เป็นที่ทราบกันว่าบ้านเราส่งออกมะม่วงน้ำดอกไม้สีทองไปหลายประเทศ ‘น่าน’ เป็นอีกจังหวัดที่ปลูกมะม่วงส่งออกเป็นล่ำเป็นสัน โดยเฉพาะที่บ้านป่ากลาง ต.ป่ากลาง อ.ปัว ส่งผลให้เกษตรกรมี รายได้ก้อนงาม เพราะเน้นมะม่วงคุณภาพเกรดพรีเมียมซึ่งได้ ราคาดีกว่ามะม่วงทั่วไป

‘คุณรัฐภูมิ ขันสลี’ วัย 58 ปี ประธานวิสาหกิจชุมชนแปลงใหญ่ปลูกมะม่วงเพื่อการส่งออก ต.ป่ากลาง และอีกหลายตำแหน่ง อาทิ ประธานชมรมมะม่วง จ.น่าน และประธานศูนย์จัดการดินปุ๋ยจ.น่าน ฯลฯ เป็นแรง ขับเคลื่อนคนสำคัญ จนทำให้มะม่วง ต.ป่ากลาง สามารถส่งออกไปญี่ปุ่น-เกาหลี

หนุ่มใหญ่รายนี้แม้จบแค่ ม.6 แต่ด้วยสายตาอันกว้างไกลบวกกับความมุ่งมั่นที่จะปลูกมะม่วงคุณภาพ ได้ศึกษาหาความรู้จากแหล่งต่างๆ จนประสบความสำเร็จ สวนมะม่วงของเขาที่บ้านป่ากลาง เป็นแหล่งศึกษาเรียนรู้ และได้รับรางวัลการันตี ไม่ว่าจะเป็นแหล่งท่องเที่ยวเกษตรวิถี, แปลงเรียนรู้การผลิตมะม่วง (ภายใต้โครงการระบบส่งเสริมเกษตรแบบแปลงใหญ่), จุดเรียนรู้การควบคุมศัตรูมะม่วงก่อนและหลังการเก็บเกี่ยวเพื่อพัฒนาคุณภาพสู่การส่งออก, ศูนย์จัดการดินปุ๋ย ชุมชนดีเด่น ระดับเขต ปี 2562, ศูนย์จัดการดินปุ๋ยชุมชน ต.ป่ากลาง, ศูนย์เรียนรู้แปลงใหญ่มะม่วง ต.ป่ากลาง, ศูนย์เรียนรู้การเพิ่มประสิทธิภาพสินค้าเกษตร (ศพก.เครือข่าย) และแปลงเรียนรู้การผลิตมะม่วงคุณภาพ เพื่อการส่งออกปี 2562 (การจัดการศัตรูมะม่วง เพื่อการส่งออก โดยวิธีผสมผสาน)

ปี 2560 ได้รับเลือกเป็นสมาร์ตฟาร์มเมอร์ ปี 2563 ได้รับเลือกเป็นแปลงใหญ่ดีเด่นของภาคเหนือ ส่วนปี 2564 เป็นเกษตรกรดีเด่นของ จ.น่าน ฯลฯ

ก่อนป็นเกษตรกรเต็มตัว เมื่อ 36 ปีที่แล้ว เขาทำงานรับเหมา ก่อสร้างที่กทม. แต่พออายุ 31 ปี ไม่อยากเป็นลูกจ้างใคร อยากมีอาชีพอิสระ เลยมาทำการเกษตรที่บ้านเกิดใน ต.ป่ากลาง

ย้อนกลับไปในอดีตเมื่อปี 2508 ในหลวงรัชกาลที่ 9 เคยเสด็จฯ มาที่อ.ปัว และทรงแนะนำให้ชาวบ้านปลูกมะม่วงเพราะไม่อยากให้ทำไร่เลื่อนลอย ซึ่งก็มีการปลูกมะม่วงตั้งแต่นั้นมา แต่พอคุณรัฐภูมิปลูกมะม่วงเขียวเสวยในช่วง 5 ปีที่แล้ว ทำไปแล้วไม่คุ้มทุนเพราะ เสียค่าปุ๋ยค่ายาสูง เลยกลับไปทำงานที่กทม.ต่ออีก 7 ปี จนปี 2550 หลังจากศึกษาการผลิตมะม่วงส่งออก พร้อมติดต่อบริษัทส่งออก และ ตั้งเป็นชมรมมะม่วง ต.ป่ากลาง มีสมาชิก 80 กว่าราย ส่งไปให้บริษัท 3 ตัน ปรากฎว่าโดนส่งคืนกลับมาทุกลูก เนื่องจากไม่มีความรู้เรื่องมะม่วงส่งออก พอถูกส่งกลับคืนมา ทุกคนท้อหมด

“ส่วนผมไม่ท้อ เริ่มพัฒนาใหม่ ปีที่ 2 ส่งออกได้ 1 คันรถ บริษัทรับซื้อ 20% แล้วส่งคืนกลับมาอีก เพราะไม่ได้รูปทรงของมะม่วง น้ำดอกไม้สีทอง รูปร่างบิดเบี้ยว ผิวไม่สวยมีตำหนิเกินกว่า 10% แต่ความจริงแค่ 5% บริษัทก็ไม่รับแล้ว หลังจากนั้นทำมาได้ 3-4 ปี พอปี 2555 ประสบความสำเร็จส่งได้เกิน 50% และให้บริษัทส่งออกมาแนะนำให้กลุ่มเกี่ยวกับการห่อมะม่วง เวลานี้มีบริษัทส่งออกใหม่ๆ เพิ่มขึ้น มี 4 แห่งที่มาซื้อกับกลุ่ม”

ปัจจุบันกลุ่มใช้ชื่อวิสาหกิจชุมชนแปลงใหญ่ปลูกมะม่วงเพื่อการส่งออก ต.ป่ากลาง มีสมาชิก 59 ราย รวมทั้งหมด 415 ไร่ ผลผลิตที่ได้จะคัดเกรดและบรรทุกส่งไปให้บริษัท ส่งออกที่กทม. โดยเกรดพรีเมียม รับซื้อก.ก.ละ 40-60 บาท ซึ่งจะเซ็นสัญญาล่วงหน้า 6 เดือน ก่อนโควิดส่งออกได้ปีละ 200 ตัน พอมีโควิดได้แค่ 100 ตันเท่านั้น

นอกจากกลุ่มส่งออกมะม่วงน้ำดอกไม้ สีทองไปยังญี่ปุ่น-เกาหลีแล้ว ยังมีส่วนหนึ่งยังส่งออกมะม่วงดิบ เป็นมะม่วงน้ำดอกไม้เบอร์ 4 รวมถึงพิมเสนมันด้วย เพื่อแก้ปัญหาราคาตกต่ำ แต่ก่อนขายได้ก.ก.ละ 3-5 บาทเท่านั้น ขณะที่ราคาส่งออกได้ก.ก.ละ 40 บาท

คุณรัฐภูมิบอกว่า มีแปลงมะม่วง 15 ไร่ ปลูกทั้งน้ำดอกไม้เบอร์ 4 น้ำดอกไม้สีทอง พิมเสน โชคอนันต์ ปลูกลำไย และปลูกทุเรียนด้วย เป็นเกษตรปลอดภัย สมาชิกกลุ่มได้ GAP ทุกราย ปัญหาตอนนี้เป็นเรื่องภัยธรรมชาติ เนื่องจากฝนทิ้งช่วงตกลงมา ทำให้ผิวลาย เรื่องโรคแมลงไม่มีปัญหาเพราะใช้ปุ๋ยเคมีน้อย ใช้แบบผสมผสานหมุนเวียน โดยใช้ปุ๋ยอินทรีย์ผสมเข้าไปด้วย เช่น จะให้สมาชิกเก็บใบมะม่วงหลังตัดแต่งกิ่งมาเข้าเครื่องบดสับ แล้วทำเป็นปุ๋ยหมัก ในสัดส่วน 30 ก.ก.จะใส่ปุ๋ยเคมีไปแค่ 2 ก.ก. หมักด้วยมูลขี้วัว กากน้ำตาล พด.1 และ EM

สูตรนี้แทบไม่ต้องใช้สารเคมีเลย ใช้เวลาหมัก 8 เดือน หมักปีนี้ใช้ปีหน้า ช่วยให้ต้นมะม่วงไม่มีโรค จะใส่โคนต้นหลังช่วงที่มีการตัดแต่งกิ่ง เมื่อติดผลผลิตก็ใส่ลงไปอีก แต่ใส่สูตรแม่ปุ๋ยตามที่กรมวิชาการกำหนด เช่น 8-24-24

สำหรับเทคนิคการปลูกมะม่วงส่งออก เริ่มจากเมื่อเก็บผลผลิต พักต้น 1 เดือน ใส่ปุ๋ย ตกแต่งกิ่ง รักษาพื้นที่ให้สะอาด ไม่ให้เป็นที่อยู่ของแมลง เมื่อใกล้ฤดูหนาว ช่วงดอกออกมาต้องไม่ให้มีแมลงรบกวน ที่สำคัญคือ โรคด้วงงวงช้างเจาะเมล็ดมะม่วง ถ้าพื้นที่ไหนเป็นจะส่งออกประเทศญี่ปุ่นไม่ได้เลย

เรื่องจุดเด่นมะม่วงน้ำดอกไม้สีทอง ของน่านนั้น คุณรัฐภูมิแจงว่า รสชาติหวาน รูปร่างลูกสวยกว่ามะม่วงที่อื่น บางจังหวัดมะม่วงน้ำดอกไม้สีทองเบอร์ 4 ลักษณะลูกเรียวยาว แต่ของน่านเป็นรูปทรงมะม่วงจริงๆ เลย ความหวานอยู่ที่ 20-22 บริกซ์ แต่มะม่วงจังหวัดทั่วไป 17 บริกซ์ อาจเป็นเพราะแร่ธาตุในพื้นที่น่านได้เปรียบ

ในการปลูกส้มกับปลูกมะม่วงนั้น ประธานวิสาหกิจฯ ปลูกมะม่วงเพื่อการส่งออกฯ ยืนยันว่าปลูกมะม่วงดีกว่า สามารถกำหนดราคาได้ และไม่ต้องใช้สารเคมีเยอะ เมื่อมะม่วงลูกขนาดเท่าไข่ไก่สามารถห่อไม่ต้องใช้สารเคมีอีก 45 วันก็จะไม่มีสารเคมีตกค้าง และใช้ระบบน้ำแบบมินิสปริงเกลอร์ เพื่อให้น้ำได้ทั่วถึงแต่ใช้น้ำน้อย ให้น้ำทุก 5-7 วัน เพราะมะม่วงเป็นพืชที่กินน้ำน้อย ถ้าน้ำเยอะผลจะแก่ช้า

นับเป็นเกษตรกรต้นแบบที่มีวิสัยทัศน์กว้างไกล เพราะนอกจากจะเน้นการทำมะม่วงคุณภาพแล้ว ยังให้ความสำคัญกับการรวมกลุ่มกันเพื่อให้มีอำนาจต่อรองทางการตลาดด้วย

ภาวิณีย์ เจริญยิ่ง

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน