บีบีซีรายงานวันที่ 13 มี.ค. ถึงสถานการณ์การสู้รบในเมืองบักมุต แคว้นโดเนตสก์ ทางตะวันออกของยูเครน หลังกองกำลังรัสเซียพยายามอย่างหนักในช่วงหลายสัปดาห์ที่ผ่านมาเพื่อยึดครองพื้นที่ดังกล่าว
ประธานาธิบดีโวโลดิมีร์ เซเลนสกี ผู้นำยูเครน แถลงว่ากองกำลังรัสเซียสูญเสียทหารมากกว่า 1,100 นาย ในช่วง 2-3 วัน และจำนวนมากบาดเจ็บสาหัส “ไม่ถึงหนึ่งสัปดาห์ เริ่มตั้งแต่วันที่ 6 มี.ค. เราสามารถสังหารทหารศัตรูกว่า 1,100 นาย เฉพาะในเมืองบักมุตที่เดียว รัสเซียประสบความสูญเสียที่ไม่อาจแก้ไขได้ในพื้นที่นั้น ใกล้ๆ กับเมืองบักมุต” ผู้นำยูเครนกล่าว ก่อนเสริมว่าทหารรัสเซียอย่างน้อย 1,500 นายได้รับบาดเจ็บหนักถึงขั้นที่ไม่สามารถร่วมสมรภูมิได้ ขณะที่กระทรวงกลาโหมรัสเซียแถลงถึงการปะทะในเมืองบักมุตเช่นกัน โดยระบุว่าในช่วง 24 ชั่วโมงที่ผ่านมา กองกำลังรัสเซียสังหารทหารยูเครนได้กว่า 220 นาย
นายเยฟเกนี ปริโกชิน ผู้ก่อตั้งกลุ่มแวกเนอร์ เครือข่ายทหารรับจ้างรัสเซีย กล่าวว่าสถานการณ์ในเมืองบักมุตยากลำบากมากๆ เพราะมีศัตรูปะทะอยู่ทุกๆ 1 เมตร อย่างไรก็ตาม นายปริโกชินมั่นใจว่าจะยึดเมืองบักมุตได้ จากนั้นจะเริ่มระดมกำลังพลจากรอบๆ แคว้น
ด้านนักวิเคราะห์กล่าวว่าเมืองบักมุตมีคุณค่าในแง่จุดยุทธศาสตร์เพียงเล็กน้อยเท่านั้น แต่กลายเป็นพื้นที่เป้าหมายในการสร้างความเชื่อมั่นทางทหารของรัสเซีย ภายหลังเผชิญความอับอายจากสงครามที่ยืดเยื้อข้ามปี ทั้งที่รัสเซียมีกำลังพลและอาวุธยุทโธปกรณ์มากกว่า แต่ไม่สามารถต้านการโจมตีจากกองทัพยูเครนได้ หนำซ้ำยังถูกยูเครนยึดคืนดินแดนที่รัสเซียเข้ารุกรานตั้งแต่ช่วงเริ่มต้นสงครามอย่างต่อเนื่อง จนสังคมในรัสเซียเกิดความไม่มั่นใจในศักยภาพของกองทัพตนเอง ส่วนกองทัพยูเครนเปิดเผยถึงเหตุผลที่ยังยืนหยัดสู้สมรภูมิบักมุตเพราะต้องการซื้อเวลาในการเปิดเกมรุกรัสเซียในอนาคต