กทม. – นางวราภรณ์ เอื้ออารีย์ รองผอ.สำนักการวางผังและพัฒนาเมือง กรุงเทพมหานคร เปิดเผยว่า ผังเมือง คือใบเบิกทางชี้วัดการลงทุนชนิดหนึ่ง หากเทียบผังเมืองกรุงเทพมหานคร ปี 2556 กับผังเมืองรวมกทม.ปรับปรุงครั้งที่ 4 ฉบับรับฟังข้อคิดเห็นของประชาชน ปี 2562 ซึ่งผ่านประชาพิจารณ์ไปแล้ว 1 ครั้ง ปัจจุบันพบว่า เขตสีขาวมีกรอบและเส้นทะแยงสีเขียว หรือเรียกว่าพื้นที่เขียวลาย มีจำนวนลดลง หมายถึงพื้นที่รับน้ำของกรุงเทพฯ ถูกเปลี่ยนเป็นสีเขียว คือ พื้นที่ที่สามารถสร้างบ้านเดี่ยวไม่เกิน 100 ตารางวา และเป็นพื้นที่ชนบทเกษตรกรรมบ้านเรือน และสีเหลือง คือ ที่อยู่อาศัยหนาแน่นน้อย (บ้านราคาแพง) มากขึ้น

“จากผังการศึกษาเพื่อกำหนดผังเมืองใหม่ ระบุว่า โซนตะวันออกบริเวณนอกแนวกั้นน้ำเขตลาดกระบัง พื้นที่รับน้ำหายไป 2 ใน 3 ส่วน แทนที่ด้วยที่อยู่อาศัย (สีเขียว) และโครงการขุดคลองกว้าง 25 เมตร ตลอดแนวจรดคลองประเวศ โดยมีแผนใช้งบประมาณเฉพาะค่าขุดและบังคับทิศทางน้ำในคลองจำนวน 2,500 ล้านบาท และค่าเวนคืนพื้นที่อีกไร่ละ 12 ล้านบาท รวมถึงโซนใต้ บริเวณเขตบางขุนเทียน พื้นที่รับน้ำลดลงแทนที่ด้วยที่อยู่อาศัย (สีเหลือง) และโครงการอุโมงค์ส่งน้ำขนาด 5 เมตร และโซนตะวันตก บริเวณเขตทวีวัฒนา พื้นที่รับน้ำลดลง แทนที่ด้วยที่อยู่อาศัย (สีเขียว) และโครงการอุโมงค์ส่งน้ำขนาด 5 เมตร” นางวราภรณ์กล่าว

นางวราภรณ์กล่าวต่อว่า จากแผนการศึกษาผังเมืองดังกล่าว จึงเป็นที่มาให้นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าฯกทม. สั่งทบทวนครั้งใหญ่ เพราะเกรงว่าหากแผนถูกประกาศออกไป แต่ยังไม่มีโครงการสร้างคลอง ระบบระบายน้ำ และสาธารณูปโภครองรับ ล่วงหน้า แม้จะมีผลดีต่อภาคเอกชนเนื่องจากราคาที่ดินขยับขึ้นตามการปรับเปลี่ยนสีของผัง ทำให้ความเจริญและการลงทุนไหลเข้าพื้นที่มากขึ้น ย่อมเป็นปัจจัยเสี่ยงในการเพิ่มพื้นที่อุทกภัยมากขึ้นด้วย เพราะพื้นที่รองรับน้ำถูกปรับเป็นที่อยู่อาศัย ทั้งที่ยังไม่มีการก่อสร้างระบบระบายน้ำรองรับ รวมถึง เมื่อสร้างเสร็จแล้วจะประสบปัญหาแผ่นดินทรุดในเวลาต่อมา น้ำอาจจะกลับมาท่วมหนัก กลายเป็นพื้นที่น้ำท่วมแห่งใหม่ให้ กทม.ต้องแก้ปัญหาเพิ่มต่อไป

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน