“เมื่อเด็กได้เล่น สมองจะเปิด และเกิดการเรียนรู้ในทุกๆ เรื่องได้ดีที่สุด” เพราะเชื่อมั่นในแนวคิด ดังกล่าวทางคณะครูและผู้ดูแลเด็กน้อยกว่า 200 คน ของศูนย์พัฒนาเด็กก่อนวัยเรียนชุมชนราษฎร์พัฒนา สำนักงานเขตมีนบุรี กรุงเทพมหานคร จึงได้ปรับเปลี่ยนรูปแบบการจัดการเรียนรู้และการดูแลเด็กปฐมวัยอายุ 3-6 ขวบ ในแต่ละวันให้กลายเป็นเรื่องสนุกมาตั้งแต่ปี 2562 เปลี่ยนวิชาการให้เป็นความสุข ใช้ความสนุกจากการเล่นของเด็กๆ เป็นเครื่องมือนำพาไปสู่การเรียนรู้ในเรื่องต่างๆ อย่างสร้างสรรค์

ความเปลี่ยนแปลงดังกล่าวเกิดขึ้นภายหลังการเข้าร่วมเป็น เครือข่าย “เล่นเปลี่ยนโลก” ที่ขับเคลื่อนโดยมูลนิธิเพื่อการพัฒนาเด็ก (มพด.) สถาบันสื่อเด็กและเยาวชน (สสย.) โดยได้รับการสนับสนุนจากสำนักสนับสนุนสุขภาวะเด็ก เยาวชน และครอบครัว สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ หรือ สสส.

สำหรับจุดเด่นในการจัดการเรียนรู้และดูแลเด็ก ของศูนย์พัฒนาเด็กก่อนวัยเรียนชุมชนราษฎร์พัฒนา ที่นอกจากจะมุ่งเน้นการจัดกิจกรรมส่งเสริมการเล่นอิสระในเด็กปฐมวัยแล้ว ยังดำเนินการควบคู่กับการอบรมทำความเข้าใจให้ความรู้กับผู้ปกครองตั้งแต่วันแรกของการรับเด็กเข้าเรียน ให้ตระหนักและเข้าใจถึงคุณค่าของการเล่นที่เป็นธรรมชาติของเด็กและเป็น พื้นฐานที่สำคัญของชีวิต เพราะนำไปสู่การสร้างเสริมพัฒนาการที่ดีขึ้นกับเด็กปฐมวัยครบทั้ง 4 ด้าน ทั้งด้านร่างกาย ด้านอารมณ์และจิตใจ ด้านสังคม และด้านสติปัญญา

ครูซุพยาณี มูซอ หัวหน้าศูนย์พัฒนาเด็กก่อนวัยเรียนชุมชนราษฎร์พัฒนา กล่าวว่า ในแต่ละเดือนก็จะมีกิจกรรมใหญ่ที่เด็กๆ ต่างรอคอยคือ “Play Day วันเล่นสนุก” โดยจะเปิดพื้นที่เรียนรู้ผ่านโซนหรือฐานกิจกรรมต่างๆ อาทิ โซนเล่นสนุกกิจกรรมกลางแจ้ง โซนศิลปะระบายสีโดยใช้วัสดุจากธรรมชาติ โซนเล่นกับธรรมชาติดิน ไม้ ทราย น้ำ โซนเล่นสนุกกับวิทยาศาสตร์ และ Loose Parts โดยจะมีครูและผู้ปกครองร่วมทำหน้าที่เป็น Play Worker หรือผู้อำนวยการเล่น คอยสนับสนุนให้เกิดการเล่นอย่างปลอดภัย เปิดโอกาสให้จินตนาการของเด็กๆ นำพาไปสู่การเรียนรู้ในเรื่องต่างๆ ด้วยตัวของเขาเอง

อภิศิริ ยอดเวียน ผู้ปกครองของน้อง “นาบี๊ล” ชั้นอนุบาล 2 ที่อาสามาเป็นผู้อำนวยการเล่น ในโซนเรียนรู้เล่นกับธรรมชาติดิน ไม้ ทราย น้ำ เล่าว่า ครั้งแรกที่พาลูกมาเข้าเรียนก็จะมีการให้ความรู้กับผู้ปกครองทุกคน จนเข้าใจว่าการเล่นนั้นเป็นสิ่งที่สำคัญสำหรับเด็กในวัยนี้มากกว่าการเรียน ซึ่งก็ได้เห็นความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นคือ ลูกมีพัฒนาการต่างๆ ที่ดีขึ้นทั้งด้านกล้ามเนื้อ อารมณ์ ความคิด การลำดับเหตุการณ์ การวางแผน มีระเบียบวินัย

อรุณี นนทโกวิท ผู้ปกครองของน้อง “ฮามีม” ชั้นอนุบาล 3 ที่มีความชอบในเรื่องของเย็บปักถักร้อยก็ใช้ความถนัดของตัวเองมาเป็นผู้อำนวยการเล่นในโซนการเล่นแบบ Loose Parts เล่าว่า การเล่นของเด็กปฐมวัยคือการลงทุนที่คุ้มค่าเพื่อให้เด็กๆ ได้เติบโตมีพัฒนาการครบทุกด้านและเป็นพื้นฐานสำคัญที่จะนำไปสู่ความพร้อมทางด้านวิชาการต่อไปได้

ผลลัพธ์ของการจัดการเรียนรู้ด้วย การเล่นอิสระนั้น แม้ว่าความสุขและ การเรียนรู้อาจจะวัดผลให้เห็นภาพได้ไม่ชัด แต่สำหรับการประเมินพัฒนาการตามหลักของกรมอนามัยนั้นพบว่าเด็ก เมื่อแรกรับเข้ายังศูนย์พัฒนาเด็กก่อน วัยเรียนชุมชนราษฎร์พัฒนาพบว่ามีพัฒนาการผ่านเกณฑ์ร้อยละ 85 และ เมื่อจบปีการศึกษาเด็กมีพัฒนาการ ผ่านเกณฑ์ร้อยละ 98

ครูสุกัญญา เย็นประสิทธิ์ ครูพี่เลี้ยงและ Play Worker กล่าวว่า การเล่น ไม่ได้เป็นเรื่องไร้สาระ แต่สามารถเปลี่ยนแปลงโลกได้ เพราะการเล่นทำให้เด็กมีความสุข มีพื้นฐานทางอารมณ์ที่ดี และเติบโตขึ้นเป็นผู้ใหญ่ที่จัดการกับทุกอย่างในชีวิตได้

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน