นายสมชัย ศรีสุทธิยากร อดีต กกต. โพสต์ เฟซบุ๊กเปิดประเด็นอย่างน่าสนใจว่า แก้ระเบียบใหม่ กกต. ต่อจากนี้ยุบพรรคติดเทอร์โบ
ตั้งข้อสังเกตกรณี กกต.ออกระเบียบใหม่ ว่าด้วยการรวบรวมข้อเท็จจริงและพยานหลักฐานของ นายทะเบียนพรรคการเมือง พ.ศ.2566 มีสาระสำคัญคือ ยกเลิกระเบียบเก่าปี 2564
พรรคใดถูกร้อง หรือพบว่าทำผิดมาตรา 92 ของพ.ร.ป.ว่าด้วยพรรคการเมืองคือ ล้มล้างการปกครอง ปฏิปักษ์ต่อประชาธิปไตย แสวงหากำไร ยอมให้คนนอกครอบงำ รับบริจาคจากบุคคลเพื่อ บ่อนทำลายความมั่นคง สนับสนุนคุกคามความสงบเรียบร้อย เรียกรับเพื่อให้ได้ตำแหน่งทางการเมือง รับเงินจากแหล่งมิชอบด้วยกฎหมาย รับเงินจากคนไม่มีสัญชาติไทย
ให้ตรวจสอบข้อเท็จจริงเพื่อรับหรือไม่รับเรื่องใน 7 วัน
ระเบียบใหม่ยังระบุว่า การรวบรวมข้อเท็จจริงให้เสร็จใน 30 วัน ขอขยายได้ครั้งละ 30 วัน และเมื่อเสนอ กกต.ลงมติยุบพรรค ให้ กกต.พิจารณาให้เสร็จใน 30 วัน เพื่อส่งศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยยุบพรรค โดยระเบียบนี้ไม่ใช้กับคำร้องเก่าก่อนประกาศ
หลายคนตั้งคำถาม การออกระเบียบใหม่นี้เอื้อประโยชน์ให้บางพรรค ซึ่งถูกร้องยุบพรรคก่อนหน้าประกาศนี้หรือไม่ การติดเทอร์โบยุบพรรค จะถูกนำมาใช้เฉพาะกับบางพรรรคหรือไม่
กกต.ชี้แจงว่า การปรับแก้ไขระเบียบเพื่อให้สอดคล้อง พ.ร.บ.กำหนดระยะเวลาดำเนินงานในกระบวนการยุติธรรม พ.ศ.2565 มีผลใช้บังคับ เมื่อต้นปีที่ผ่านมา กำหนดให้หน่วยงานกระบวนการยุติธรรม รวมถึง กกต.มีกำหนดเวลาดำเนินการงานในกระบวนการยุติธรรมทุกขั้นตอน ต้องมีกำหนด แล้วเสร็จ
เพื่อให้ประชาชนได้รับความยุติธรรมโดยไม่ชักช้า
การเมืองเข้าสู่โหมดเลือกตั้ง กกต.ผู้ดำเนินการจัดการเลือกตั้ง ออกหลักเกณฑ์กติกา รวมถึงตัดสินชี้ขาด จึงถูกจับตามากเป็นพิเศษจาก นักการเมือง พรรคการเมือง และประชาชน
กกต.ต้องนำผลลัพธ์เลือกตั้งปี 2562 มาถอด บทเรียน ไม่ว่าความผิดพลาดแจกใบส้ม จนศาลสั่ง ให้จ่ายเงินชดเชย 62 ล้านบาท กรณี ป.ป.ช.ชี้มูล ความผิดอดีตรองเลขาธิการ กกต. ละเว้นไม่รับมอบและติดตามถุงเมล์บัตรเลือกตั้งของคนไทยในนิวซีแลนด์ เป็นต้น
ด้วยอำนาจหน้าที่ทั้งหมดที่ กกต.มีอยู่ ต้องเป็นไปด้วยความเที่ยงธรรม โปร่งใส เป็นกลาง ไม่ถูกครอบงำจากฝ่ายอำนาจ การปรับแก้ไขกฎระเบียบต้องไม่กระทำเพื่อจงใจกลั่นแกล้งนักการเมือง หรือพรรคใดพรรคหนึ่ง