“ตื่นเต้นมาก รู้สึกเหมือนฝัน ใช่ความจริงไหม แบบนี้เลยค่ะ เหนือความคาดหมายที่เรามายืนตรงนี้”

ความในใจแรกจาก กานต์ น.ส.ชนนิกานต์ สุพิทยาพร สาวงามหน้าหวานจากจังหวัดเชียงใหม่ วัย 24 ปี หลังคว้ามงกุฎ “นางสาวไทย คนที่ 54” ประจำปี 2566 พ่วงด้วยรางวัลขวัญใจช่างภาพสื่อมวลชน ในการประกวดรอบตัดสินเมื่อค่ำคืนวันที่ 19 มี.ค. ที่แจ้งวัฒนะ ฮอลล์ ศูนย์การค้าเซ็นทรัลแจ้งวัฒนะ จัดโดยบริษัท ทีพีเอ็น โกลบอล จำกัด และสมาคมนักเรียนเก่าวชิราวุธวิทยาลัย ในพระบรมราชูปถัมภ์

นางสาวไทยและรองทั้ง 4

รองอันดับ 1 ได้แก่ MT 35 สกลนคร กุ๊กกิ๊ก น.ส.มาริษา พลธิราช, รองอันดับ 2 MT 23 พัทลุง เบลล่า น.ส.อะราเบล่า สิตานัน เกรโกรี, รองอันดับ 3 MT 21 พระนครศรีอยุธยา ฟ้า น.ส.กนกพร พยุงวงษ์ และ รองอันดับ 4 MT 47 อำนาจเจริญ แอ้ม น.ส.สุพรรษา วัฒนานุสิทธิ์

มงฯ ลง

กานต์ ชนนิกานต์ นักศึกษาคณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ เคยดำรงตำแหน่งนายกสโมสรนักศึกษา และเชียร์ลีดเดอร์ของมหาวิทยาลัย เจ้าของส่วนสูง 170 ซ.ม. น้ำหนัก 50 ก.ก. เคยคว้ามงกุฎนางสาวเชียงใหม่ 2564 จบการศึกษาระดับเตรียมอุดมศึกษาจากโรงเรียนปรินส์รอยแยลส์วิทยาลัย จ.เชียงใหม่ ความสามารถ ภาษาอังกฤษ ภาษามือ รำไทย ฟ้อน

ตอบคำถาม

ในการตอบคำถามรอบ 3 คนสุดท้าย จากคำถามที่ว่า อดีตประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกา บารัก โอบามา เคยกล่าวไว้ว่าหากเราให้ผู้หญิง เป็นผู้บริหารประเทศมากกว่านี้ สงครามอาจเกิดขึ้นน้อยลง ในฐานะที่คุณเป็นผู้หญิงและพลเมืองโลกคนหนึ่ง คุณเห็นด้วยกับคำกล่าวนี้หรือไม่ เพราะเหตุใด

รอบชุดว่ายน้ำ

กานต์ ชนนิกานต์ตอบว่า “กานต์เห็นด้วยค่ะ เพราะจากที่กานต์ได้เป็นนายกสโมสรนักศึกษาระหว่างเรียนที่มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ กานต์พิสูจน์แล้วว่าการที่มีผู้หญิงขึ้นมาเป็นผู้นำไม่ได้ ผิดแปลกเลย เราสามารถใช้ความอ่อนโยน การสื่อสารของเราสามารถช่วยให้ปัญหา ทุกอย่างจบลงได้ เพียงแค่เราต้อง put the right man on the right job ผู้หญิงก็สามารถทำได้เหมือนกันค่ะ”

กานต์ ชนนิกานต์

เธอเผยถึงมงกุฎเกียรติยศนี้ว่า “ที่บอกว่ารู้สึกเหนือ ความคาดหมายเพราะเราคิดไว้อยู่แล้วว่าอยากได้มงกุฎนางสาวไทย แต่นั่นคือความหวังของเรา คนตัดสินคือกรรมการ พอเราได้ก็รู้สึกว่าช็อกมันเกิดขึ้นจริงๆ ตามที่เราตั้งใจไว้ ตอนตอบคำถามรอบแรก เรารู้สึกเอ๊ะ! จะใช่ไหมนะ แต่พอคำถามรอบสุดท้ายเรารู้สึกว่าสามารถนำประสบการณ์ที่เรามีมานำเสนอให้ทุกคนรู้จักตัวตนเรา เหตุผลที่ได้มงกุฎเพราะกานต์คิดว่าเราเป็นคนสู้ และสามารถปรับตัว พัฒนาตัวเองได้ตลอด”

ประชันโฉมรอบ 5 คน

ในการเป็นตัวแทนประเทศไทยไปประกวดมิสเวิลด์ กานต์บอกว่าอยากฝึกภาษาเพิ่มขึ้นและอยากกลับไปฝึกภาษามือให้คล่อง ตอนที่ได้มงกุฎได้ใช้ภาษามือ เพราะอยากสื่อสารกับน้องๆ ที่โรงเรียนโสตศึกษาอนุสารสุนทร จังหวัดเชียงใหม่ อยากบอกน้องๆ ว่าพี่ทำได้แล้วนะ และน้องๆ ทุกคนก็ทำได้เหมือนกัน

คว้าขวัญใจช่างภาพสื่อมวลชน

“มีเหตุการณ์ที่เราไปทำกิจกรรมกับน้องๆ แล้วมีน้อง ผู้หญิงคนหนึ่งเดินมาหาเราพร้อมภาพวาด สื่อสารด้วยภาษามือบอกกับเราว่า พี่คะ ช่วยนำผลงานของหนูออกไปโชว์ระดับประเทศและระดับโลกได้ไหมคะ เป็นเหตุการณ์ที่อยู่ในใจเรามาตลอด เมื่อกานต์ขึ้นเวทีทุกครั้งจึงพยายามสื่อสารกับน้องๆ เราเคยฝึก ภาษามือ อยากเป็นสะพานเชื่อมโอกาสไปถึงน้องๆ ให้เขาได้แสดงศักยภาพ

อวดโฉม

เมื่อต้องไปเวทีมิสเวิลด์กานต์อยากนำโครงการ Underprivileged to precious ด้อยโอกาสสู่ได้โอกาส ซึ่งได้รับแรงบันดาลใจ มาจากการทำกิจกรรมร่วมกับน้องๆ ผู้ที่มีความบกพร่องทางการได้ยิน กานต์เริ่มโครงการนี้ตอนหาเสียงเลือกตั้งเพื่อเป็นนายกสโมสรนักศึกษา”

คุณแม่วันเพ็ญร่วมยินดี

ด้านคุณแม่วันเพ็ญ สุพิทยาพร อายุ 49 ปี อาชีพเย็บผ้า ซึ่งมาเชียร์ลูกสาวติดขอบเวที เผยความรู้สึกว่า “ดีใจมากค่ะที่ลูกทำได้ แม่ตื้นตันใจ ร้องไห้หลายรอบแล้วค่ะ ตอนลูกจับมือลุ้นมาก พอประกาศชื่อเป็นลูกก็กรี๊ดเลยค่ะ ลูกสาวบอกพรุ่งนี้อยากไปกินข้าวด้วยเป็นอย่างแรก กานต์ชอบกิน น้ำพริกอ่องเจ้า”

งามสง่าชุดราตรี

ในตอนท้าย สาวกานต์อู้คำเมืองด้วยว่า “ขอบคุณจ๊าดนักนะเจ้า” อยากขอบคุณ คนเชียงใหม่และคนในประเทศที่เชียร์กานต์ เพื่อนๆ ของกานต์ องค์กรต่างๆ ที่เคยเข้าร่วม ขอบคุณแม่ วันนี้แม่กับน้ามาด้วย ขอบคุณแม่ที่เลี้ยงกานต์มา ทำให้เราเป็นเราทุกวันนี้ กานต์ทำได้แล้วนะแม่ พรุ่งนี้อยากกินข้าว กับแม่เป็นอย่างแรก

“ขอให้ทุกคนคอยเป็นกำลังใจให้กานต์ต่อไป กานต์จะทำให้ดีที่สุดไม่ให้เสียชื่อประเทศไทย” สาวกานต์กล่าวทิ้งท้าย

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน