การลงสนามการเมือง เพราะสนใจเรื่องการเมืองอยู่แล้ว และยังมีหลายปัจจัยที่เกิดขึ้นในจ.ภูเก็ต ได้เห็นนักการเมืองและนักการเมืองท้องถิ่น ทำงานแล้วทำให้รู้สึกว่าตัวเราสามารถทำได้ดีกว่า

อีกทั้งส่วนตัวทำธุรกิจนิ่งแล้ว จึงอยากใช้เวลามาทำงานเพื่อสาธารณะบ้าง ซึ่งครั้งนี้เป็นการสมัครครั้งแรกของตน

จุดขายที่ชูคือ “ภูเก็ตจังหวัดจัดการตนเอง” จะไปใกล้ถึงการเลือกตั้งผู้ว่าฯ ได้ก็ยิ่งดี

ที่เลือกใช้คำนี้ เพราะคำว่าเขตปกครองพิเศษแรงเกินไป เขตเศรษฐกิจพิเศษก็ยังไม่เพียงพอ

สิ่งที่เกิดขึ้นในช่วงโควิด-19 เปรียบเหมือนการตัดเสื้อโหลมาให้ภูเก็ต ทั้งๆ ที่ภูเก็ตเดือดร้อนมากกว่าที่อื่นในประเทศไทย เพราะเป็นจังหวัดที่พึ่งพาการท่องเที่ยว 80-90% การบริหารจัดการภูเก็ตจะต้องบริหารด้วยคนที่เข้าใจ จะให้ดีต้องเป็นคนที่เกรงกลัวต่อเสียงของคนภูเก็ต ไม่ใช่ผู้ว่าฯ ที่ถูกส่งมา

เรื่องการหารายได้ของภูเก็ต ก็คงไม่ต้องพูดเยอะว่าหาได้มากน้อยแค่ไหน แต่ ภูเก็ตมีส.ส.ได้แค่ 3 คน ทำให้เห็นชัดว่า มีคนใช้ทรัพยากรบนเกาะภูเก็ตมากกว่าจำนวนงบประมาณที่อาจจะได้ตามรายหัวประชากร ดังนั้น งบที่อยู่ในภูเก็ตจะต้องเยอะขึ้น เพื่อใช้ในการซ่อมแซม บำรุง เพื่อให้ภูเก็ตยังสามารถหาเงินได้เต็มที่เหมือนเดิม

ตนประกาศตัวลงสมัครส.ส.มากว่า 3 ปีแล้ว ใช้เวลาตลอด 3 ปีด้วยการเป็นอาสาสมัคร ทำงานรับใช้พี่น้องประชาชนอย่างเต็มที่

เวลานี้เป็นเวลาดีที่จะได้เลือกคนรุ่นใหม่ไฟแรง เลือกส.ส.ที่เป็นตัวของตัวเอง กล้าที่จะพูดแทนชาวภูเก็ตในทุกเรื่อง

 

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน