“หลวงพ่อเกษม เขมโก” สุสานไตรลักษณ์ จ.ลำปาง พระเถราจารย์ปูชนียบุคคลอีกรูป ที่มีผู้มีความเคารพศรัทธาเป็นจำนวนมาก อีกทั้งยังเป็นเจ้านายในราชวงศ์ทิพย์จักร ที่ออกผนวชอีกด้วย
มีนามว่า เจ้าเกษม ณ ลำปาง เกิดเมื่อวันที่ 28 พ.ย.2455 เป็นบุตรในเจ้าน้อยหนู ณ ลำปาง (ภายหลังเปลี่ยนนามสกุลใหม่เป็น มณีอรุณ) ปลัดอำเภอ กับเจ้าแม่บัวจ้อน ณ ลำปาง และเป็นราชปนัดดาในเจ้าบุญวาทย์วงษ์มานิต เจ้าหลวงผู้ครองนครลำปางองค์สุดท้าย

อายุ 13 ปี บรรพชา ซึ่งเป็นการบรรพชาหน้าศพ (บวชหน้าไฟ) ของเจ้าอาวาสวัดป่าดั๊ว 7 วัน ได้ลาสิกขาและบรรพชาอีกครั้ง เมื่ออายุ 15 ปี อยู่ที่วัดบุญยืน จ.ลำปาง ศึกษาด้านพระปริยัติธรรม สามารถสอบนักธรรมชั้นโทได้ในปี พ.ศ.2474 เข้าพิธีอุปสมบทในปีถัดมา มีพระธรรมจินดานายก เจ้าอาวาสวัด บุญวาทย์วิหาร อดีตเจ้าคณะจังหวัดลำปาง เป็นพระอุปัชฌาย์ ได้รับฉายาว่า เขมโก แปลว่า ผู้มีธรรมอันเกษม
หลังสำเร็จด้านพระปริยัติธรรม ท่านเสาะแสวงหาครูบาอาจารย์ที่มีความรู้และมีความเชี่ยวชาญในด้านวิปัสสนา จนกระทั่งทราบข่าวว่ามีพระเกจิรูปหนึ่งมีชื่อเสียงในด้านวิปัสสนาคือ ครูบาแก่น สุมโน จึงฝากตัวเป็นศิษย์
ตามครูบาแก่นออกท่องธุดงค์ไปแสวงหาความวิเวกและบำเพ็ญเพียรตามป่าลึก จนถึงช่วงเข้าพรรษาจึงต้องแยกทางกับพระอาจารย์ และกลับมาจำพรรษาที่วัดบุญยืนตามเดิม

ต่อมา เจ้าอธิการคำเหมย เจ้าอาวาสวัด บุญยืนมรณภาพ คณะสงฆ์ได้ประชุมกันเพื่อหาเจ้าอาวาสรูปใหม่ และต่างลงความเห็นพ้องต้องกันเห็นควรว่าพระภิกษุเจ้าเกษมมีคุณสมบัติเหมาะสมกับตำแหน่งเจ้าอาวาส
ครั้นเมื่อได้รับเลือกเป็นเจ้าอาวาสวัด บุญยืน ก็ไม่ยินดียินร้าย แต่ท่านก็ห่วงทางวัด เพราะเคยจำพรรษาที่วัดแห่งนี้ เห็นว่าถือเป็นภารกิจทางศาสนา ต้องการให้พระศาสนานี้ดำรงอยู่

หลังจากนั้นตัดสินใจลาออกจากตำแหน่งเจ้าอาวาสหลายครั้ง เนื่องจากต้องการจะออกธุดงค์ แต่ไม่เป็น ผลสำเร็จ ดังนั้น จึงออกจากวัดบุญยืน ไปที่ศาลาวังทาน พร้อมเขียนข้อความลาออกจากการเป็นเจ้าอาวาสไว้ด้วย
เป็นพระสายวิปัสสนาธุระ ไม่ยึดติด แม้แต่สถานที่ปฏิบัติธรรม ณ สุสานไตรลักษณ์ ตลอดชีพ เป็นพระที่เป็นที่เคารพสักการะทั้งจังหวัดลำปางและทั่วประเทศ
วันจันทร์ที่ 15 ม.ค.2539 มรณภาพอย่างสงบ ที่ห้องไอซียู โรงพยาบาลลำปาง จ.ลำปาง สิริอายุ 84 ปี พรรษา 64

กล่าวสำหรับ สมเด็จพระมหารัชมงคลมุนี (สมเด็จธงชัย ธัมมธโช) แห่งวัดไตรมิตรฯ กทม. เป็นศิษย์หลวงพ่อเกษม สุสานไตรลักษณ์ ตั้งแต่เมื่อครั้งยังเป็นพระมหาธงชัย
หลวงพ่อเกษมเมตตาเจ้าคุณธงชัยเป็นที่สุด ในทุก 15 วันท่านให้ไปพบที่สุสานไตรลักษณ์ สอนสรรพวิชาทุกอย่าง กัมมัฏฐาน วิทยาคม เป็นต้น
ทั้งนี้ สมเด็จพระมหารัชมงคลมุนี (สมเด็จธงชัย ธัมมธโช) จัดสร้างเหรียญระฆัง หลวงพ่อเกษม เขมโก ย้อนยุค (พ.ศ.2516) ครบรอบ 50 ปี เพื่อจัดหารายได้ในการบูรณะศาลเจ้าเเม่ชาดา

กำหนดจัดพิธีพุทธาภิเษก วันอาทิตย์ที่ 16 เม.ย.2566 เวลา 13.09 น. ที่ศาลเจ้าแม่สุชาดา สุสานไตรลักษณ์ อ.เมือง จ.ลำปาง
ลักษณะเป็นเหรียญรูประฆัง มีหู ด้านหน้าเหรียญตรงกลางเป็นรูปเหมือนเต็มองค์ของหลวงพ่อเกษม เขมโก นั่งขัดสมาธิ ใต้รูปเหมือนเขียนคำว่า “เกษม เขมโก”
ด้านหลังเหรียญ ตรงกลางเป็นอักขรยันต์และเขียนคำว่า “ขอให้ท่านเป็นผู้โชคดีตลอดไป…ค้าขายดี…มีกำไร…ไม่ขาดทุน…เฮง เฮง เฮง สมเด็จพระมหารัชมงคลมุนี” ขอบเหรียญจากด้านซ้ายไปขวา เขียนคำว่า “ที่ระลึกถึงพระคุณหลวงพ่อสร้างศาลเจ้าแม่สุชาดาครบรอบ ๕๐ ปี เหรียญศิริมงคล สุสานไตรลักษณ์ ลำบาง” ด้านล่างเขียนคำว่า “๑๖ เมษายน พ.ศ.๒๕๑๖-๒๕๖๖”

อนึ่ง เหรียญระฆังหลวงพ่อเกษมรุ่นแรกจัดสร้าง เมื่อวันที่ 15 เม.ย.2516 เพื่อนำรายได้ก่อสร้างศาลเจ้าแม่สุชาดา สุสานไตรลักษณ์ อ.เมือง จ.ลำปาง ชาวลำปางเรียกขานว่า “เหรียญระฆังสิริมงคลเสาร์ 5” เป็นเหรียญที่ได้รับความนิยมอย่างสูง มีประสบการณ์มากมาย โดยเฉพาะเมื่อคราวเหตุการณ์วันที่ 14 ต.ค.2516 จนได้รับการเรียกขานว่า “เหรียญวีรชน”
เหรียญระฆังหลวงพ่อเกษม เขมโก ย้อนยุค เนื้อทองคำลงยา น้ำหนัก 19.2 กรัม โดยประมาณ ลงยาราชาวดีสีน้ำเงิน จำนวนสร้าง 49 เหรียญ ลงยาราชาวดีสีแดง จำนวนสร้าง 49 เหรียญ ลงยาราชาวดีสีเขียว จำนวนสร้าง 49 เหรียญ บูชาเหรียญละ 90,000 บาท

เหรียญเนื้อเงินลงยา น้ำหนัก 12 กรัม โดยประมาณ ลงยาราชาวดีสีน้ำเงิน จำนวนสร้าง 500 เหรียญ ลงยาราชาวดีสีแดง จำนวนสร้าง 500 เหรียญ ลงยาราชาวดีสีเขียว จำนวนสร้าง 500 เหรียญ บูชาเหรียญละ 2,500 บาท
นอกจากนี้ ยังจัดสร้างเป็นเหรียญนวะและเหรียญทองแดงอีกด้วย
สอบถามรายละเอียดโทร. 09-7089-9965