น.ส.กัณญภัค ตันติพิพัฒน์พงศ์ ที่ปรึกษาสภาผู้ส่งสินค้าทางเรือแห่งประเทศไทย (สรท.) เปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 17 มี.ค. ได้นำตัวแทนผู้บริหาร สรท.เข้าพบนายเศรษฐพุฒิ สุทธิวาทนฤพุฒิ ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เพื่อหารือแลกเปลี่ยนข้อมูลในประเด็นสถานการณ์ค่าเงินบาทที่อาจส่งผลต่อความเชื่อมั่นของผู้ประกอบการส่งออกนำเข้าและแนวทางการลดผลกระทบจากความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยน
ทั้งนี้ ธปท.ยืนยันว่าค่าเงินบาทว่าเคลื่อนไหวผันผวนเช่นเดียวกับสกุลเงินภูมิภาค ซึ่งเกิดจากปัจจัยภายนอกที่หลีกเลี่ยงได้ยาก เช่น การดำเนินนโยบายการเงินของสหรัฐ สถานการณ์ตลาดการเงินโลก โดยการบริหารความเสี่ยงอัตราแลกเปลี่ยนจะเป็นทางเลือกสำคัญที่จะช่วยลดผลกระทบให้กับผู้ประกอบการได้
สำหรับแนวทางที่ทั้ง 2 ฝ่ายจะมาลดผลกระทบจากความผันผวนของค่าเงิน ด้วยการลดปัญหาและข้อจำกัดที่เป็นอุปสรรคของผู้ส่งออก รวมทั้งเพิ่มทางเลือกในการบริหารอัตราแลกเปลี่ยนปัจจุบัน เช่น การสนับสนุนผู้ส่งออก โดยเฉพาะ SMEs ให้เข้าถึงเครื่องมือบริหารความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยนต่างๆ ได้ดีขึ้น จัดอบรมเชิงปฏิบัติการ ให้ผู้ประกอบการรู้มาตรการช่วยเหลือและเครื่องมือป้องกันความเสี่ยงและสนับสนุนให้ผู้ประกอบการหันมาใช้เงินสกุลท้องถิ่นมากขึ้นนอกเหนือจากเงินดอลลาร์ เพื่อเป็นทางเลือกชำระค่าสินค้าระหว่างประเทศ ซึ่งมีแผนที่จะร่วมกันประชาสัมพันธ์การใช้เงินสกุลท้องถิ่นมากขึ้น
นายพูนพงษ์ นัยนาภากรณ์ ผอ.สำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า (สนค.) กระทรวงพาณิชย์เปิดเผยว่า สนค.ได้พัฒนา Global Demand Dashboard ในเว็บไซต์ คิดค้า.com ขึ้น และได้นำระบบ ดังกล่าวมาติดตามเทรนด์สินค้าไทยในตลาดญี่ปุ่น พบว่าในปี 2565 ไทยเป็นคู่ค้าอันดับที่ 9 ของญี่ปุ่น มีส่วนแบ่งตลาดที่ 3.0% ขยายตัวเพิ่มขึ้น 1.2% เทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อน และญี่ปุ่นนำเข้าสินค้าจากไทยเป็นมูลค่า 26,659 ล้านดอลลาร์สหรัฐ
สินค้าที่ไทยต้องเร่งปรับตัวเพราะเริ่มสูญเสียส่วนแบ่งการตลาดให้กับคู่แข่ง และญี่ปุ่นมีแนวโน้มนำเข้าสินค้าจากไทยลดลง 3 อันดับแรก ได้แก่ รถยนต์ อุปกรณ์ และส่วนประกอบ ส่วนแบ่งตลาดลดลง 1.8% ซึ่งผู้ส่งออกจึงต้องเร่งปรับแผนกลยุทธ์การทำตลาดเพื่อให้ไทยยังคงส่งออกไปญี่ปุ่นได้เพิ่มขึ้น และรักษาส่วนแบ่งตลาดได้ต่อไป