พาณิชย์หวั่นเงินบาทแข็งค่ากระทบส่งออก ด้านสมาคมผู้ส่งออกข้าวกังวลหลุด 33.50 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ หลังธนาคารพาณิชย์ในสหรัฐล้ม แนะจับตาใกล้ชิด วอนแบงก์ชาติดูแลไม่ให้ผันผวน

นายพูนพงษ์ นัยนาภากรณ์ ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า (สนค.) กระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยถึงวิกฤตการเงินในสหรัฐ จากกรณีธนาคาร Silicon Valley Bank หรือ SVB ประสบปัญหาล้มละลายว่า ในระยะสั้นจะส่งผลกระทบต่อการส่งออกไทย จากเงินบาทที่แข็งค่าขึ้น หลังนักลงทุนเคลื่อนย้ายเงินลงทุนเข้ามาในไทย โดยเมื่อวันที่ 13 มี.ค. 2566 เงินบาทแข็งค่า ปิดอยู่ที่ 34.56 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ จากวันที่ 10 มี.ค. 2566 อยู่ที่ 35.08 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ ทำให้ราคาสินค้าส่งออกไทยแพงขึ้นในมุมมองของคู่ค้า แต่ในมุมการนำเข้าจะได้รับประโยชน์ โดยเฉพาะการนำเข้าพลังงาน

“ต้องจับตาสถานการณ์ค่าเงินบาทอย่างใกล้ชิด ว่า กรณีนี้จะส่งผลต่อเนื่องไปยังตลาดแรงงานและเศรษฐกิจสหรัฐหรือไม่ หากกระทบจะส่งผลกระทบต่อการส่งออกสินค้าไทยไปยังสหรัฐ ซึ่งเป็นตลาดส่งออกอันดับ 1 ของไทย ที่มีสัดส่วนประมาณ 16% ของมูลการส่งออกภาพรวมปี 2565 ไทยมีมูลค่ารวม 287,067 ล้านเหรียญสหรัฐ”

นายภูสิต รัตนกุล เสรีเริงฤทธิ์ อธิบดีกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ กระทรวงพาณิชย์ กล่าวว่า ได้รับรายงานว่าเคนยา มีแผนเร่งเพิ่มพื้นที่ปลูกข้าว รองรับความต้องการในประเทศที่เพิ่มขึ้นจากเดิม 2 เท่าตัว จาก 12 กิโลกรัม(ก.ก.)/คน/ปี เมื่อปี 2551 เพิ่มเป็น 23 ก.ก./คน/ปี แต่ยังไม่เพียงพอ ทำให้ต้องการนำเข้าข้าวเพิ่มเติมจากปากีสถาน แทนซาเนีย อินเดีย ยูกันดา และไทย ปีนี้ที่ปริมาณ 640,000 ตัน

“ในอนาคตหากเคนยาสามารถเพิ่มพื้นที่การเพาะปลูกได้จริง อาจกระทบต่อการส่งออกข้าวไทยอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ทำให้ไทยมีคู่แข่งในการส่งออกข้าวเพิ่มขึ้น เพราะเคนยามีค่าแรงและต้นทุนถูกกว่าไทย”

นายชูเกียรติ โอภาสวงศ์ นายกกิตติมศักดิ์ สมาคมผู้ส่งออกข้าวไทย กล่าวว่า หากวิกฤตการเงินในสหรัฐยืดเยื้อทำให้เงินบาทแข็งค่าตํ่ากว่า 33.50 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ จะทำให้ราคาข้าวไทยแพงขึ้น กระทบการส่งออกภาพรวม ซึ่งเดิมคาดว่าปีนี้จะส่งออกได้มากถึง 8.5 ล้านตัน

“สิ่งหนึ่งที่ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ควรทำคืออย่าให้ค่าเงินแกว่งมากเกินไป เพราะจะทำให้การตั้งราคาขายข้าวทำได้ยากลำบากมาก จนผู้ส่งออกไม่กล้าโค้ดราคาขายข้าว ซึ่งอาจจะกระทบการส่งออกภาพรวม”

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน