นายพูนพงษ์ นัยนาภากรณ์ ผอ.สำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า กระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยถึงดัชนีราคาผู้บริโภค (เงินเฟ้อ) เดือนก.พ. 2566 ว่า มีค่าเท่ากับ 108.05 เมื่อเทียบกับเดือนเดียวกันปีก่อน สูงขึ้น 3.79% ชะลอตัวต่อเนื่องเป็นเดือนที่สองและต่ำสุดในรอบ 13 เดือน

ทั้งนี้ เป็นผลมาจากสินค้าหมวดอาหารและเครื่องดื่มไม่มีแอลกอฮอล์ สูงขึ้น 5.74% ชะลอตัวจากเดือนก่อน ที่สูงขึ้น 7.70% โดยเฉพาะ อาหารสด และอาหารสำเร็จรูปราคาลดลง ขณะที่ หมวดอื่นๆ ที่ไม่ใช่อาหารและเครื่องดื่ม สูงขึ้น 2.47% ลดลงจากเดือนก่อน ที่สูงขึ้น 3.18% เนื่องจากสินค้าสำคัญราคาลดลง อาทิ น้ำมันเชื้อเพลิงในกลุ่มแก๊ส โซฮอล์และน้ำมันเบนซิน เครื่องใช้ไฟฟ้า โดยภาพรวมสินค้ามีการปรับราคาเพิ่มขึ้น 334 รายการ ลดลง 45 รายการ และเท่าเดิม 51 รายการ

“คาดว่าเงินเฟ้อเดือนมี.ค. จะชะลอลงอีก เพราะราคาสินค้าอาหารสดและน้ำมันเชื้อเพลิงลดลง โดยกระทรวงพาณิชย์ยังคงเป้าเงินเฟ้อทั้งปีนี้ตามเดิม อยู่ที่ 2.0-3.0% หรือค่ากลาง 2.5% ภายใต้สมมติฐานราคาน้ำมันดิบดูไบอยู่ที่ 85-95 เหรียญสหรัฐ/บาร์เรล อัตราแลกเปลี่ยน 36-37บาท/เหรียญสหรัฐ และจีพีดีขยายตัว 3-4%”

นายชัยชาญ เจริญสุข ประธานสภาผู้ส่งสินค้าทางเรือแห่งประเทศไทย (สรท.) เปิดเผยถึงภาวะการค้าระหว่างประเทศเดือนม.ค. 2566 เทียบกับเดือนเดียวกันปีก่อน พบว่า การส่งออกมีมูลค่า 20,249 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หดตัว 4.5% และมีมูลค่าในรูปเงินบาทเท่ากับ 700,127 ล้านบาท หดตัวตัว 0.9% เมื่อหักทองคำ น้ำมัน และอาวุธยุทธปัจจัย พบว่าการส่งออกหดตัว 3.0%

การนำเข้ามีมูลค่า 24,899.1 ล้านเหรียญดอลลาร์สหรัฐ ขยายตัว 5.5% และมีมูลค่าในรูปเงินบาทเท่ากับ 871,430 ล้านบาท ขยายตัว 9.4% ส่งผลให้ไทยขาดดุลการค้าเท่ากับ 4,649.6 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือเท่ากับ 171,303 ล้านบาท

“คาดว่าการส่งออกผ่านจุดต่ำสุดแล้วในเดือนม.ค. 2566 ซึ่งหดตัว 4.5% และคาดว่าเดือนก.พ. จะปรับตัวดีขึ้น ส่งออกได้ราว 2.2 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ แต่คาดว่าส่งออกครึ่งปีแรก ยังไม่ดี เพราะเศรษฐกิจโลกชะลอ ไตรมาส 1 จะหดตัว 8% ไตรมาส 2 หดตัวเหลือ 0.7% และจะเริ่มดีขึ้นในไตรมาส 3 จะเป็นบวก 1.8% และไตรมาส 4 โต 9.8% ทำให้ทั้งปีจะยังเป็นบวก 1-2% มูลค่า 2.91-2.92 แสนล้านเหรียญสหรัฐ”

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน