เมื่อวันที่ 11 มี.ค. เอเอฟพีรายงานว่า นายหลี่ เฉียง อดีตเลขาธิการพรรคคอมมิวนิสต์มหานครเซี่ยงไฮ้ อายุ 63 ปี และหนึ่งในพันธมิตรทางการเมืองของประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ผู้นำค้ำฟ้าของจีน ได้รับแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีคนใหม่แทนนายหลี่ เค่อเฉียง ที่หมดวาระลง หลังประธานาธิบดีสีได้รับเลือกอย่างเป็นเอกฉันท์ให้เป็นผู้นำจีนต่อสมัยที่ 3
นายหลี่เป็นผู้ดูแลและบังคับใช้นโยบายล็อกดาวน์มหานครเซี่ยงไฮ้ยาวนาน 2 เดือน ในช่วงที่จีนยังใช้ยุทธศาสตร์ ไดนามิก ซีโร่ โควิด ได้รับเสียงสนับสนุนจากบรรดาสมาชิกมหาศาลาประชาชนกว่า 2,900 คน เกือบทั้งหมด คิดเป็นเสียงสนับสนุน 2,936 คน ไม่สนับสนุน 3 คน และงดออกเสียง 8 คน ท่ามกลางเสียงวิพากษ์วิจารณ์จากหลายฝ่ายถึงการดำรงวาระผู้นำจีนต่อเป็นสมัยที่ 3 ของประธานาธิบดีสี ซึ่งไม่สอดคล้องกับธรรมเนียมปกติ (2 สมัย) ซึ่งสื่อตะวันตกมองว่าเป็นความพยายามกุมอำนาจทางการเมืองของประธานาธิบดีสี
ภายหลังการหย่อนบัตรและการประกาศชื่อนั้น นายหลี่เข้าสู่พิธีสาบานตนว่าจะจงรักภักดีต่อรัฐธรรมนูญจีน และจะประพฤติตนมุ่งมั่นทำงานอย่างหนักเพื่อรังสรรค์ชาติสังคมนิยมให้มีความทันสมัย กลมเกลียว มีอารยะ แข็งแกร่ง เจริญรุ่งเรือง และมีความเป็นประชาธิปไตย
รายงานระบุว่า นายหลี่นับเป็นนายกฯ เพียงไม่กี่คนของจีนที่ไม่เคยมีประสบการณ์ทำงานการเมืองมาก่อนรับตำแหน่ง โดยนายหลี่เริ่มต้นชีวิตจากอาชีพช่างประปาตามพื้นที่เกษตรกรรมใกล้บ้านเกิด และเติบโตมาจากส่วนการปกครองท้องถิ่นจนได้รับแต่งตั้งเป็นผู้ว่ามณฑล เจ้อเจียงเมื่อปี 2555 โดยก่อนหน้านั้นเคยปฏิบัติหน้าที่เป็นที่ปรึกษาคนสนิทให้กับประธานาธิบดีสี ซึ่งขณะนั้นดำรงตำแหน่งเลขาธิการพรรคคอมมิวนิสต์มณฑลเจ้อเจียง
นายวิลลี หล่ำ นักวิเคราะห์การเมืองจีนจากเกาะฮ่องกง กล่าวว่า การแต่งตั้งนายหลี่เป็น นายกฯ นั้นจะทำให้การใช้อำนาจของประธานาธิบดีสีนั้นเป็นไปได้โดยปราศจากการขัดขวาง