ศาลาว่าการกทม. – เมื่อวันที่ 14 มี.ค. นายวิศณุ ทรัพย์สมพล รองผู้ว่าฯ กทม. กล่าวถึงกรณีศาลปกครองกลางมีคำสั่งให้ระงับโครงการพัฒนาริมฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยาหรือทางเลียบแม่น้ำเจ้าพระยา ว่า ตามความเห็นส่วนตัวนั้น กทม.จะไม่อุทธรณ์ในคำพิพากษา เนื่องจากกทม.มีแผนทบทวนโครงการดังกล่าวให้เป็นการพัฒนาโครงการตามรูปแบบและอัตลักษณ์ของแต่ละพื้นที่เช่นเดียวกับย่านกะดีจีน มากกว่าที่จะเป็นรูปแบบเดียวกันตลอดแนว 14 กิโลเมตร ฝั่งละ 7 กิโลเมตร และจะต้องนำข้อแนะนำตามคำพิพากษาของศาล 4 ข้อ ประกอบด้วย

1.ต้องจัดให้มีการรับฟังความคิดเห็นของประชาชน 2.จัดทำการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม หรือการวิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อม (อีไอเอ) ให้ครบถ้วน สมบูรณ์ 3.หากมีการก่อสร้างล่วงล้ำลำน้ำจะต้อง ขออนุญาตจากกรมเจ้าท่า และ 4.หากมีการพาดผ่านโบราณสถาน ต้องขออนุญาตจากกรมศิลปากรมาใช้ในการพัฒนาแผนทางเดินริมแม่น้ำเจ้าพระยาใหม่ด้วย อย่างไรก็ตาม การที่กทม.จะตัดสินใจอย่างไรในคดีนี้จำเป็นต้องพิจารณาความเห็นของรัฐบาลประกอบด้วย เนื่องจากโครงการดังกล่าวเป็นนโยบายของรัฐบาล

ด้านนายธวัชชัย นภาศักดิ์ศรี ผอ.สำนักการโยธา (สนย.) กทม. เปิดเผยว่า กทม.รับผิดชอบการดำเนินโครงการพัฒนาริมฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยาเฉพาะในส่วนของแผนงานที่ 1 คือ ทางเดินริมแม่น้ำเจ้าพระยา ซึ่งสนย. ได้ชะลอโครงการตามคำสั่งศาลปกครองเกี่ยวกับวิธีการชั่วคราวก่อนพิพากษาเมื่อวันที่ 5 ก.พ.2563 โดยมีคำสั่งห้ามมิให้กทม.ดำเนินโครงการพัฒนาริมฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยาเฉพาะในส่วนของแผนงานที่ 1 คือ ทางเดินริมแม่น้ำเจ้าพระยาไว้เป็นการชั่วคราวจนกว่าศาลจะมี คำพิพากษา หรือคำสั่งเป็นอย่างอื่นตั้งแต่ปี 2563

นายธวัชชัยกล่าวต่อว่า ปัจจุบันสภาพพื้นที่ที่จะดำเนินการและรูปแบบที่ได้ออกแบบไว้อาจไม่สอดคล้องกัน หากจะดำเนินการโครงการต้องทบทวนรูปแบบโครงการให้เหมาะสมตามสภาพพื้นที่และดำเนินการขออนุญาตหน่วยงานที่เกี่ยวข้องตามกฎหมาย ได้แก่ กรมเจ้าท่า กรมศิลปากร และสำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากร ธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม

นายธวัชชัยกล่าวยืนยันว่า สนย.ไม่มีแผนจะดำเนินการโครงการทางเดินริมแม่น้ำเจ้าพระยาจนกว่าศาลปกครองสูงสุดจะพิพากษา

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน