“พระครูโสภณภัทรเวทย์” หรือ หลวงพ่ออ๊อด ปธานิโก เจ้าอาวาสวัดสายไหม ต.คูคต อ.ลำลูกกา จ.ปทุมธานี และรองเจ้าคณะอำเภอลำลูกกา พระเกจิอาจารย์ชื่อดัง เจ้าตำรับวัตถุมงคล “ตะกรุดลูกปืน”
ปลุกเสกตะกรุดลูกปืนแจกจ่ายประชาชน โดยบริจาคปัจจัยตามศรัทธา เพื่อนำไปบูรณปฏิสังขรณ์ถาวรวัตถุภายในวัดและส่วนหนึ่งปลูกสร้างถาวรวัตถุ วัดสายไหมแห่งที่สอง ที่ อ.ท่าเรือ จ.พระนครศรีอยุธยา

มีประชาชนจำนวนมากที่มารอจองคิว ให้ตอกตะกรุดทองคำที่ลงอักขรยันต์ไว้แล้วฝังตะกรุดทองคำที่บริเวณท้องแขน เพื่อเสริมดวง เสริมบารมี โดยอักขรยันต์ที่จารในแผ่นทองคำแผ่นใหญ่ ก่อนจะนำไปหลอมแล้วจารใหม่ด้วยมือทุกดอก ซึ่งแต่ละดอกมีขนาดเล็กมากในการฝังเข้าไปในเนื้อ
จากการสอบถามผู้ที่มารอคิวตอกตะกรุด พูดเป็นเสียงเดียวกันว่า “ได้ยินชื่อเสียงหลวงพ่ออ๊อด และเพื่อนที่มาตอกตะกรุดกับท่าน ต่างเชื่อมั่นในพุทธคุณแคล้วคลาดปลอดภัย จนมีผู้คนเลื่อมใสศรัทรามารอเข้าคิวฝังตะกรุดทองคำจำนวนมาก”

ก่อนหน้านี้ มีประชาชนทั่วไป ทหาร ตำรวจ รวมถึงชาวต่างชาติ ที่มาเป็น หมู่คณะ โดยหลวงพ่ออ๊อดและลูกศิษย์ เน้นถึงความปลอดภัยและความสะอาดในการใช้เครื่องมือ แต่ละครั้งก็จะทำความสะอาดด้วยการใช้แอลกอฮอล์ล้าง และ แช่นาน 5 นาที ตลอดเวลา
หลวงพ่ออ๊อดจะใส่ใจระมัดระวังเป็นพิเศษ วิธีการฝังหรือตอกตะกรุดนั้น หลวงพ่อจะดึงเนื้อที่ท้องแขนออกมาวางบนขอนไม้ แล้วใช้สแตนเลสที่ผ่านการฆ่าเชื้อตอกที่แขนเป็นรูเล็ก สวดพุทธคุณ พร้อมกับใส่ตะกรุดเข้าที่ชั้นใต้ผิวหนังหลวงพ่อท่านจะตอกตะกรุดให้เฉพาะผู้ชาย ส่วนผู้หญิง หลวงพ่อให้นำไปเลี่ยมติดตัว

สำหรับคนที่มาฝังตะกรุดของหลวงพ่ออ๊อดต้องมีศีลในธรรม ถือและรักษาศีลเป็นประจำ ที่สำคัญ คือ ไม่ทำผิดศีลธรรมอันดี จะเป็นการเพิ่มและเสริมพุทธคุณให้กับผู้ที่ฝังตะกรุดทุกคน
สำหรับ “พระครูโสภณภัทรเวทย์” หรือ “พระอาจารย์อ๊อด ปธานิโก” ปัจจุบัน สิริอายุ 63 ปี พรรษา 29
มีนามเดิม อิทธิพล เพ่งผล เกิดเมื่อวันที่ 30 ก.ค.2502 อยู่ที่ ต.วังลึก อ.สามชุก สุพรรณบุรี

