน โดยเงินดังกล่าวจะขับเคลื่อนให้องค์กรช่วยเหลือสามารถขยายการสนับสนุนที่สำคัญได้อย่างรวดเร็ว รวมถึงด้านความมั่นคงทางอาหาร การคุ้มครอง การศึกษา น้ำดื่ม และที่พักอาศัย

ขณะเดียวกันมีรายงานข่าวน่ายินดีท่ามกลางความหวังที่ริบหรี่และภารกิจการค้นหาที่ใกล้จะยุติลง หลังจากหน่วยกู้ภัยช่วยเหลือนำตัวด.ช.ออซมาน วัย 14 ปีที่ติดใต้ซากอาคารพังถล่มในเมืองอันตาเกีย 260 ชั่วโมง และราว 1 ชั่วโมงต่อมาช่วยชาย 2 คน วัย 26 ปี และ 33 ปีในเมืองเดียวกัน

ก่อนหน้านี้เจ้าหน้าที่ช่วยเด็กสาววัย 17 ปี ทราบชื่อคือ น.ส.อเลย์น่า โอลเมซ ติดอยู่ใต้ซากปรักหักพังของอาคารในเมืองคาฮ์รามันมารัช ทางตอนกลางของตุรกี เป็นเวลานานกว่า 248 ชั่วโมง นายอาลี อักโดแกน คนงานเหมือง อาสาสมัครที่ร่วมภารกิจค้นหาผู้ประสบภัย เปิด เผยว่าเด็กสาวยังมีสุขภาพร่างกายแข็งแรงดี ต่อมาสถานีโทรทัศน์เอ็นทีวีรายงานว่าหน่วยกู้ภัย อีกกลุ่มพบหญิงสาวช่วงอายุ 20 ปี ทราบชื่อคือน.ส.เนสลิฮัน คิลิก ติดใต้ซากบ้านในเมือง คาฮ์รามันมารัชเป็นเวลานานถึง 258 ชั่วโมง ก่อนเจ้าหน้าที่จะช่วยเหลือนำตัวออกมาได้สำเร็จ

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน