คณะรัฐมนตรี (ครม.) เห็นชอบเพิ่มค่าป่วยการอาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน (อสม.) และอาสาสมัครสาธารณสุขกรุงเทพมหานคร (อสส.) จากเดิม เดือนละ 1,000 บาท เป็นเดือนละ 2,000 บาท เริ่มตั้งแต่วันที่ 1 ต.ค.2566
โดยระหว่างนี้ให้กรมสนับสนุนบริการสุขภาพ กระทรวงสาธารณสุข และสำนักงานอนามัย กทม. ตั้งคำขอ งบประมาณประจำปีงบประมาณ 2567 สำหรับรายการจ่ายเงินค่าป่วยการให้อสม.และอสส.
ปัจจุบันมีอสม. 1,075,163 คน และอสส. 15,000 คน จากการที่ครม.เห็นชอบเพิ่มค่าป่วยการอีกเดือนละ 1,000 บาท จะส่งผลให้การใช้งบประมาณเพิ่มขึ้นในแต่ละปีงบประมาณ จำนวน 13,081 ล้านบาท
เป็นอีกเครือข่ายบุคลากรของรัฐ ที่รัฐบาลเพิ่มค่าตอบแทน ซึ่งเป็นเรื่องดี แต่มีคำถามว่าทำไมให้ในช่วงที่กำลังจะมีการเลือกตั้งส.ส.
การขึ้นค่าป่วยการให้อสม.และอสส. รัฐบาลอธิบายว่าเนื่องจากมีภารกิจใหม่ที่เพิ่มขึ้นตามนโยบายรัฐบาล เพื่อดูแลสุขภาพที่เน้นการส่งเสริมสุขภาพ ป้องกันโรค ลดอัตราการเจ็บป่วยของประชาชน โดยเฉพาะกลุ่มผู้สูงอายุ
นอกจากนี้ยังคงปฏิบัติหน้าที่ในการเฝ้าระวังป้องกัน และควบคุมการแพร่ระบาดของเชื้อโควิด-19 ระยะหลังการระบาดใหญ่ในพื้นที่ชุมชนทั่วประเทศ
ตั้งแต่การคัดกรองเพื่อประเมินภาวะสุขภาพผู้สูงอายุในชุมชน การสร้างความรอบรู้ ให้บริการดูแลสุขภาพตามสภาพปัญหาในแต่ละด้าน ประสานภาคีเครือข่ายดูแล ผู้สูงอายุให้มีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น และติดตามผู้ผ่านการบำบัดยาเสพติดในระบบสมัครใจบำบัด
รัฐบาลระบุถึงความเสียสละของอสม.และอสส. ที่นอกจากทำเพื่อส่วนรวมแล้ว ยังต้องแบกรับค่าใช้จ่ายต่างๆ ตามภารกิจ ท่ามกลางค่าครองชีพที่สูงขึ้น จึงจำเป็นต้องเพิ่มค่าป่วยการ
นับเป็นเรื่องดี เชื่อว่าสังคมโดยรวมไม่ขัดข้องที่รัฐบาลเพิ่มค่าตอบแทนอสม.และอสส. ที่ต้องเสียสละปฏิบัติภารกิจเพื่อส่วนรวมในด้านสาธารณสุข อีกทั้งอสม.และอสส.จำนวนไม่น้อยก็เป็นประชาชนหาเช้ากินค่ำ
เช่นกันกับเมื่อไม่กี่วัน รัฐบาลขึ้นค่าตอบแทนสมาชิกองค์การบริหารส่วนตำบล (อบต.) เกือบ 400,000 คน ทั่วประเทศ ก็สมควรเช่นกัน เพราะมีภารกิจดูแลประชาชนในระดับพื้นฐาน ที่สำคัญได้รับการเลือกตั้งจากประชาชนโดยตรง จึงมีเกียรติภูมิและศักดิ์ศรี
พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ยืนยันการขึ้นค่าตอบแทนอบต. เป็นการทำงานตามปกติของรัฐบาล แล้วแต่ใครจะมอง หรือตีความเป็นการหาเสียงเลือกตั้งหรือไม่