คลังโชว์จัดเก็บรายได้รัฐ 4 เดือน แตะ 8.3 แสนล้านบาท เกินเป้ากว่า 9.1 หมื่นล้านบาท สรรพากรครองแชมป์รีดขนห่าน ส่วนสรรพสามิตเก็บต่ำเป้าจากเว้นภาษีดีเซล
นายพรชัย ฐีระเวช ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) ในฐานะโฆษกกระทรวงการคลัง เปิดเผยถึงผลการจัดเก็บรายได้รัฐบาลสุทธิในช่วง 4 เดือนแรกของปีงบประมาณ 2566 (ต.ค.2565-ม.ค./2566) ว่า รัฐบาลจัดเก็บรายได้สุทธิ 836,643 ล้านบาท สูงกว่าประมาณการตามเอกสารงบประมาณ 91,339 ล้านบาท หรือ 12.3% และสูงกว่าช่วงเดียวกันปีก่อน 10%
ทั้งนี้ ภาพรวมการจัดเก็บรายได้ของ 3 กรมภาษี ในช่วง 4 เดือนแรกของปีงบประมาณ 2566 ได้แก่กรมสรรพากร กรมสรรพสามิต และกรมศุลกากร รวมกันอยู่ที่ 820,825 ล้านบาท สูงกว่าประมาณการตามเอกสารงบประมาณ 45,646 ล้านบาท หรือ 5.9% และสูงกว่าช่วงเดียวกันของ ปีก่อน 32,783 ล้านบาท หรือ 4.2%
โดยกรมสรรพากรจัดเก็บรายได้รวม อยู่ที่ 613,298 ล้านบาท สูงกว่าประมาณการตามเอกสารงบประมาณ 60,911 ล้านบาท หรือ 11% จากการจัดเก็บภาษีเงินได้นิติบุคคลที่ขยายตัวตามแนวโน้มเศรษฐกิจ ส่วนกรมศุลกากรจัดเก็บ รายได้รวม 47,112 ล้านบาท สูงกว่าประมาณการตามเอกสารงบประมาณ 11,612 ล้านบาท หรือ 32.7% เนื่องจากมีการชำระอากรขาเข้าย้อนหลังตามคำพิพากษาคดี
ขณะที่กรมสรรพสามิตจัดเก็บรายได้รวม 160,415 ล้านบาท ต่ำกว่าประมาณการตามเอกสารงบประมาณ 26,877 ล้านบาท หรือ 14.4% เนื่องจากการปรับลดอัตราภาษีสรรพสามิตน้ำมันดีเซล เพื่อบรรเทาผลกระทบต่อค่าครองชีพของประชาชนเป็นการชั่วคราว จากราคาน้ำมันดิบในตลาดโลกที่ทรงตัวอยู่ในระดับสูง
นอกจากนี้ รัฐวิสาหกิจมีการนำส่งรายได้ทั้งสิ้น 72,298 ล้านบาท สูงกว่าประมาณการตามเอกสารงบประมาณ 27,417 ล้านบาท หรือ 61.1% และหน่วยงานอื่นมีการ นำส่งรายได้ 80,666 ล้านบาท สูงกว่าประมาณการ ตามเอกสารงบประมาณ 29,089 ล้านบาท หรือ 56.4%
อย่างไรก็ดี ในส่วนของฐานะการคลังของรัฐบาลตามระบบกระแสเงินสดในช่วง 4 เดือนแรกของปีงบประมาณ 2566 (ต.ค.2565-ม.ค.2566) รัฐบาลมีรายได้นำส่งคลังทั้งสิ้น 830,752 ล้านบาท มีการเบิกจ่ายเงินงบประมาณทั้งสิ้น 1,274,413 ล้านบาท โดยรัฐบาลได้กู้เงินเพื่อชดเชยการขาดดุล จำนวน 247,105 ล้านบาท ส่งผลให้เงินคงคลัง ณ สิ้นเดือน ม.ค.2566 มีจำนวนทั้งสิ้น 338,330 ล้านบาท