สั่งหั่นค่าไฟอุตสาหกรรม – นายสุพัฒนพงษ์ พันธ์มีเชาว์ รองนายกรัฐมนตรี และรมว.พลังงาน กล่าวในงาน “THE NEXT THAILAND’S FUTURE : จุดเปลี่ยนประทศไทยสู่ความยั่งยืน” ว่าค่าไฟฟ้างวดเดือนพ.ค.-ส.ค.2566 จะเหลืออัตราเดียวทั้งภาคครัวเรือนและภาคอุตสาหกรรม โดยการปรับลดของภาคอุตสาหกรรมให้ลงมาเท่ากับภาคครัวเรือน เพื่อลดต้นทุนผู้ประกอบการที่ได้รับผลกระทบจากเศรษฐกิจโลกจากปัจจุบันค่าไฟฟ้ากำหนดเรียกเก็บ 2 อัตรา คือ ครัวเรือนอยู่ที่ 4.72 บาท/หน่วย และภาคอุตสาหกรรม 5.33 บาท/หน่วย
ทั้งนี้ค่าไฟฟ้าภาคครัวเรือนที่ปัจจุบันเรียกเก็บในอัตรา 4.72 บาท/หน่วยนั้น ได้ให้นโยบายในฐานะผู้กำกับนโยบายกับ กกพ. แล้วว่าค่าไฟฟ้าไม่ควรที่จะปรับขึ้น และควรจะกลับมาใช้อัตราเดียวเท่ากันทั้งภาคครัวเรือนและอุตสาหกรรม เนื่องจากต้นทุนการผลิตไฟฟ้า คือ ก๊าซธรรมชาติมีแนวโน้มลดลงในช่วงที่ผ่านมา”
อย่างไรก็ตาม ส่วนอัตราค่าไฟฟ้าผันแปรอัตโนมัติ (เอฟที) ที่ปรับขึ้น 98 สตางค์/หน่วย ซึ่งเมื่อรวมกับค่าไฟฐานแล้ว ทำให้ค่าไฟเฉลี่ยเรียกเก็บกับประชาชนจะเพิ่มขึ้น 0.03 บาท/หน่วย เป็น 4.75 บาท/หน่วยนั้น ส่วนนี้มองว่าฝ่ายนโยบายสามารถดูแลได้ โดยตอนนี้ภาระสำคัญต้องไม่ให้เกิดผลกระทบกับการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) ที่รับภาระชดเชยจากการแบกรับค่าเอฟทีเมื่อปีที่ผ่านมากว่าแสนล้านบาท ว่าจะชดเชยกลับคืนให้ กฟผ.ได้อย่างไร