เมื่อวันที่ 15 มี.ค. เอเอฟพีรายงานว่า เกิดเหตุเผชิญหน้าระหว่างโดรนลาดตระเวนของกองทัพ สหรัฐอเมริกากับฝูงเครื่องบินขับไล่ของกองทัพรัสเซีย บริเวณทะเลดำทางใต้ของประเทศยูเครน ส่งผลให้โดรนของสหรัฐเสียหายและพุ่งตกทะเลดำ ซึ่งสหรัฐกล่าวหาว่าโดรนถูกเครื่องบินขับไล่ของรัสเซียปล่อยเชื้อเพลิงใส่แล้วเฉี่ยวชน ส่วนทางการรัสเซียปฏิเสธว่าไม่ได้เป็นสาเหตุให้โดรนสหรัฐตก พร้อมเรียกร้องให้สหรัฐยุติภารกิจมุ่งร้ายใกล้กับพรมแดนของรัสเซีย

กองบัญชาการยุทธการสหรัฐภาคพื้นยุโรป หรืออียูคอม ระบุว่า เครื่องบินไร้พลขับรุ่น เอ็มคิว-9 รีพเพอร์ ของสหรัฐถูกฝูงบินขับไล่รุ่น ซุคฮอย ซู-27 จำนวน 2 ลำ ของรัสเซียเข้าสกัดเหนือน่านน้ำสากลแล้วถูกหนึ่งในเครื่องบินที่เข้าสกัดเฉี่ยวชนจนใบพัดเสียหาย

“ก่อนการเฉี่ยวชนจะเกิดขึ้น เครื่องซู-27 ปล่อยเชื้อเพลิงใส่บริเวณด้านหน้าของโดรนหลายครั้ง ถือเป็นการกระทำที่ประมาท ไม่เห็นแก่สิ่งแวดล้อม และไม่เป็นมืออาชีพ” แถลงการณ์อียูคอมประณาม ขณะที่กระทรวงกลาโหมรัสเซียแถลงตอบโต้ทันควัน โดยปฏิเสธว่าไม่ได้เป็นสาเหตุทำโดรนในภารกิจหาข่าว หรือไอเอสอาร์ของสหรัฐตก

“โดรนเอ็มคิว-9 ลำข้างต้นบินอย่างฉวัดเฉวียนจนไม่สามารถควบคุมได้แล้วตกลงสู่ทะเลดำเอง” กลาโหมรัสเซียระบุ รวมถึงยืนยันว่าเครื่องซู-27 ทั้ง 2 ลำของรัสเซีย ไม่ได้กระทำการใดๆ ต่อโดรนสหรัฐ และไม่ได้ใช้อาวุธใดๆ ทั้งสิ้น อย่างไรก็ดี กระทรวงการต่างประเทศสหรัฐเชิญเอกอัครราชทูตรัสเซียประจำกรุงวอชิงตันเข้าพบแล้วเพื่อประท้วงเหตุที่เกิดขึ้น

ด้านแหล่งข่าวระดับสูงจากองค์การสนธิสัญญาป้องกันแอตแลนติกเหนือ หรือนาโต ยืนยันว่าเหตุข้างต้นเกิดขึ้นจริงแต่คาดไม่ถึงว่าจะลุกลามกลายเป็นการเผชิญหน้าของสองมหาอำนาจนิวเคลียร์ อย่างไรก็ตาม ช่องทางการสื่อสารระหว่างสหรัฐกับรัสเซียน่าจะช่วยให้ไม่เกิดเหตุลุกลามบานปลายไปมากกว่าที่กำลังเกิดขึ้น

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน