ยุคที่ทุกสิ่งทุกอย่างล้วนหาซื้อได้จากอินเตอร์เน็ต ไม่เว้นแม้สิ่งของผิดกฎหมายที่แต่ก่อนขายกันในกลุ่มแบบหลบๆ ซ่อนๆ ก็กลายเป็นของซื้อ-ขายกันโจ๋งครึ่มทางเฟซบุ๊ก จึงเป็นหน้าที่ของกองบัญชาการตำรวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี หรือ ตำรวจไซเบอร์ ที่ต้อง เฝ้าจับตาดูโลกโซเชี่ยล มีอะไรไม่ชอบมาพากลจะได้รีบจัดการเสีย

ล่าสุดชุดสอบสวนสืบสวนบก.สอท.5 บุกจับกุม 2 พ่อค้าอาวุธปืนดัดแปลง ที่โพสต์ขายทางเฟซบุ๊กชนิดไม่สนใจขื่อแป

รายแรกเมื่อวันที่ 21 ก.พ. พล.ต.ท.วรวัฒน์ วัฒน์นครบัญชา ผบช.สอท. พล.ต.ต.วิวัฒน์ คําชํานาญ รอง ผบช.สอท. พล.ต.ต.ชรินทร์ โกพัฒน์ตา ผบก.สอท.5 พ.ต.อ.ชัยพันธุ์ ทัพวงษ์ รอง ผบก.สอท.5 พ.ต.อ.เอกวีร์ พงศ์สร้อยเพ็ชร รอง ผบก.สอท.5 พ.ต.อ.บัญชา ศรีสุข รอง ผบก.สอท.5 พ.ต.อ.อรรถพล มีเสียง รอง ผบก.สอท.5 พ.ต.อ.กฤษณะ พัฒนเจริญ รอง ผบก.สอท.5 พ.ต.อ.กู้เกียรติ วงษ์พันธ์ ผกก.4 บก.สอท.5 พ.ต.ท.อาทิตย์ ชาตินักรบ รองผกก.สอท.5 พ.ต.ท.นิธิวัชร์ อัครสุพัฒน์กุล รอง ผกก. สอบสวน สอท.5 นำกำลัง บก.สอท.5 พร้อมหมายค้น ศาลจังหวัดลพบุรี ที่ ค.29/2566 ลง 20 ก.พ. 2566 เข้าค้นบ้านเลขที่ 39 ม.3 ต.เชียงงา อ.บ้านหมี่ จ.ลพบุรี ก่อนจับกุมนายโพธิวัชร์ ลุนสะแกวงษ์ อายุ 31 ปี

นายโพธิวัชร์ ลุนสะแกวงษ์

พร้อมของกลางอาวุธปืนยาวประดิษฐ์เอง จำนวน 1 กระบอก, กระสุนปืน .22 จำนวน 200 นัด, ลำกล้องปืนยาว 10 นิ้ว ใช้กับกระสุน .22 จำนวน 1 อัน, ชุดยิงลูกเลื่อน ประกอบชุดไก จำนวน 2 ชุด, ลูกเลื่อนปืน .22 จำนวน 3 ชุด, ไกปืนจำนวน 2 ชุด, โก่งไกปืนจำนวน 3 ชุด, บ่อแม็กกาซีนปืน จำนวน 2 อัน, ศูนย์เล็งหน้า-หลัง จำนวน 1 คู่, ท่อบังคับลดเสียงปืนจำนวน 5 อัน และอุปกรณ์เครื่องมือช่างที่ใช้ในการผลิตอาวุธปืนจำนวนหนึ่ง

การจับกุมครั้งนี้สืบเนื่องจากชุดสืบสวนทราบว่าผู้ต้องหามีพฤติกรรมขายอาวุธปืนเถื่อน และมักจะโพสต์ภาพถ่ายโชว์อาวุธปืนที่คาดว่าเป็นปืนเถื่อนไม่มีทะเบียน พร้อมข้อความบนเฟซบุ๊กกลุ่มปืนเถื่อน โดยใช้บ้านหลังดังกล่าวเป็นที่ผลิตอาวุธปืนผิดกฎหมายเพื่อส่งขายในสื่อออนไลน์ จึงได้นำกำลังเข้าตรวจค้น โดยขณะตรวจค้นพบของกลางทั้งหมดอยู่ภายในบ้านจึงได้ตรวจยึด

