‘วรรณกรรมวัดเกาะ’รวมสรรพวิชา
หนังสือทรงคุณค่า ที่ควรมีเก็บไว้

บุ๊กสโตร์

ย่านวัดเกาะเป็นส่วนหนึ่งของสำเพ็ง ซึ่งเป็นชุมชนจีนเก่าที่สุดในกรุงเทพฯ เพราะการขยายตัวครั้งแรกของกรุงเทพฯ คือสำเพ็ง บนถนนสำเพ็งในสมัยรัชกาลที่ 1 แล้วจึงตามมาด้วยย่านเจริญกรุง บนถนนเจริญกรุง สมัยรัชกาลที่ 4

ต่อมาจึงมีการตัดถนนเยาวราชในสมัยรัชกาลที่ 5 ตั้งแต่คลองโอ่งอ่าง ถึงคลองผดุงกรุงเกษม นอกจากชาวจีนแล้วยังมีความหลากหลายทางชาติพันธุ์ แขก ฝรั่ง ไทย

ย่านวัดเกาะยังมีโรงพิมพ์เอกชนยุคบุกเบิก ที่เป็นส่วนหนึ่งของประวัติศาสตร์การพิมพ์ไทย เหตุที่เรียกว่าโรงพิมพ์วัดเกาะ เพราะตั้งอยู่ใกล้กันกับวัดเกาะ (วัดสัมพันธวงศ์) หรือที่มีชื่อจริงๆ อย่างเป็นทางการว่า “โรงพิมพ์ราษฎร์เจริญ” ก่อตั้งโดยนายสิน

หนังสือประเภทต่างๆ ที่โรงพิมพ์วัดเกาะนำมาพิมพ์ขาย พอที่จะจำแนกได้ดังนี้

พงศาวดาร ส่วนใหญ่เป็นพงศาวดารจีน คือ เม่งเฉียว และซิเตงวันเจงไซ

วรรณคดี พระอภัยมณี, รามเกียรติ์, อิเหนา, ขุนช้างขุนแผน, สังข์ทอง, คาวี, มณีพิชัย, ระเด่นลันได เป็นต้น

นิราศ นิราศของสุนทรภู่ นิราศชมตลาดสำเพ็ง เป็นต้น

วรรณคดีชาวบ้าน แก้วหน้าม้า, ปลาบู่ทอง, พระรถเมรี, โสนน้อยเรือนงาม, นางอุทัย หอยทอง เป็นต้น

เรื่องเกี่ยวกับศาสนา พระพุทธเจ้าห้าพระองค์, พิมพาเข้านิพพาน, มหาเวสสันดรชาดก เป็นต้น

หนังสือศีลธรรม-สวดมนต์ สวดมนต์เจ็ดตำนาน, สิบสองตำนาน, คำถวายทานต่างๆ เป็นต้น

สุภาษิต-คำสอน สุภาษิตคำโคลง, บัญญัติพระร่วง, มงคลทิปนีแปล เป็นต้น

กลอนลิเก โกมิน, ราชาธิราชตอนพระยาน้อยชมตลาด, ไกรทองกลอนลิเก เป็นต้น

ประเพณีและเบ็ดเตล็ด เพลงเรือ เพลงลำตัด, บททำขวัญ, บทแหล่ต่างๆ เป็นต้น

ตำรา ประถม ก.กาแจกลูก, มูลบทบรรพกิจ, ตำราทำนายฝัน เป็นต้น

นอกจากนี้ ยังหมายรวมถึงวรรณกรรมที่มีลักษณะการจัดพิมพ์และเนื้อหาประเภทคล้ายคลึงกัน แต่จัดพิมพ์โดยโรงพิมพ์อื่น ซึ่ง บางครั้งอาจเรียกรวมกันว่าวรรณกรรมยุควัดเกาะ

เป็นส่วนหนึ่งของประวัติศาสตร์สังคมไทย ที่ขับเคลื่อนวัฒนธรรมการอ่านในสังคมไทย

หนังสือดังกล่าวไม่ได้ขายแค่ในกรุงเทพฯ ยังส่งไปขายตามหัวเมือง เช่น สงขลา จันทบุรี เป็นต้น

ที่ได้รับความนิยมสูงสุดคือ หนังสือประเภทวรรณคดีชาวบ้าน เป็นแหล่งรวมสรรพวิชาที่เข้าถึงผู้คน

ปัจจุบันนี้กลายเป็นหนังสือเก่า หายาก ที่ยังได้รับความนิยม มีราคา และเป็นที่ต้องการของนักสะสม ด้วยคุณค่าสมควรที่จะสืบทอดอายุหนังสือเก่า แล้วใช้เป็นหลักฐานในการศึกษาด้านต่างๆ

มูลนิธิสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ในพระราชูปถัมภ์สมเด็จ พระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ได้จัดพิมพ์หนังสือวัดเกาะขึ้นมาใหม่ เนื่องในโอกาสพระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 84 พรรษา สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ 12 สิงหาคม 2559

จัดพิมพ์เรื่อง “บทร้องมุขปาฐะจากหนังสือวัดเกาะ” แบ่งเป็น 4 เล่ม ดังนี้

เล่ม 1 มโหรีและเพลงปฏิพากย์

เล่ม 2 เพลงทรงเครื่อง

เล่ม 3 เพลงร้องรำพัน

เล่ม 4 เพลงออกสิบสองภาษา

ความสำคัญของหนังสือชุดนี้ ผศ.ดร. อภิลักษณ์ เกษมผลกูล คณะศิลปศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล อธิบายว่า “เพลงพื้นบ้านนับเป็นผลงานที่น่าสนใจ เนื่องจากแต่เดิมเพลงพื้นบ้านแต่งขึ้นเพื่อร้องหรือแสดง พ่อเพลงแม่เพลงในอดีตไม่รู้หนังสือจึงถ่ายทอดสืบกันมาผ่านการท่องจำ