อายุ 32 ปี เข้าสู่ร่มกาสาวพัสตร์ อุปสมบทที่วัดสายไหม เมื่อวันที่ 6 ม.ค.2534 โดยมีพระสุนทรศรีลาจาร รองเจ้าคณะจังหวัดปทุมธานี เป็นพระอุปัชฌาย์, พระปลัดช้อย โชติโก วัดสายไหม เป็นพระกรรมวาจาจารย์ และพระครูวิบูลวรคุณ วัดลาดสนุ่น ต.คูคต อ.ลำลูกกา จ.ปทุมธานี เป็นพระอนุสาวนาจารย์
ศึกษาวิชาด้านการทำตะกรุดมาจากพ่อรอด สุขแสงจันทร์ ฆราวาส เมื่อร่ำเรียนได้วิชาความรู้มาแล้วจึงได้มาบวชเรียนอยู่ที่วัดสายไหมเป็นเวลากว่า 25 ปี ก่อนจะจัดสร้างปลุกเสกตะกรุดลูกปืนแจกจ่ายประชาชน
จากนั้นท่านฝึกปฏิบัติธรรมและศึกษาเล่าเรียน พ.ศ.2534 สอบได้นักธรรมชั้นนวกภูมิ สำนักเรียนคณะจังหวัดปทุมฯ วัดสายไหม
พ.ศ.2536 สอบได้นักธรรมชั้นตรี-โท สำนักเรียนคณะจังหวัดปทุมฯ วัดสายไหม พ.ศ.2552 สอบได้นักธรรมชั้นเอก สำนักเรียนคณะจังหวัดปทุมฯ วัดสายไหม

ยังมุ่งมั่นสอบได้ระดับชั้นปริญญาตรีสาขาพุทธศาสตรบัณฑิต จากมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย (สาขาวัดพิชยญาติการาม) ระดับปริญญาโท สาขาพุทธศาสตรมหาบัณฑิต และกำลังศึกษาระดับปริญญาเอก สาขาพุทธศาสตรดุษฎีบัณฑิต ที่สถาบันเดียวกัน
ลำดับงานปกครองคณะสงฆ์ พ.ศ.2552 เป็นผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดสายไหม พ.ศ.2553 เป็นเจ้าอาวาสวัดสายไหม
วันที่ 28 ก.ค.2562 เป็นพระครูสัญญาบัตร เจ้าอาวาสวัดราษฎร์ ชั้นเอก ราชทินนามที่ พระครูโสภณภัทรเวทย์
ครั้นเมื่อท่านดำรงตำแหน่งเป็นเจ้าอาวาสวัดสายไหม มุ่งเน้น ส่งเสริมการปฏิบัติวิปัสสนา วัดสายไหม มีพื้นที่ทั้งหมด 14 ไร่ 3 งาน มีศาลาปฏิบัติธรรมที่มีความเป็นสัปปายะ เหมาะสำหรับการปฏิบัติธรรมและเจริญสติภาวนา

นอกจากนี้ ยังได้สร้างถาวรวัตถุตามวัดต่างๆ มากมาย อาทิ สร้างอุโบสถวัดโพธิ์เลียบ อ.หนองเรือ จ.ขอนแก่น, วัดลาว อ.ปากพนัง จ.นครศรีธรรมราช, วัดสวนหลวง อ.ลาดยาว จ.นครสวรรค์ นอกจากนี้ยังสร้างอาคารผู้ป่วย 2 ชั้นให้กับ โรงพยาบาลลำลูกกา จ.ปทุมธานี, โรงเรียนบ้านห้วยหุงเกลือ, โรงเรียนบ้านหนองแขม และโรงเรียนวัดวังจิก เป็นต้น
ได้รับถวายที่ดินที่ อ.ท่าเรือ จ.พระนครศรีอยุธยา เพื่อสร้างวัดสายไหม แห่งที่ 2 ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างการก่อสร้าง ถือเป็น พระนักปฏิบัติ ทำหน้าที่สืบสานงานพระพุทธศาสนาให้เจริญรุ่งเรืองสืบไป