เครื่องมือดัดแปลงปืน

แม้ถูกจับคาหนังคาเขา แต่นายโพธิวัชร์ก็ยังให้การปฏิเสธ แต่ในทางสืบสวนทราบว่ามีการลักลอบขายอาวุธปืนเถื่อนมานาน และหลังจับกุมจึงทราบว่าได้ใช้เฟซบุ๊กอวตารในการประกาศขายอาวุธปืนถึง 3 บัญชี โดยได้ขายปืนผ่านออนไลน์ไปแล้วไม่ต่ำกว่า 15 กระบอก เบื้องต้นแจ้งข้อหา “เป็นตัวการทำ ประกอบ ซ่อมแซม เปลี่ยนลักษณะ สั่ง นำเข้า มีหรือจำหน่ายอาวุธปืนหรือกระสุนปืนสำหรับการค้าโดยไม่ได้รับอนุญาต, มียุทธภัณฑ์ (ท่อบังคับลดเสียงปืน) โดยไม่ได้รับอนุญาต” ก่อนนำตัวส่งพนักงานสอบสวนดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

ขายกันโจ๋งครึ่ม

ขณะที่อีกรายเมื่อวันที่ 22 ก.พ. ภายใต้การอำนวยการของ พล.ต.ท.วรวัฒน์ วัฒน์นครบัญชา ผบช.สอท. ชุดสอบสวนสืบสวน สอท.5 พร้อมกำลัง นำหมายค้นศาลจังหวัดชุมพร ที่ ค.5 /2566 ลง 21 ก.พ. 2566 เข้าค้นบ้านเลขที่ 10/2 ม.2 ต.บ้านนา อ.เมือง จ.ชุมพร และร่วมกันจับกุม นายนราวิชญ์ บุญราษฎร์ อายุ 27 ปี พร้อมของกลาง 1.อาวุธปืนพกสั้นประดิษฐ์เอง ดัดแปลงมาจากปืน แบลงก์กัน ใช้ยิงกับกระสุน .380 (สามารถยิงได้ปกติ) ไม่มีเลขตัวปืน ไม่มีเลขทะเบียนปืน จำนวน 1 กระบอก 2.ซองกระสุนปืน จำนวน 2 ซอง 3.กระสุนปืน .380 จำนวน 49 นัด

นายนราวิชญ์ บุญราษฎร์

การจับกุมครั้งนี้เกิดขึ้นหลังจากสืบสวนจากสื่อออนไลน์เฟซบุ๊ก พบว่านายนราวิชญ์ได้โพสต์ภาพถ่ายโชว์อาวุธปืนที่คาดว่าเป็นปืนเถื่อนไม่มีทะเบียน พร้อมข้อความประกาศขายปืนบนเฟซบุ๊ก ชื่อ “กลุ่มปืนเถื่อน” จากการสืบสวนเชื่อว่าบุคคลดังกล่าวมีอาวุธปืนผิดกฎหมายอยู่ในความครอบครองจริง จึงรวบรวมหลักฐานเพื่อขออนุมัติหมายค้นจากศาลจังหวัดชุมพร

จากการตรวจค้นบ้านหลังดังกล่าว พบของกลางทั้งหมดอยู่ภายในบ้าน โดยนายนราวิชญ์ให้การรับสารภาพ อ้างว่าจะหาเงินเพื่อมาเปิดร้านขายก๋วยเตี๋ยว ประกอบอาชีพสุจริตเลี้ยงมารดา ในเบื้องต้นทางเจ้าหน้าที่แจ้งข้อหา “เป็นตัวการมีและใช้อาวุธปืน โดยไม่ได้รับอนุญาต” ก่อนนำส่งพนักงานสอบสวน สภ.เมืองชุมพร จ.ชุมพร ดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

2 วันจับไป 2 ราย หวังว่าจะทำให้พ่อค้ารายอื่นๆ เพลาๆ ลงได้บ้าง

ชาญพงศ์ บุญอุทิศ
เรื่อง/ภาพ

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน