“การลงนามบันทึกความเข้าใจ (เอ็มโอยู) ร่วมกับ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี (มจธ.) หรือ KMUTT ในการร่วมกันพัฒนานักศึกษาสู่การเป็น Tech Talent ที่ผ่านการปฏิบัติงานจริง และส่งเสริมให้เกิดการจ้างงานบัณฑิตหลังจบการศึกษา ตลอดจนสนับสนุนทุนวิจัยและพัฒนางานบริการทางวิชาการ เพื่อพัฒนาองค์ความรู้ต่างๆ ช่วย ขับเคลื่อนประเทศต่อไป ตามปณิธานของสกาย ไอซีที ด้าน Tech Talent Transformation ที่มุ่งสร้าง เทค ทาเลนต์ สายเลือดใหม่เข้ามาเติมเต็ม Tech Ecosystem ของประเทศไทยให้แข็งแกร่งมาอย่างต่อเนื่อง”

นายสิทธิเดช มัยลาภ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท สกาย ไอซีที จำกัด (มหาชน) หรือ SKY กล่าวถึงความมุ่งมั่นของบริษัทที่ จะพัฒนาประสบการณ์ดิจิทัลภายในท่าอากาศยาน (Digital Airport Experiences) แก่ผู้ใช้บริการอย่างต่อเนื่อง โดยเตรียมงบประมาณกว่า 20 ล้านบาท พร้อมสนับสนุนการวิจัยและศึกษาพัฒนาเทคโนโลยีระดับโลกที่เกี่ยวข้องกับการบริการภายในท่าอากาศยาน ร่วมกับ Edutainment Socio-Interaction Computing Lab (ESIC Lab) ภาควิชาวิศวกรรมคอมพิวเตอร์ คณะวิศวกรรมศาสตร์ มจธ. เพื่อยกระดับการบริการภายในท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ให้พร้อมก้าวสู่การเป็นท่าอากาศยานอัจฉริยะ (Digital Airport) รองรับการขยายตัวของอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวไทย ซึ่ง เป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญของเศรษฐกิจประเทศ สอดคล้องกับเป้าหมายที่บริษัทวางไว้ คือ คอนเน็กติ้ง ไทยแลนด์

รศ.ดร.สุวิทย์ แซ่เตีย รักษาการแทนอธิการบดี มจธ. กล่าวว่า ความร่วมมือทางวิชาการระหว่างบริษัท สกาย ไอซีทีฯ กับมหาวิทยาลัยในครั้งนี้ จะเข้ามาช่วยเชื่อมต่อการบูรณาการองค์ความรู้ ด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีกับการประยุกต์ใช้จริงได้ยอดเยี่ยมยิ่งขึ้น เพื่อเตรียมความพร้อมให้นักศึกษาปฏิบัติงานภายใต้สภาพแวดล้อมจริงได้เต็มศักยภาพ พร้อมเป็นกำลังสำคัญในการ ขับเคลื่อนประเทศต่อไปในอนาคต

ด้าน ผศ.ดร.ปริยกร ปุสวิโร ผอ. ESIC Lab มจธ. กล่าวว่า การลงนามบันทึกความเข้าใจร่วมกันระหว่างภาคการศึกษาและภาคเอกชนครั้งนี้ทำให้เกิดการพัฒนาขึ้นอย่างน้อย 3 ด้าน ประกอบด้วย

1.การพัฒนานักศึกษาให้มีประสบการณ์จาก การปฏิบัติงานจริง เพื่อให้มีความพร้อมสำหรับการทำงานที่ตอบสนองความต้องการของตลาดอุตสาหกรรมได้หลังจากสำเร็จการศึกษา

2.การนำงานวิจัยและเทค โนโลยีที่ทันสมัยมาใช้พัฒนาบริการภายในท่าอากาศยาน เพื่อยกระดับท่าอากาศยานให้เป็นประตูด่านแรกของประเทศที่ จะสร้างประสบการณ์อันดีให้กับ นักท่องเที่ยวได้ ทั้งนี้ ภาคการศึกษามุ่งหวังว่าจะใช้ความเชี่ยวชาญและประสบการณ์ของบุคลากรทางภาคการศึกษา ที่มี เพื่อพัฒนานวัตกรรมที่เกี่ยวข้องร่วมไปกับภาคอุตสาหกรรม และ 3.การต่อยอดองค์ความรู้และงานวิจัย ที่เกี่ยวข้องกับการพัฒนาท่าอากาศยานอัจฉริยะ

ปิดท้ายที่ ดร.ปิยนิตย์ เวปุลานนท์ หัวหน้าวิจัย ESIC Lab มจธ. กล่าวว่า งานที่สำคัญที่ต้องพัฒนาสำหรับงานบริการอัจฉริยะในท่าอากาศยานคือ งานพัฒนาด้าน Activating Space for Digital Airport ซึ่งประกอบไปด้วยเทคโนโลยีที่หลากหลาย เช่น การใช้เครือข่ายการตรวจจับแบบไร้สาย การระบุตำแหน่งผู้โดยสารภายในอาคารท่าอากาศยาน การนำทางผู้โดยสาร การประมวลผลแผนที่ด้วยระบบคลาวด์ รวมถึงเทคโนโลยี ด้านอื่นๆ ที่สามารถนำมาพัฒนาต่อยอดเป็นองค์ความรู้ใหม่ๆ รวมไปถึงงานวิจัยในลักษณะสหวิทยาการได้ในอนาคต

“ทุกองค์ความรู้จะเป็นความล้ำหน้าทางเทคโนโลยีเพื่อ ยกระดับดิจิทัล แอร์พอร์ต เอ็กซ์พีเรียนซ์ แก่ผู้โดยสารภายใน ท่าอากาศยานอย่างรอบด้าน”

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน