“สหมงคลฟิล์ม อินเตอร์เนชั่นแนล” จัดเต็มคาราเบลกับภาพยนตร์แอ๊กชั่นฮีโร่ไทยฟอร์มยักษ์ “ขุนพันธ์ 3” ที่ระเบิดความมันส์แล้ววันนี้ ทุกโรงภาพยนตร์

10 ปีแห่งการเดินทางของไตรภาคภาพยนตร์ไทย “ขุนพันธ์” ผลงานระดับมาสเตอร์พีซที่สุดในชีวิตคนทำหนังของ ‘โขม’ ก้องเกียรติ โขมศิริ ผู้กำกับฯ มือฉมัง

การโคจรพบกันของพระเอกมาดเซอร์ อนันดา เอเวอริงแฮม ถ่ายทอดบทบาท ‘ขุนพันธ์’ มือปราบในตำนาน ปะทะ 2 พระเอกฝีมือคุณภาพ ‘โอ้’ มาริโอ้ เมาเร่อ และ ‘โตโน่’ ภาคิน คำวิลัยศักดิ์ ผู้รับบท ‘เสือมเหศวร’ และ ‘เสือดำ’

ร่วมด้วย ‘เอม’ ภูมิภัทร ถาวรศิริ (ร้อยเอกทัตเทพ), ‘ฟ้า’ ษริกา สารทศิลป์ศุภา (หมอสาวิตรี), ‘พลอย’ ชิดจันทร์ ห่ง (ครูนุ่น), ฟิลลิปส์ ทินโรจน์ (เสือเจิด), ‘เม้ง’ ภูมิพัฒน์ ชาติสุริยเกียรติ (จ่ามหา) ฯลฯ

‘โขม ก้องเกียรติ’ ผู้กำกับฯ เผยว่า “ขุนพันธ์ 3 คือการครบรอบ 10 ปี เป็นการปิดไตรภาคที่รวมความยากทุกองค์ประกอบการทำหนัง ขุนพันธ์ 3 นำเสนอเรื่องราวปี 2493-2495 ในยุคสงครามเย็น สงครามสายลับ เกิดวิกฤตทางการเมือง ความเหลื่อมล้ำทางสังคม เริ่มจากการเมืองในวงการตำรวจเปลี่ยน ขุนพันธ์ถูกพิจารณา ถูกวิเคราะห์ทางจิตว่าสิ่งที่เขาทำเกินกว่าเหตุหรือเปล่า จึงเป็นเหตุให้ตัวเขาไม่เติบโตในตำแหน่ง กลับไปอยู่บ้านเกิด ขณะเดียวกันก็เกิดคดีปล้นฆ่าของพวกโจรเชิ้ตดำโดยการนำของ เสือมเหศวร กับ เสือดำ ขุนพันธ์จึงถูกตามตัวกลับมาโดยทหารชื่อทัตเทพ”

ถามถึงคาแร็กเตอร์ ‘เสือมเหศวร’ และ ‘เสือดำ’ ผู้กำกับฯ คนเดิมกล่าวว่า “เสือมเหศวร เป็นทรชนสองหน้าสองบุคลิก ร่างหนึ่งเป็นนักเขียนนักข่าว และมีอีกร่างคือเสือมเหศวร จอมโจรชื่อดัง ปล้นไร้ร่องรอย มีคาถาเบี่ยงกระสุน ห้อยพระมเหศวร ท่องคาถาแล้วคาบพระมเหศวรไว้ที่ปาก เขาเป็นคนกะล่อน แต่มีทัศนคติที่ดี เป็นโจรที่มีความหวัง รวบรวมกลุ่มที่อยากมอบตัวขึ้นมาในนามเชิ้ตขาว ที่เลือกโอ้รับบทเสือมเหศวรเพราะเขามีลักษณะจารชนสองหน้าสองบุคลิก บุคลิกหนึ่งเฟรนด์ลี่ ไม่มีพิษภัย ขณะเดียวกันก็มีความกะล่อน กับโอ้เราทำงานด้วยกันมาหลายเรื่อง เรื่องนี้โอ้เล่น แอ๊กชั่นเต็มรูปแบบ ยิงปืน วิ่งฝ่าดงกระสุนดงระเบิด โหนสะลิงหนีระเบิดที่มีลูกไฟลูกโตลุกวาบไล่หลัง เขาสุดยอดมาก”

“ส่วน เสือดำ เป็นโจรโดยสันดาน เก็บกด มีปม รักศักดิ์ศรี รักพวกพ้อง เถรตรง แมนมากๆ ไม่รุม ไม่ยิงคนข้างหลัง จึงเป็นที่มาคำว่า สุภาพบุรุษเสือดำ เสือดำเวอร์ชั่นนี้พูดน้อย แต่ดุดัน เกลียดตำรวจ คหบดีชั่วๆ เป็นตัวละครที่มีความบิดเบี้ยวทางจิต มีคาถาอาคม เสกฝุ่นดินขึ้นมาเพื่อสลายกระสุนได้ เสือดำรับบทโดยโตโน่ ตัวละครตัวนี้มีทั้งความเท่ เถื่อน ดิบ โตโน่ดีไซน์ตัวละครให้มีฟันดำและมีฟันทองอยู่สองซี่ การเคลื่อนที่ทุกครั้งเรารู้สึกได้ถึงเสือร้ายที่เดินมาในความมืด อันนี้คือการตีความ คาแร็กเตอร์ ซึ่งเขาทำได้ดีมาก บวกกับความอึด ถึก ทน แข็งแรง จริงจัง เขาถ่ายทอดวิญญาณเสือดำออกมาได้ดีเลย แล้วสิ่งที่โตโน่ทำได้ดีเกินไปกว่าเสือดำที่เราวางไว้คือเขาสร้างมิติที่น่าสงสารของตัวละครตัวนี้ให้เกิดขึ้นได้”

ด้าน ‘ขุนพันธ์’ ที่แสดงโดย ‘อนันดา’ ผู้กำกับฯ แง้มว่า “อนันดามีพัฒนาการแสดงมาเรื่อยๆ อยู่แล้ว เขามีประสบการณ์สูง แต่แปลกตรงที่เขาบอกว่าเขาตื่นเต้น สนุก เหมือนได้กลับบ้าน มันจึงไม่ใช่การพยายามใส่นู่นใส่นี่ลงไปในตัวละคร แต่มันทำตัวละครให้มีชีวิตมากขึ้น ในภาคนี้เขาจะซอฟต์ลง จะมีความเป็นมนุษย์ อันนี้คือมิติที่เรามาพัฒนาตัวละครขุนพันธ์ในภาค 3”

นอกจากนี้ยังมีตัวละครหลักอื่นๆ อย่าง ‘ร้อยเอกทัตเทพ’ รับบทโดย ‘เอม ภูมิภัทร’ และ ‘หมอสาวิตรี’ รับบทโดย ‘ฟ้า ษริกา’ “ผู้กองทัตเทพเป็นนายทหารที่ถูกส่งมาทำภารกิจปราบโจรเชิ้ตดำ เขาไม่เชื่อเรื่องไสยศาสตร์มนต์ดำ แต่ก็ไม่ได้เพิกเฉยไม่ได้ดูถูก เพียงแต่เขาเชื่อเรื่องยุทธวิธีมากกว่า เขาฉลาดทั้งบู๊และบุ๋น เขาคือตัวละครที่ร่วมต่อสู้ไปกับขุนพันธ์ ซึ่งเอมมีวิธีแสดงที่ดีมาก ส่วนฟ้ารับบทสาวิตรี เป็นคุณหมอที่ถูกลักพาตัวมาเป็นหมอในชุมโจร ด้วยความเป็นหมอ คนดี คนชั่ว ก็ต้องรักษา ไปๆ มาๆ ผูกพัน เราอยากได้คนที่มีความอ่อนโยน ขณะเดียวกันก็มีความแข็งแกร่ง และต้องมีหน้าตาเก๋ๆ ต้องสวย น้องฟ้ามีเสน่ห์และแสดงได้ดีมาก”

“ซึ่งการปิดท้ายไตรภาคของ ขุนพันธ์ ใช้เวลา 10 ปีในการกรุยทางกันมาจนเราปิดผนึกมันได้อย่างเต็มที่ และเชื่อว่ามันเป็นการปิดเพื่อเติบโตมากกว่าในอนาคต” ผู้กำกับฯ ทิ้งท้าย

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน