สถาบันโรคผิวหนัง – พญ.มิ่งขวัญ สุพรรณพงศ์ ผอ.สถาบันโรคผิวหนัง เผยว่า ขณะนี้สถาบันโรคผิวหนังเตรียมขยายบริการไปยังพื้นที่ต่างๆ รวมทั้งยกระดับบริการพรีเมียม โดยศูนย์การแพทย์บางรัก จะเปิดบริการช่วง ก.ย.จะทำเป็นเมดดิคัล ฮับ เพื่อรับนักท่องเที่ยวต่างประเทศ ซึ่งนักท่องเที่ยวจีนนิยมใช้บริการสถานพยาบาลภาครัฐมาก ก็จะยกระดับจุดนี้มารองรับด้วย รวมไปถึงสถาบันโรคผิวหนัง ตรงอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ ชั้น 12 เมื่อจัดบริการฉีดวัคซีนโควิดผ่านไปแล้วจะปรับพื้นที่ยกระดับเป็นพรีเมียมเช่นกันไม่ได้มุ่งเน้นแค่บริการในพื้นที่ส่วนกลางยังมีการขยายการบริการไปยังส่วนภูมิภาคให้การบริการครอบคลุมประชาชนในพื้นที่ต่างจังหวัดมากขึ้นแพทย์ผิวหนังที่อยู่ภาครัฐมีจำนวนไม่มากวางแผนขยายการบริการศูนย์แพทย์ผิวหนังไปยังภาคละ 1 จังหวัดก่อน ซึ่งล่าสุด ครม.อนุมัติขยาย ร.พ.โรคผิวหนังที่ จ.บุรีรัมย์ เรียกว่าเป็น ร.พ.โรคผิวหนังภาคตะวันออกเฉียงเหนือ เพื่อให้บริการประชาชนพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนืออีก 3 ปีภาคเหนือกำลังพิจารณาที่ลำปางหรือสุโขทัย
“ปัจจุบันแพทย์ผิวหนังภาครัฐมีจำนวนน้อยมากอยู่ในระบบราชการ 200-300 คน การแก้ปัญหาแพทย์ผิวหนังไม่เพียงพอ ต้องทำหลายอย่างควบคู่กัน ทั้งแผนระยะสั้น กลาง และยาว นอกจากตั้ง ร.พ.โรคผิวหนังแต่ละภาคแล้ว ยังสามารถใช้เทคโนโลยีให้เป็นประโยชน์ เช่น เทเลเมดิซีน ปรึกษาทางไกลทำข้อเสนอแนะกระทรวงสาธารณสุข และประสานโรงเรียนแพทย์ หน่วยงานเกี่ยวข้องเรื่องพิจารณาทุนให้แก่แพทย์ผิวหนังใน 25 จังหวัดที่ขาดแคลนก่อนการเรียนการสอนจะมีหลักสูตร 4 ปีน่าจะใช้เวลา 5-7 ปีจะมีแพทย์ผิวหนังในพื้นที่ที่ขาดแคลนได้ แต่ระหว่างนี้ก็ต้องใช้เทคโนโลยีเข้าช่วยแทนการปรึกษาผ่านเทคโนโลยี”
การขยายศูนย์ผิวหนังในกทม. จะเปิดที่สถานีกลางบางซื่อด้วยหรือไม่นั้น เป็นแผนในอนาคต เนื่องจากเดิมทีมองว่าศูนย์บางซื่อเป็นสถานที่พิเศษ เพราะเป็นศูนย์กลางการเดินทาง คล้ายๆ โตเกียวสเตชั่น มีการสัญจรไปมา แต่ทั้งหมดยังเป็นแผนดำเนินการ ต้องมีการของบประมาณอีกครั้ง สำหรับ 25 จังหวัดที่ขาดแคลนแพทย์ผิวหนังภาครัฐ ประกอบด้วย แม่ฮ่องสอน ลำพูน พะเยา น่าน ตาก เพชรบูรณ์ กำแพงเพชร พิจิตร อ่างทอง กาญจนบุรี สมุทรสงคราม สมุทรสาคร สระแก้ว ระยอง เลย หนองคาย หนองบัวลำภู บึงกาฬ ชัยภูมิ อำนาจเจริญ มุกดาหาร ระนอง สตูล นราธิวาส และปัตตานี