เมื่อมีการนำเพลงพื้นบ้านมาพิมพ์จำหน่ายเป็นรูปเล่มและเผยแพร่ไปตามหัวเมือง ทำให้เกิดวัฒนธรรมการแต่งเพลงพื้นบ้าน เพื่อ ‘อ่าน’ ส่งผลให้เพลงพื้นบ้านบาวชนิด เช่น ลำตัด ซึ่งเดิมใช้ร้องโต้ตอบ (เพลงปฏิพากย์) กลายเป็นเพลงร้องเล่าเรื่อง (ร้องรำพัน) คือร้องหรือเล่าเรื่องฝ่ายเดียว

การรวบรวมเพลงพื้นบ้านจากหนังสือ ชุดนี้จึงน่าจะเป็นข้อมูลส่วนหนึ่งสำหรับการศึกษาบางประเภทและเนื้อหาของเพลง พื้นบ้านที่เป็นลายลักษณ์ เป็นประโยชน์ต่อการศึกษาความสัมพันธ์ระหว่างคติชนกับวรรณกรรม การถ่ายทอดนิทานและตำนานประวัติศาสตร์ผ่านเพลงพื้นบ้าน และการศึกษาความคลี่คลายของเพลงพื้นบ้านจากเพลงร้องโต้ตอบสู่เพลงร้องรำพัน ฯลฯ”

หนังสือ : บทร้องมุขปาฐะจากหนังสือ วัดเกาะ

ราคา : 1,990 บาท

สั่งซื้อออนไลน์ https://bit.ly/2WC95WZ

ได้ความรู้-สนุกสนานเทศกาลอ่านเต็มอิ่ม

งาน “Knowledge Book Fair เทศกาลอ่านเต็มอิ่ม” เทศกาลหนังสือที่สนุกและครบรสที่สุดรูดม่านไปแล้ว

แม้จะจัดงานเพียงแค่ 2 วัน แต่ก็ถือว่าเป็นสองวันที่คุ้มค่าและเต็มอิ่มไปด้วยสาระความรู้ ควบคู่กับความสนุกสนาน

ทีมงานผู้จัดงานสำนักพิมพ์มติชน และกลุ่มพันธมิตรอย่าง สำนักงานบริหารและพัฒนาองค์ความรู้ (องค์การมหาชน) : OKMD, มิวเซียมสยาม พิพิธภัณฑ์การเรียนรู้, บริษัท ทางด่วนและรถไฟฟ้ากรุงเทพ จำกัด (มหาชน), หน่วยวิจัยแผนที่และเอกสารประวัติศาสตร์สถาปัตยกรรม, Spaceth.co, MTEC ศูนย์เทคโนโลยีโลหะและวัสดุแห่งชาติ, สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.), สมาคมป้ายยาหนังสือ, สมาคมการ์ตูนไทย, Sentangsedtee และศูนย์ข้อมูลมติชน (MIC)

ต่างเล็งเห็นถึงความสำคัญของความรู้และหนังสือ จึงร่วมกันจัดงานด้วยคอนเซ็ปต์ ความรู้ และความสนุก

จัดพื้นที่เปิดรับความรู้ใหม่ๆ และการแบ่งปันสาระความรื่นเริงเข้าไว้ด้วยกัน เพราะนอกจากทัพหนังสือหลายหมื่นเล่มที่ 16 เพื่อนสำนักพิมพ์ขนมาให้เหล่าหนอนหนังสือได้ช็อปแบบจุใจแล้ว ยังจัดเต็มเรื่องอาหาร ยกหลายสิบร้านที่คัดมาแล้วว่าอร่อยจนน้ำลายสอ

พร้อมกิจกรรมที่รันคิวมาให้ทำแบบจุกๆ ไม่ว่าจะเป็นเวทีพูดคุย วอล์กกิ้งทัวร์ และอีกมากมาย จากนักเขียน นักแปล นักวิชาการ นักชิม นักเล่น นักวิ่ง และ นักสร้างสรรค์ ที่มาแต่งเติ่มสีสันทำให้งานสนุกยิ่งขึ้น!

นอกจากนี้ ยังเชื่อในการส่งต่อความรู้ไม่มีสิ้นสุดด้วยกิจกรรม Book Sharing ส่งมอบหนังสือดีให้แก่นักอ่านที่รัก ซึ่งเป็นกิจกรรมที่เราทำมาโดยตลอดนับตั้งแต่การส่งต่อความรู้สู่ชุมชน และโครงการชุมชนอุดมปัญญา โดยกิจกรรม Book sharing ได้รับการตอบรับเป็นอย่างดีจากนักอ่านร่วมกว่า 3,500 คน

งานที่จัดขึ้นทั้งสองวันนี้ไม่เพียงแต่มีหนังสือให้นักอ่านได้จับจองยลโฉม แต่ยังมีมินิทรรศการอาหารที่คัดสรรโดยทีมงาน Sentangsedtee ที่ทุกคนที่ได้มาชิมพูดเป็นเสียงเดียวกันว่า “เด็ด” และ “อร่อย” จริง

ขอขอบคุณจากใจนักอ่านหลายพันชีวิตที่ได้มาเยี่ยมเยียนและร่วมกิจกรรมทุกกิจกรรม หวังว่างานครั้งนี้จะจุดประกายให้ทุกคนสร้างการเรียนรู้ในทางใดทางหนึ่งไม่มากก็น้อย จนต่อยอดไปสู่สิ่งยิ่งใหญ่ที่มีค่าแก่สังคมในอนาคต

แล้วพบกันใหม่ในโอกาสหน้า!!

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน