‘เจมส์ มาร์’รีวิวชีวิตวัย30 สโลว์ไลฟ์-ทำทุกอย่างให้เอ็นจอย
อาทิตย์ใส
ในวัย 30 คนอื่นอาจจะแต่งงานมีครอบครัวไปแล้ว แต่พระเอกตี๋ ‘เจมส์ มาร์’ ขนาดแฟนยังไม่มีกับเขาเลย โดยเจ้าตัวที่มาให้สัมภาษณ์ถึงผลงานละคร “เพราะรัก Because of Love” ทางช่อง 3 ที่เล่นคู่กับนางเอกสาว ‘พาย’ รินรดา แก้วบัวสาย ก็ได้เล่ามุมมองความรักของตัวเองให้แฟนๆ ฟัง
บทบาทในละคร “เพราะรัก” เป็นอย่างไรบ้าง?
เจมส์ – “เรื่องนี้เป็นครั้งแรกที่ได้รับบทบาทใหม่ในชีวิตการแสดง เป็นการบู๊แบบปัจจุบัน ที่ผ่านมาเจมส์เคยเล่นแต่บู๊พีเรียด พอมาใส่สูทจับปืนแบบเรื่องราวปัจจุบันรู้สึกสนุกและท้าทายมาก ตื่นเต้นมาก ก่อนหน้านี้เคยได้ยินคำว่าจักรวาลของชลลัมพี ที่ถนัดละครแนวแฟนตาซีและมีบู๊ด้วย พอได้มาร่วมงานกับค่ายชลลัมพีบราเธอร์ประทับใจมาก มีความสุขทุกครั้งที่มากอง แล้วเรื่องนี้ได้ร่วมงานกับน้องพาย เป็นนักแสดงที่เก่งมาก ความ ตั้งใจสูงมากครับ”
มีแฟนหรือยัง ดูเหมือนคนรอบข้างจะเชียร์เรากับพาย เราจีบเขาไหม?
เจมส์ – “(หัวเราะ) แฟนยังไม่มีเลยครับ กับน้องพายคือน้องเขาสุดยอดมากทุกอย่าง เขาเพียบพร้อม น่ารัก ดีใจมากที่ได้ร่วมงานกับเขา หวังว่าถ้าเวลาผ่านไปสักพักหนึ่ง แล้วมีโมเมนต์นั้น ก็หวังว่ามันจะเกิดขึ้นครับ เมื่อไหร่ที่เป็นจุดนั้นได้จริงๆ ผมก็จะมาบอก ตอนนี้ให้เป็น แบบนี้ไปก่อนดีกว่าครับ ถ้าถามถึงความเป็นไปได้ คือตอนนี้โฟกัสเรื่องงาน โฟกัสเรื่องสิ่งที่ มีอยู่แล้ว เป็นพี่น้องและเป็นเพื่อนร่วมงานที่ดี”
ต้องเป็นเพื่อนกันก่อน?
เจมส์ – “สำหรับตัวเองนะ คิดว่าวิธีนั้นน่าจะเป็นวิธีที่ดีที่สุด น่าจะนำพาความสม่ำเสมอ หมายความว่าคิดแล้ว ถามใจตัวเอง ดูหลายๆ อย่าง ที่ผ่านมาก็เป็นอย่างนั้นมาตลอด คือเป็นคนที่คิดเยอะนิดนึงเรื่องแบบนี้ เพราะไม่อยากรู้สึกผิดหวัง เลยอยากทำให้ชัวร์ที่สุด ที่ผ่านมาอาจจะใช้เวลานานไป เลยไม่มี มาถึงทุกวันนี้ (หัวเราะ)”
ผู้หญิงของเจมส์ ต้องประมาณไหน?
