วันที่ 19 มี.ค. ที่ร้านอาหารเปรโก้ ถ.เลียบชายหาด เมืองพัทยา อ.บางละมุง จ.ชลบุรี พรรคเพื่อไทย (พท.) นำโดย นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว หัวหน้าพรรค นพ. พรหมินทร์ เลิศสุริย์เดช ประธานคณะกรรมการด้านเศรษฐกิจ นายสนธยา คุณปลื้ม แกนนำชลบุรี เดินทางมารับฟังความคิดเห็นจากผู้ประกอบการด้านธุรกิจการท่องเที่ยวในจ.ชลบุรี โดยนายบุญอนันต์ พัฒนศิลป์ นายกสมาคมนักธุรกิจและการท่องเที่ยวเมืองพัทยา กล่าวว่า อยากเสนอให้ผลักดันการใช้งานสนามบินอู่ตะเภาในเชิงพาณิชย์มากขึ้น และอยากให้เชื่อมสนามบินเข้าเมือง เพื่อปรับปรุงการเดินทางด้วย เพื่อส่งเสริมพัทยาให้สร้างรายได้จากการท่องเที่ยวมากกว่าในปัจจุบัน ซึ่งอยู่ที่ 27,000 ล้านบาท
นพ.พรหมินทร์กล่าวว่า พรรคถือว่าการท่องเที่ยวเป็นประตูเปิดรับเงินจากต่างประเทศเข้ามา และทำให้เกิดรายได้เข้ามาเร็วที่สุด หากพรรคเป็นรัฐบาล ในฐานะรัฐคือ ผู้ถือหุ้นกับผู้ประกอบการ รัฐจะเก็บภาษี 20% จากผลกำไรของธุรกิจ ภาษีดังกล่าวจะนำมาพัฒนาให้ธุรกิจเติบโต ทั้งผ่านการเจรจาระหว่างประเทศ ฟื้นความสัมพันธ์ต่างๆ ยึดเรื่องท่องเที่ยวเป็นหลัก เช่น นโยบายเข้าประเทศโดยไม่ต้องใช้วีซ่า เพื่อให้ภาคธุรกิจได้เดินหน้าสู่การท่องเที่ยวที่ดีขึ้น

ทำนโยบาย – พรรคเพื่อไทย (พท.) นำโดยนพ.ชลน่าน ศรีแก้ว หัวหน้าพรรค นพ.พรหมินทร์ เลิศสุริย์เดช ประธานคณะกรรมการด้านเศรษฐกิจ นายสนธยา คุณปลื้ม แกนนำชลบุรี รับฟังความคิดเห็นจากผู้ประกอบการด้านธุรกิจการท่องเที่ยวในจ.ชลบุรี เพื่อนำมาจัดทำนโยบาย ที่ร้านอาหารเปรโก้ ถ.เลียบชายหาด เมืองพัทยา อ.บางละมุง จ.ชลบุรี
นพ.ชลน่านกล่าวว่า พรรคมีนโยบายเพื่อไทยมหานคร เพิ่มโครงสร้างพื้นฐานและนโยบายเขตธุรกิจใหม่ ลดข้อจำกัดเรื่องด้านกฎหมาย ถือเป็นกุญแจที่มุ่งแก้ปัญหาเฉพาะให้กับภาคพื้นที่ที่มีข้อจำกัด โดยจะนำร่องกรุงเทพฯ ขอนแก่น เชียงใหม่ สงขลา โดยมีกฎหมายเฉพาะสำหรับเขตธุรกิจใหม่
นายสนธยากล่าวว่า สิ่งที่เรารับฟังในวันนี้จะนำไปเป็นนโยบายเพื่อปรับใช้ในแต่ละพื้นที่ นโยบาย “เขตธุรกิจใหม่” (New Business Zone) ตนได้เสนอโซนตะวันออก 8 จังหวัดที่มีจีดีพีสูงที่สุดของประเทศและกำหนดพื้นที่ให้เมืองพัทยาเป็นโมเดลในพื้นที่อื่นด้วย เขตธุรกิจใหม่ที่จะทำในเมืองพัทยาจะจัดโซนนิ่งซึ่งผู้ประกอบการมีความพร้อมมากที่สุด