มองประวัติศาสตร์พม่า ผ่านหน้ากระดาษหนังสือ
บุ๊กสโตร์
คอลัมน์ “บุ๊กสโตร์” หนังสือพิมพ์ “ข่าวสด” ขอนำพานักอ่านมองพม่าผ่านหนังสือ 5 เล่มจากสำนักพิมพ์มติชน สำรวจประวัติศาสตร์ เรื่องเล่า และเรื่องราวของพม่าในแง่มุมต่างๆ ทั้งรูปแบบวรรณกรรม ประวัติศาสตร์ สารคดี เพื่อสำรวจอดีตของพม่า ต่อยอดสู่การเฝ้ามองปัจจุบัน และมุ่งหน้าต่อไปสู่อนาคต ดังต่อไปนี้

สิ้นแสงฉาน
ผู้เขียน : INGE SARGENT
แปลโดย : มนันยา
…เรื่องราวว่าด้วยชะตากรรมของประชาชนและเจ้าฟ้าแห่งรัฐฉานภายใต้เงื้อมเงาของเผด็จการทหารในพม่ายุคนายพลเนวินที่พรากความหวังและเสรีภาพไปจากทุกฐานันดร
ราชันผู้พลัดแผ่นดินเมื่อพม่าเสียเมือง
ผู้เขียน : Sudha Shah
แปลโดย : สุภัตรา ภูมิประภาส
…สารคดีกึ่งชีวประวัติสุดเข้มข้นที่บอกเล่าประวัติศาสตร์พม่ายุคอาณานิคมอย่างครบถ้วน ตีแผ่รายละเอียดและข้อเท็จจริงนานาประการให้ได้รับความกระจ่าง ทั้งด้านขนบวัฒนธรรม กลการเมือง และกระบวนทัศน์แบบตะวันตก-ตะวันออก
พม่ารบไทย ว่าด้วยการสงครามระหว่างไทยกับพม่า
ผู้เขียน : ศ.ดร.สุเนตร ชุตินธรานนท์
…พลิกความรู้ความเข้าใจเดิมที่ตกทอดกันสืบมาในแวดวงการศึกษาประวัติศาสตร์ หนังสือที่มุ่งศึกษาและตีแผ่เรื่องราวในสงครามระหว่างไทยกับพม่าที่หาอ่านไม่ได้ในเอกสารไทย
ราชินีศุภยาลัต จากนางกษัตริย์สู่สามัญชน
ผู้เขียน : ฟีลดิ้ง-ฮอลล์, แฮโรลด์
แปลโดย : สุภัตรา ภูมิประภาส และ สุภิดา แก้วสุขสมบัติ
…ประวัติศาสตร์อีกหน้าที่จะพลิกความ รับรู้และความนึกคิดเดิมๆ ต่อราชินีศุภยาลัต ที่โลกขนานนามเธอว่า ราชินีเลือดเย็น โดยอ้างอิง “คำให้การ” จาก “ข้อมูลวงใน”
จากเจ้าพระยาถึงอิรวดี
ผู้เขียน : หอจดหมายเหตุพุทธทาสอินทปัญโญ
…ทำความเข้าใจรากฐาน ความคิดและความเชื่อ ผ่านทางวัฒธรรม ประเพณี และวิถีชีวิตของชาวไทยกับพม่าที่มีพระพุทธศาสนาเป็นหลักยึด
สั่งซื้อหนังสือสำนักพิมพ์มติชนหลากช่องทางได้ที่ : https://linktr.ee/matichonbook
สิ้นแสงฉาน สิ้นลมหายใจ
‘อิงเง่ ซาร์เจนท์’
มหาเทวีสุดท้ายของชาวสีป่อรัฐฉาน
เมื่อวันที่ 6 ก.พ. “อิงเง่ ซาร์เจนท์” หรืออดีตมหาเวทีสุจันทรีของชาวสีป่อถึงแก่กรรมที่บ้านพักในสหรัฐอเมริกา สิริอายุ 91 ปี

ห้วงยามการมีชีวิตอยู่ของ “อิงเง่ ซาร์ เจนท์” หรือต่อมาที่เธอได้กลายมาเป็น “มหาเวทีสุจันทรี” มหาเทวีของ “เจ้าจาแสง” เจ้าฟ้าหลวงแห่งสีป่อ เต็มไปด้วยเรื่องราวชีวิตและความรักที่ก่อร่างขึ้นอย่างสามัญธรรมดา หากแต่จบลงเช่นนิยายโศกนาฏ กรรมในเงื้อมมือของเผด็จการทหารยุค นายพลเนวิน เธอถ่ายทอดเรื่องราวเหล่านี้ด้วยตัวเองผ่านผลงานคลาสสิคในนำเสียงสารคดีกึ่งวรรณกรรมอย่าง “สิ้นแสงฉาน” โดยเขียนระบุเอาไว้อย่างชัดเจนว่า “หนังสือเล่มนี้ อิงเง่ ซาร์เจนท์ ผู้เขียน อุทิศแด่ เจ้าจาแสง เจ้าฟ้าหลวงแห่งสีป่อ” ซึ่งเป็นชายที่เธอเรียกว่ารักแท้
“สิ้นแสงฉาน” เล่าเรื่องราวตั้งแต่การพบเจอกันของ “อิงเง่” หญิงสาวชาวออสเตรีย กับ “เจ้าจาแสง” ที่เมืองเดนเวอร์ รัฐโคโลราโด ขณะที่ทั้งสองเข้าศึกษาในมหาวิทยาลัยช่วงต้นทศวรรษ 1950 ตลอดช่วงเวลาของการคบหาดูใจ อิงเง่รู้เพียงว่า จาแสงเป็นนักศึกษาคนหนึ่งเท่านั้น ทั้งสองตกหลุมรักและแต่งงานกันในเดือนมีนาคม 1953
ต่อมาในภายหลัง “อิงเง่” ย้ายมาลงหลักปักฐาน ณ แผ่นดินเกิดของสามีจึงได้รู้ว่าตนเองกำลังจะก้าวสู่ชีวิตดังนิยายในบทบาท “สุจันทรีมหาเทวี” ราชินีคู่บัลลังก์ของ เจ้าจาแสงแห่งรัฐฉาน ทั้งสองใช้ชีวิตในฐานะ เจ้าผู้ปกครองพร้อมความฝันและแรงมุ่งมั่นในการพัฒนาการเมืองการปกครองของสีป่อ จากระบบเจ้าผู้ปกครองนครรัฐให้เป็นประชาธิปไตย รวมไปถึงปรับเปลี่ยนวิถีชีวิตความเป็นอยู่ของประชาชนให้ดีขึ้น
แต่แล้วความฝันและเรื่องราวชีวิตของเธอกับชายที่รักก็ไม่ได้ดำเนินไปอย่างสามัญ ราบรื่น ภาพชีวิตครอบครัวแสนงามราวเทพนิยาย ระหว่างเจ้าฟ้านักพัฒนากับ เจ้านางต่างแดนและทายาทหญิงองค์น้อย ทั้งสองต้องสะดุดหยุดลง เมื่อความผันผวนทางการเมืองปะทุขึ้น “นายพลเนวิน” ผู้บังคับบัญชาการสูงสุดแห่งกองทัพพม่า ก่อรัฐประหาร เจ้าจาแสงซึ่งทรงบินไปเข้าประชุมรัฐสภาที่กรุงย่างกุ้งหนึ่งวันก่อนรัฐประหารถูกจับและหายไปอย่างไร้ร่องรอย อิงเง่ตื่นขึ้นมาโดยไม่ได้พบเจอสามีของเธอ อีกต่อไป พร้อมกันนั้นสถานการณ์การเมืองในพม่าก็เดือดดาลไปด้วยความรุนแรง การฆ่าสังหารชาติพันธุ์ที่ไม่ใช่พม่า และการ จลาจลที่ยากจะรับมือ
อิงเง่ ถูกทอดทิ้งไว้ให้เผชิญมรสุมการเมืองของพม่าแต่เพียงลำพังที่สีป่อรัฐฉาน เธอกระเสือกกระสนหาคำตอบถึงสิ่งที่เกิดขึ้นกับเจ้าจาแสง แต่ข้อมูลที่ได้รับกลับสับสนปนเป เลี่ยงเร้น ขัดแย้งกัน เหตุการณ์เหล่านี้บีบให้ อิงเง่และลูกๆ ต้องลี้ภัยไปยังออสเตรียในเดือนพฤษภาคม 1964 โดยในท้ายที่สุดเธอก็ไป ตั้งรกรากที่สหรัฐอเมริกาในปี 1966 และได้รับสถานะเป็นพลเมือง
โดยไม่คาดคิดเช่นกันกับตอนแรกรักเจ้าจาแสง ในตอนจากลาดินแดนรัฐฉาน เธอก็ได้กลายเป็นมหาเทวีองค์สุดท้ายของชาวสีป่อโดยที่อาจไม่เคยคาดคิดมาก่อนเช่นกัน
ชะตากรรมในครอบครัวรูปแบบที่ “อิงเง่” ได้พบเจอนี้ไม่ใช่กรณีเดียวที่เกิดขึ้นในสมัยรัฐบาลเผด็จการทหารพม่า เพราะผู้คนกว่าพันชีวิตก็ได้หายตัวไปอย่างไร้ร่องรอยตลอดระยะเวลาหลายทศวรรษที่ผ่านมา
แม้จะผ่านหลายปี นับตั้งแต่เธอได้เขียนงานชิ้นนี้ขึ้น “สิ้นแสงฉาน” ก็ยังคงเป็นนวนิยายขายดีขึ้นหิ้งที่ได้รับการพิมพ์ซ้ำถึง 21 ครั้ง ได้รับการอ่านและพูดถึงเสมอจากผู้สนใจประวัติศาสตร์
แม้ชีวิตของเธอจะดับแสงลงแล้วในวันนี้ “สิ้นแสงฉาน” ก็จะยังคงทำหน้าที่บอกเล่าแง่มุม ความรู้สึก การเดินทาง ตลอดจนการเมืองในยุคสมัยหนึ่งซึ่งอิสรภาพถูกพราก ผ่านตัวอักษรอย่างไม่มีวันสิ้นแสง…
อ่านชีวิตรักดั่งนิยาย ภายใต้เงื้อมมือเผด็จการทหาร
“สิ้นแสงฉาน” (Twilight over Burma, My Life as a Shan Princess)
ผู้เขียน : INGE SARGENT แปลโดย : มนันยา
ทดลองอ่าน https://bit.ly/3RPp63O
สั่งซื้อทางออนไลน์ https://bit.ly/3OlkFuw