การหลอกลวงทางออนไลน์ เป็นอาชญากรรมยุคใหม่ที่คุกคามทรัพย์สินของประชาชนรุนแรงที่สุด เกิดคดีในแต่ละวันหลายร้อยคดี ทุกวันนี้ตำรวจแทบทุกท้องที่ ต้องรับแจ้งความจากผู้สูญเสียเงินทอง เพราะตกเป็นเหยื่อโจรไซเบอร์ไม่หวาดไม่ไหว
ไม่นับที่แจ้งตรงกับกองบัญชาการตำรวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี หรือสอท. ซึ่งรับผิดชอบคดีเหล่านี้โดยตรง ต้องรับคดีมากมายมหาศาลขนาดไหนแทบไม่ต้องอธิบาย
ที่น่าคิดคือ ควบคู่กับขบวนการมิจฉาชีพยุคดิจิตอล จะต้องมีตัวกลางคือบัญชีม้า
โดยมีผู้รับจ้างเปิดบัญชีเพื่อให้แก๊งวายร้ายใช้รับโอนเงินจากเหยื่อ เป็นตัวกลางเป็นตัวตัดตอนไม่ให้สาวถึงโจรออนไลน์ตัวจริงได้ง่ายๆ
ผู้รับจ้างเปิดบัญชีม้าจำนวนมากคือชาวบ้านทั่วไป
ทั้งที่มีคำเตือนโทษถึงคุกหรือโทษปรับหนัก ถึงขนาดติดหราอยู่หน้าเคาน์เตอร์ธนาคารที่กำลังขอเปิดบัญชีม้า ก็ไม่หวั่นไหว!!
ตำรวจสอท.ที่ออกสืบจับโจรออนไลน์ทั่วประเทศ รวมทั้งจับกุมเจ้าของบัญชีม้าที่มีอยู่มากมาย จับกันจนเหนื่อย
ส่วนใหญ่จะพบว่า เป็นคนยากคนจน
ในชนบทบางแห่ง ตำรวจพบว่า รับจ้างเปิดบัญชีม้ากันแทบทั้งหมู่บ้านก็มี!
โดยแก๊งมิจฉาชีพ เข้าไปติดต่อว่าจ้างถึงในชุมชนในหมู่บ้าน
เมื่อถูกจับกุม สอบปากคำผู้ต้องหาเหล่านี้ ก็รู้ดีว่าเขาจ้างเปิดบัญชีเพื่อนำไปใช้กระทำผิดแน่ๆ เพราะมี คำเตือนแพร่หลายมากมาย!!
แต่ก็ยอมทำ เพราะว่าได้เงินสดๆ เห็นๆ
แน่นอนว่า ผู้รับจ้างเปิดบัญชีม้า ไม่ใช่อาชญากรตัวจริง ไม่ได้เป็นกลุ่มแก๊งปล้นเงินประชาชนทางออนไลน์ ยอมเปิดบัญชีให้เพื่อรับเงินค่าจ้าง จากนั้นเขาจะเอาไปทำอะไรก็ไม่รู้ ไม่เกี่ยว
ที่ยอมทำเพราะยากจนนั่นเอง พอมีคนเอาเงินมาล่อก็รับทันทีอย่างขาดสติ ด้วยอาชีพที่ทำอยู่ปกติมีรายได้น้อยนิด หนี้สินรุงรัง!
หลายรายกำลังกลุ้มอกกลุ้มใจ ผลผลิตทางเกษตรที่ปลูกกันหลังขดหลังแข็งราคาตกต่ำ
รัฐบาลก็ไม่เห็นช่วยอะไรได้
จู่ๆ มีคนเอาเงินมาให้ ว่าจ้างไปธนาคาร ก็หน้ามืดรับเงินเพื่อเอาไปใช้หนี้สินทันที
อีกอย่าง เขาก็ไม่รู้สึกว่าตัวเองเป็นผู้ก่อเหตุ ไม่รู้สึกว่าตัวเองคือมิจฉาชีพโดยตรง ยอมเปิดบัญชีม้า เผื่ออาจจะไม่โดนสาวถึงก็ได้ อะไรทำนองนั้น
นี่แหละคือปัญหาใหญ่ของสังคมไทยในวันนี้ ที่เกี่ยวพันกับความจน
อาชญากรทางไซเบอร์อาละวาดหนัก โดยมีชาวบ้านคิดสั้นคิดผิดยอมเสี่ยงรับจ้างเปิดบัญชีให้
เพราะความยากจน เศรษฐกิจตกต่ำ ด้วยความสามารถของผู้บริหารประเทศนั่นแหละ!
วงค์ ตาวัน