หนังสือ … ‘ศาสนาผีใต้ชะเงื้อมเขาพระสุเมรุ’
ผู้เขียน … ศิริพจน์ เหล่ามานะเจริญ
จัดพิมพ์โดย … สำนักพิมพ์นาตาแฮก
ราคา … 320 บาท
…เป็นเวลานานมากแล้วที่ทั้งพิธีกรรม ความเชื่อ รวมไปถึงวัตถุที่สร้างขึ้นในศาสนาผี ถูกอธิบายผ่านระบบความเชื่อ หรือพิธีกรรมของศาสนาพุทธ หรือพราหมณ์-ฮินดู โดยนัยยะหนึ่งนอกไป จากที่ศาสนาจากชมพูทวีปเหล่านี้จะกวาดต้อนเอาบรรดาสิ่งศักดิ์สิทธิ์ในศาสนาผีพื้นเมืองอุษาคเนย์เข้าไปอยู่ในปริมณฑลจักรวาลวิทยา (cosmology) ของตนเอง ที่มีเขาพระสุเมรุเป็นศูนย์กลาง

ในขณะที่ผู้เขียนรวบรวม และ เรียบเรียงเอาข้อเขียนต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับความเชื่อ พิธีกรรม และวัตถุต่างๆ ซึ่งเกี่ยวข้องกับศาสนาผี ที่เคยเขียนลงในคอลัมน์ On History ของตัวผู้เขียนในนิตยสารมติชนสุดสัปดาห์ เล่มเดียวกับที่อาจารย์นิธิ เอียวศรีวงศ์ นำบทความชุดเกียวโตใต้ชะเงื้อมดอยสุเทพ ลงตีพิมพ์
จึงนึกถึงคำเปรียบเปรยที่อาจารย์นิธิ ใช้ในการตั้งเป็นชื่อหนังสือเล่มดังกล่าวของอาจารย์ขึ้นมาอย่างคมคาย
เพราะจะว่าไปแล้ว ศาสนาผีในอุษาคเนย์เองก็ตกอยู่ภายใต้ร่มเงาของศาสนาใหม่ที่อิมพอร์ตเข้ามาจากชมพูทวีป ไม่ว่าจะเป็นศาสนาพุทธ หรือศาสนาพราหมณ์-ฮินดู ไม่ต่างไปจากเมืองเกียวโต ในมุมมองภายใต้ร่มเงาของชะเงื้อมดอยสุเทพ อย่างที่อาจารย์นิธิเปรียบเปรย
เพียงแต่เปลี่ยนจากชะเงื้อมดอยสุเทพ มาเป็น ‘ชะเงื้อมเขาพระสุเมรุ’’ ศูนย์กลางของจักรวาลในปรัมปราคติ(mythology) ของชมพูทวีป ไม่ว่าจะเป็นพุทธ หรือว่าจะเป็นพราหมณ์-ฮินดู ก็เท่านั้น…”
“ศาสนาผีใต้ชะเงื้อมเขาพระสุเมรุ” เล่มนี้ประกอบไปด้วยข้อเขียน 30 เรื่อง ของศิริพจน์ เหล่ามานะเจริญ ที่เขียนลงมติชน สุดสัปดาห์ระหว่าง พ.ศ.2558-2564
โดยมีประเด็นเนื้อหาเกี่ยวกับ 4 หัวข้อหลักๆ ได้แก่ วัตถุที่สร้างขึ้นในความเชื่อของศาสนาผี, พิธีกรรมในศาสนาผี, สิ่งศักดิ์สิทธิ์ในศาสนาผี และสุดท้ายคือการกลืนกลายของสิ่งศักดิ์สิทธิ์ในศาสนาผี ให้พร้อมด้วยบทความพิเศษ “ร่างทรง” ดึกดำบรรพ์ เข้าสิงด้วยขวัญในศาสนาผี โดย สุจิตต์ วงษ์เทศ
คำนิยมที่แข็งแกร่งที่สุดในปฐพี โดย ชัชชาติ สิทธิพันธุ์
‘ตำราดูพระและวินัยของภิกษุ’ฟื้นฟูพุทธศาสนา
ตระหนักถึงทุกลมหายใจ‘ศิลปะการปลีกวิเวก’
“เข้าวัดก็คือ เข้ามาในแดนอภัย ไม่มีใครทำร้ายใคร มาถึงวัดแล้วต้องหยุดใจเรื่องอาฆาต พยาบาท อิจฉา เราต้อง มองว่า เราเข้ามาวัดแล้ว ใจเรายังอาฆาต พยาบาทไหม เข้ามาถ้าเจอศัตรูในวัด ก็ต้องให้อภัย…” คติธรรม พระราชธรรมนิเทศ หรือ พระพยอม กัลยาโณ เจ้าอาวาสวัดสวนแก้ว อ.บางใหญ่ จ.นนทบุรี

…เริ่มต้นคอลัมน์ในสัปดาห์นี้ ขอแนะนำหนังสือดีจากสำนักพิมพ์แอร์โรว์ นำเสนอ “ตำราดูพระและวินัยของภิกษุ” ผู้เขียน : พระธรรมโกศาจารย์ (พุทธทาสภิกขุ) … หนังสือเล่มนี้ คัดลอกคำแปลมาจากหนังสือ ขุมทรัพย์จากพระโอษฐ์ ของคณะธรรมทาน เปลี่ยนคำยาก บางคำที่สามัญชนไม่เข้าใจ ให้เป็นคำ ง่ายๆ แล้วจัดพิมพ์เผยแผ่แก่ปัญญาชน เพื่อปกป้องและฟื้นฟูพระพุทธศาสนา ตามพระราชประสงค์ขององค์พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว อย่างไรก็ตาม เชื่อแน่ว่าหนังสือเล่มนี้ จะเป็นที่ถูกใจของสาธุชน ที่มีเจตนาดีต่อพระพุทธศาสนา และคงจะได้รับการสนับสนุนจากภิกษุผู้ปฏิบัติดีปฏิบัติชอบ เพราะหนังสือเล่มนี้ ไม่แต่จะทำให้นักบวชที่ชั่วๆ ตายแล้วไม่ตกไปตกนรก แต่ยังช่วยให้ภิกษุที่ดีๆ ได้บรรลุมรรคผลนิพพานง่ายขึ้นอีกด้วย ท่านผู้ใดใช้หนังสือเล่มนี้เป็นคู่มือในการประพฤติพรหมจรรย์แล้ว การบวชของท่านก็จะได้บุญกุศลอันมหาศาลอย่างแน่นอน สำนักพิมพ์ธรรมสภา จัดพิมพ์ ราคา 50 บาท

…“อยู่แบบไม่ทุกข์” ผู้เขียน : พระราชธรรมนิเทศ หรือพระพยอม กัลยาโณ … บนเส้นทางแห่ง “ธรรม” และการลงมือ “ทำ” เพื่อสาธารณประโยชน์ของพระนักเทศน์ พระนักพัฒนา และพระนักสังคมสงเคราะห์ ที่ยังคงปฏิบัติกิจของสงฆ์ร่วมกับการพัฒนาสังคมอยู่เสมอ โดยให้โอกาสและให้สัมมาอาชีพกับผู้ยากไร้ผ่านโครงการต่างๆ ของมูลนิธิ สวนแก้ว ดังปณิธานของพระราชธรรมนิเทศ หรือพระพยอม ที่ต้องการสงเคราะห์คนยากจนและคนเดือดร้อนให้มีที่อยู่ที่กิน ช่วยให้คนมีงานทำมีรายได้มั่นคง เมื่อได้รับความช่วยเหลือแล้ว ก็ต้องรู้จักทำประโยชน์ตอบแทนกลับคืนสู่สังคมเช่นกัน ท่ามกลางวิกฤตขึ้นนี้ กล่าวได้ว่า บทบาทของวัดและพระสงฆ์ ได้มีส่วนช่วยเหลือสังคมในหลายๆ ด้าน เป็นศูนย์รวมจิตใจและความศรัทธาของชุมชน เป็นที่พึ่งของประชาชน และเป็นสะพานบุญที่ชุบชีวิตของผู้ที่รอคอยการช่วยเหลือเพื่อให้คนเหล่านั้นพึ่งพาตนเองได้ พระพยอม เมตตามอบสาระธรรมอันเป็นประโยชน์ผ่านเรื่องราวต่างๆ ในหนังสือดังกล่าว ด้วยวิธีการเล่าเรื่องที่เข้าใจง่าย สนุกได้สาระประกอบกับหลักธรรมคำสอนของพระพุทธเจ้า สำนักพิมพ์วิช จัดพิมพ์ ราคา 29 บาท

…“ศิลปะการปลีกวิเวก THE ART of SOLITUDE” ผู้เขียน : สตีเวน แบตชเลอร์ … การมีชีวิตที่อยู่กับตัวเองได้มีหน้าตาอย่างไร และเป็นไปได้หรือไม่ ที่สัตว์สังคมอย่างมนุษย์ จะยังคงสงบสุขได้แม้อยู่เพียงลำพังและหากเราไม่ได้อยู่เพียงลำพัง การปลีกวิเวกนั้น สามารถเกิดได้อย่างไร หน้าตาไหน แนวคิดที่ปรากฏในเล่ม ไม่ได้ว่าด้วยการภาวนาแบบศาสนาพุทธ แต่พูดถึงหลายมิติของการที่ผู้คนไม่ว่าจะศิลปิน นักปรัชญา ผู้คน ธรรมดาตลอดประวัติศาสตร์สร้างพื้นที่เชื่อมโยง มองเห็นตัวเอง และโลกรอบตัวได้อย่างแจ่มชัดขึ้นมาด้วยการอยู่โดยลำพัง และรู้สึกถึงอิสรภาพ ไม่ใช่ความทุกข์ทรมาน หนังสือเล่มนี้จึงงดงามตามที่การปลีกวิเวกควรจะเป็น คือ ความสงบจากสิ่งรบกวนใดๆ แม้แต่ตัวคำตอบเอง ซึ่งอาจจะทำลายความวิเวกนั้นด้วยซ้ำ เป็นการอ่านเพื่อการทบทวน ทดลอง และตระหนักถึงทุกลมหายใจ ที่เรามีตัว สำนักพิมพ์สวนเงินมีมา จัดพิมพ์ ราคา 290 บาท
…“คนคิดบวก : ชีวิตสะดุด แต่ก็สุขต่อเนื่อง” ผู้เขียน : วี.ศิริ … ในโลกนี้ใครบ้างที่ ไม่เคยล้มเหลวหรือผิดหวังคนที่ล้มเหลวและผิดหวังนั่นแหละ คือคนปกติที่มีโอกาสจะก้าวสู่ความสำเร็จ เพราะมีภูมิคุ้มกันชีวิต กล้ายอมรับความจริง ว่าเราเป็นใคร กล้ายอมรับความจริง กับเรื่องราวที่เกิดขึ้นมาในชีวิตให้ได้ ยกมือไหว้ขอบคุณทุกเหตุการณ์ที่ได้พบเจอมาในชีวิต เพราะนั่นคือครู ที่คอยสอนบทเรียนให้แก่เรา เมื่อยอมรับได้ ชีวิตจะไม่จมปลักอยู่ในความคิดเดิมๆ เมื่อความคิดเปลี่ยน ชีวิตก็เปลี่ยน สำนักพิมพ์ปราชญ์ จัดพิมพ์ ราคา 99 บาท
…แล้วพบกันใหม่ในสัปดาห์หน้า