เจมส์ – “เป็นตัวของเขาเองมากที่สุด ไม่ต้องทำอะไรเพื่อเข้าหาเราเลย ถ้าเกิดมันใช่ แล้วอยู่ด้วยกันได้ ผมชอบแบบนั้นมากที่สุด ยิ่งคนคนนั้นมีความชอบของเขา มีเสน่ห์ในงานของเขาที่ชัดมาก ไม่ต้องเป็นแบบที่ผมชอบ เป็นแบบคุณนั่นล่ะดีแล้ว ส่วนตัวก็ไม่รู้เหมือนกันว่าผมชอบแบบไหน ไม่ได้กะเกณฑ์ ผมคิดว่าถ้าเราไม่มีสเป๊ก เราก็ยิ่งได้เรียนรู้คนคนนั้นในแบบที่เขาเป็นจริงๆ ถ้าเรามีสเป๊ก มันจะทำให้เรามีกรอบ ผมไม่อยาก ตีกรอบเรื่องแบบนี้ เพราะถ้าเกิดกรอบเราไม่ตรงกับเขา มันก็อาจมีปัญหาได้ในอนาคต”
ที่ผ่านมาเคยมีความรู้สึกนี้บ้างไหม?
เจมส์ – “ต้องมีบ้างอยู่แล้ว แต่อาจจะไม่ชัดมาก คิดเยอะจนผ่านไปแล้ว เขาเลยไปแล้ว หรือยังไม่ทันได้คิด หรือคิดนานจนรู้สึกว่าไม่ใช่ ส่วนใหญ่จะไม่ใช่มากกว่า เพราะว่าเรารู้สึกว่า ณ ตอนนั้นที่มันเกิดขึ้น เรายังดูแลเขาได้ไม่ดีพอ”
ปัจจุบันทำให้เราคิดเร็วขึ้นไหม?
เจมส์ – “ผมว่าดีไม่ดีอาจจะคิดช้าลง เพราะพอเราโตขึ้นทุกอย่าง จะช้าลง คิดอะไรออกได้ง่ายขึ้นเร็วขึ้นคงไม่ใช่ แต่น่าจะคิดได้เคลียร์ขึ้น รู้จักตัวเองมากขึ้น”
ความรู้สึกของเราพร้อมจะมีแฟนหรือยัง?
เจมส์ – “ตอนนี้ถ้าโมเมนต์นั้นมา ผมก็พร้อมจะดูแลคนนั้นเต็มที่ที่สุด เพราะตอนนี้ก็อายุเยอะขึ้นแล้ว ทุกครั้งเราก็คิดว่าเราพร้อม แต่พอถึงเวลาจริง เราก็ไม่พร้อมสักที มันก็เลยเป็นวงกลมของตัวเองอยู่ จริงๆ เราก็อยากให้มีโอกาสนั้นเหมือนกันครับ”
กำหนดเวลากับตัวเองไหมว่าจะมีแฟนเมื่อไหร่?
เจมส์ – “ไม่ได้กำหนดครับ ถ้ากำหนดตอนนี้ก็น่าจะมีแล้ว เพราะมาจนอายุเท่านี้แล้ว เลยกำหนดมาประมาณหนึ่งแล้ว ซึ่งปีนี้อายุเข้า 30 ปีแล้ว บางคนเขาถึงขั้นแต่งงานแล้ว ผมไม่ได้กำหนดแน่นอน แล้วก็สบายใจที่จะเป็นแบบนี้ ค่อยเป็นค่อยไป ผมให้ความสำคัญไม่เหมือนคนอื่น คนอื่นอาจจะให้ความสำคัญกับการอยากลอง อยากเจอ อยากเรียนรู้ ผมให้ความสำคัญกับแนวคิดมากกว่า ถ้าเป็นคนคนนั้นก็อยากให้เป็นคนที่ใช่ไปเลย ไม่อยากลอง”

เรียกว่าถ้าเราเจอคนที่ใช่ก็พร้อมแต่งงานเลย ใช่ไหม?
เจมส์ – “ใช้คำว่าอยากดูแลเขาไป ให้นานๆ เลยแบบนั้นครับ”
มาตอนนี้ดูเราจะทุ่มเทให้กับน้องหมาน้องแมว?
