เมื่อวันที่ 14 มี.ค. นายราเมศ รัตนะเชวง ส.ส.บัญชี รายชื่อ โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) ให้สัมภาษณ์กรณีที่นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ ผอ.ครอบครัวเพื่อไทย (พท.) ปราศรัยที่ จ.พิษณุโลก กล่าวหาใส่ร้ายปชป.ว่า ความจริงไม่อยากให้ราคานายณัฐวุฒิ เวลาปราศรัย มีแต่กาก ไม่มีแก่น แทบไม่มีสาระที่จะให้ประชาชนฟังเพื่อ เกิดประโยชน์ได้เลย พยายามโจมตีพรรคการเมืองอื่นตลอดเวลา ทุกครั้งที่ตนให้สัมภาษณ์ฉายาของนายณัฐวุฒิ ได้ย้ำให้ประชาชนเห็นภาพชัดคือ เป็นแค่เศษซากปรัก หักพังในทางการเมือง
การที่บอกว่าไปดูที่พิพิธภัณฑ์ ไม่เจอปชป.นั้น นาย จาตุรนต์ ฉายแสง คณะกรรมการยุทธศาสตร์และทิศทางการเมือง พท.และนายณัฐวุฒิ คงเข้าพิพิธภัณฑ์ผิด เพราะ ที่สองคนเข้าไปคือพิพิธภัณฑ์ประวัติศาสตร์พรรคการเมือง ที่โกงชาติโกงแผ่นดิน รวบรวมประวัตินักการเมืองที่ทุจริตแล้วติดคุก รวบรวมชื่ออดีตนายกฯ ที่ทุจริตแล้วหนีไป ต่างประเทศ พิพิธภัณฑ์ที่เข้าไปจึงไม่มีชื่อปชป.
การที่นายณัฐวุฒิกล่าวหาว่าปชป.ไม่ควรอยู่ในพิพิธภัณฑ์ ควรอยู่ในทัณฑสถานนั้น ตนไม่ให้ราคา เชื่อว่าคำพูดยังไม่ได้ผ่านกระบวนการของความคิด เพราะทัณฑสถานคือเรือนจำที่นายณัฐวุฒิเคยอาศัยอยู่ ที่แห่งนั้นคือที่อยู่ของผู้ต้องขังที่กระทำความผิด เข้าใจว่านายณัฐวุฒิคงฝังใจ หลับก็คุก ตื่นก็คุก เลยมีอาการหลอนๆ ในเรื่องเรือนจำตลอดเวลา
ส่วนที่กล่าวหาปชป.ว่าสมคบกับคณะปฏิวัตินั้น ฝ่ายกฎหมายปชป.กำลังเก็บข้อมูลพิจารณาอยู่ เพราะไม่อยากไปต่อความยาว และพรรคไม่เห็นด้วยกับการปฏิวัติ ซึ่งไม่ใช่วิถีทางแห่งประชาธิปไตย แต่คนที่สร้างเงื่อนไข คนที่โกงกินประเทศ ใช้เสียงข้างมากข่มเหงเสียงข้างน้อย ไม่ยอมรับอำนาจตุลาการ คนที่เปิดทางให้รัฐประหารคือพรรคที่นายณัฐวุฒิเคยร่วมอาศัยชายคาอยู่ และนำมาใช้อ้างเสมอว่าพรรคนั้นอยู่ฝั่งประชาธิปไตย แต่ความจริงที่เลวร้ายคือเป็นพรรคที่ทำลายระบบประชาธิปไตยมากที่สุด