เมื่อวันที่ 19 มี.ค. เอเอฟพีรายงานว่า ประธานาธิบดีวลาดิมีร์ ปูติน ผู้นำรัสเซีย เดินทางเยือนเมืองมาริอูโปล เมืองเอกแคว้นโดเนตสก์ ภาคปกครองดอนบัส ทางตะวันออกของประเทศยูเครน ซึ่งตกอยู่ภายใต้การยึดครองของกองทัพรัสเซีย หลังผู้นำรัสเซียเพิ่งเสร็จภารกิจที่แคว้นไครเมียเพื่อฉลองครบรอบ 9 ปี ที่แคว้นของยูเครนถูกผนวกเข้าเป็นส่วนหนึ่งของรัสเซีย
รายงานระบุว่า การเดินทางเยือนเมืองมาริอูโปลของประธานาธิบดีปูติน นับเป็นการ เดินทางเยือนภาคปกครองดอนบัส (แคว้นโดเนตสก์และลูฮานสก์) ครั้งแรกตั้งแต่ผู้นำรัสเซียส่งกองทัพรุกรานยูเครนเมื่อ 24 ก.พ. 2565 ซึ่งประธานาธิบดีปูตินอ้างว่าเป็นปฏิบัติการพิเศษทางทหารเพื่อปกป้องชาวรัสเซียและกวาดล้างกลุ่มนิยมลัทธินาซีออกไปจากยูเครน
ทางการรัสเซียเปิดเผยว่า ประธานาธิบดีปูตินเดินทางจากแคว้นไครเมียไปยังเมืองมาริอูโปล ด้วยเครื่องเฮลิคอปเตอร์ จากนั้นจึงตรวจเยี่ยมพื้นที่รอบเมืองด้วยรถยนต์ พูดคุยกับชาวเมืองมาริอูโปลและตรวจรายงานความคืบหน้าการก่อสร้างเพื่อฟื้นฟูเมืองดังกล่าวที่กองทัพรัสเซียทำลายไปในช่วงบุกเข้ายึด ส่วนการเดินทางไปแคว้นไครเมียในช่วงครบรอบ 9 ปีนั้นสร้างความแปลกใจให้กับหลายฝ่าย เพราะไม่มีกำหนดการเปิดเผยมาก่อนล่วงหน้า ท่ามกลางการไม่ยอมรับจากยูเครนและชาติตะวันตกถึงการผนวกแคว้นข้างต้น
วันเดียวกัน ประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ผู้นำค้ำฟ้าของจีน เดินทางเยือนกรุงมอสโก พบหารือกับประธานาธิบดีปูตินเพื่อหาทางออกให้กับสงครามในยูเครน หลังประธานาธิบดีสีได้รับเลือกให้ดำรงตำแหน่งประธานาธิบดีต่อเป็นสมัยที่สาม
นอกจากนี้ ประธานาธิบดีสียังถูกจับตามองจากประชาคมโลกหลายฝ่าย โดยผู้นำจีนที่ กำลังวางตัวบทบาท “ไม่เป็นผู้ก่อแต่เป็นผู้แก้” นั้นอาจโทรศัพท์หารือกับประธานาธิบดี โปลโลดิมีร์ เซเลนสกี ผู้นำยูเครนด้วย