เจมส์ – “ครับ หมาแมวเราทุ่มเทร้อยเปอร์เซ็นต์เหมือนกัน ยิ่งน้องหมาที่เพิ่งเกิดมา ตัวเมียเพิ่งท้องมีลูก 5 ตัว ผมเป็นคนทำคลอด เพราะน้องต้องคลอด ที่บ้าน ตอนแรกก็เถียงกันอยู่ประมาณนึง เหตุผลของผมคือผมเคยเล่นละครเป็นหมอ ผมเลยน่าจะมีความใจเย็นที่สุดในบ้าน สุดท้ายผมก็ได้เป็นคนทำ ใส่ถุงมือแล้วก็ทำ ฉีกถุงน้ำคร่ำ แล้วก็เช็ดตัวให้น้องเขาแห้ง แล้วก็หวังว่าน้องเขาจะตื่นมาหายใจ ซึ่งเป็นโมเมนต์ที่น่ากลัวมาก”
ความรู้สึกตอนนั้นเป็นอย่างไรบ้าง?
เจมส์ – “ก็ชีวิตทั้งชีวิตอยู่ในมือเรา จริงๆ แล้วแบบตื่นนะลูกๆ แล้วเขาก็ตื่น ดีใจมาก และทำ 5 ตัว เพราะฉะนั้นจะตื่นเต้นทุกตัว เขาออกมาทีละตัวครับ ก็มีเวลาประมาณ 15-20 นาที ระหว่างตัว พอฉีกตัวที่หนึ่ง โอเคเขาออกมาหายใจ ตัวที่สองแบบ เอ๊ะ เขายังไม่ร้องเลย หายใจเบาก็แบบตื่นเต้น ก็ต้องเช็ดตัวให้เขาแห้งแล้วเขาก็ตื่น ทำ แบบนี้ไปเรื่อยๆ จนครบ 5 ตัวครับ”
ดูมีความสุขกับการเล่าเรื่องน้องหมา?
เจมส์ – “มีครับ คือทุกอย่างที่เราทำ ในชีวิต ถ้าได้ลงไปทำแล้วอยากทำให้จริงจัง เรื่องหมา เรื่องกอล์ฟ เรื่องอะไรก็ตามที่อยากทำ เราอยากเก่งอยู่ไม่กี่อย่างก็จะทำสิ่งนั้นให้มากที่สุด เช่นเดียวกันกับการเล่นละคร หรือการใช้ชีวิตคือให้เวลาตัวเองในการคิดในการลงไปทำจริงๆ”
ทำไมถึงอยากเก่งไม่กี่อย่าง?
เจมส์ – “สำหรับผม การที่จะเก่งทุกอย่างมันเป็นไปไม่ได้ ผมคิดว่าผมมีความสามารถที่จะเก่งอยู่ไม่กี่อย่าง เพราะฉะนั้นผมเลยเลือกว่าอะไรเป็นสิ่งที่ตัวเองชอบจริงๆ แล้วก็ทำสิ่งนั้นหรือรู้สิ่งนั้นให้ลึกที่สุดเท่าที่จะรู้ได้ เพราะเราชอบความรู้สึกเวลามีคนมาถาม ในสิ่งสิ่งนั้นแล้วเราทำให้เขากระจ่าง ยกตัวอย่าง กอล์ฟ ถ้ามีคนมาถามผมเรื่องกอล์ฟ แล้วเขากลับไปทำตามอย่างที่ผมบอก แล้วเขาตีได้ คือความรู้สึกของเขามันฟินมาก ความรู้สึกของเขามันทำให้เรามีความสุข นึกออกมั้ย ถ้าผมเก่งอยู่ไม่กี่อย่างแล้วผมสามารถช่วยคนได้ในสิ่งที่ผมเก่ง ผมดีใจ”
เจมส์เป็นโปรกอล์ฟหรือยัง?
เจมส์ – “ยังครับ ผมไม่ได้เทิร์นโปรไม่ได้สอบ และคิดว่า คงไม่สอบ เพราะเป็นแบบนี้โอเค บางทีการเป็นโปรมันจะมีกระบวนการ เป็นตำราที่ต้องสอนแบบนั้น ผมจะบอกทุกคนที่ผมสอนว่าถ้าจริงจังให้ไปเรียนกับโปร แต่ถ้าสงสัยอะไรให้มาถามผม เห็นผมเป็นเหมือนเพื่อนที่จะถามมากกว่า ผมเล่นเพราะความสนุกและความชอบส่วนตัวมาตั้งนานแล้วครับ 10 ปีในการเล่นตลอดเวลา มีการลองผิดลองถูกมาหมดแล้ว ใคร ที่สงสัย เราก็เลยหาคำตอบให้เขาได้เร็วขึ้น”
“จริงๆ ผมเคยอยากเป็นโปรกอล์ฟเหมือนกัน แต่พอมาถึงจุดนี้ เวลาต้องให้ กับการเป็นนักกีฬาจริงๆ มันต้องมากกว่านี้อีกเยอะ แต่เราให้ไม่ได้ เลยเลือกจะมาเป็นคนกระจายและทำให้คนมาเล่นกอล์ฟเยอะๆ ดีกว่า แล้วก็เล่นเพื่อความสนุกของตัวเองด้วย พอเราไม่ได้อยากเป็นนักกีฬา เราก็ไม่คิดจะไปแข่ง เราก็ไม่ต้องเข้าไปซ้อมบ่อย อาทิตย์เล่นครั้งสองครั้ง”
เหมือนเราไม่ได้อยากขึ้นไปอยู่ด้านหน้าแค่อยากเป็นแบ๊ก?
เจมส์ – “ใช่ครับ แล้วไม่ใช่แค่กอล์ฟ ยังมีอย่างอื่นที่ผมชอบ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องเกมส์ เรื่องที่ผมชอบไปเที่ยว ชอบเรื่องรถ เราก็รู้ประมาณนึง สามารถช่วยคนอื่นได้เมื่อเขามาขอคำปรึกษา ขอความช่วยเหลือ เพราะคิดว่าตัวเองอาจจะไม่ได้เก่งขนาดนั้น ที่จะไปอยู่แถวหน้า แล้วบอกทุกคนได้”
ปีนี้วางแผนกับชีวิตไว้อย่างไรบ้าง?
เจมส์ – “ปีนี้วางแผนว่าจะให้เวลากับการทำงานเยอะขึ้น ที่ผ่านมาอาจจะมีความเป็นเด็กนิดหน่อย ปีนี้รู้สึกอยากจะให้เวลากับการทำงาน 100 เปอร์เซ็นต์ แล้วอย่างอื่น ถ้ามีเวลาไปเที่ยว ก็จะทำสิ่งที่ไม่เคยทำ”
รีวิวชีวิตวัย 30 ของเราหน่อย?
เจมส์ – “คิดว่าตอนนี้ใจเย็นมากขึ้นเยอะ ไม่รีบกับอะไรเลย แล้วก็เป็นคนที่สโลว์ไลฟ์มากขึ้น ไม่มายด์ที่จะอยู่บ้าน ไม่ต้องออกไปกินข้าวนอกบ้าน ทำอะไรสโลว์ๆ เลย เอ็นจอยกับสิ่งเล็กๆ ที่ทำ สมมติถ่ายละครต้องตื่นตี 5 ก็ดี รถไม่ติด นัด 10 โมง ผมเจอ รถติด ผมอาจจะบอกพี่ว่ารถมันติดนะ นัดผมเช้าไหม เป็นคน เอ็นจอยกับการใช้ชีวิตสโลว์ไลฟ์ มีมุมมองที่ไม่ต้องรีบ ไม่ต้อง ทำทุกอย่างให้ดีที่สุดก็ได้ ทำทุกอย่างให้มันเอ็นจอย และอยู่กับปัจจุบันให้มากที่สุด”
อนงค์ จันทร