บีบีซีรายงานวันที่ 27 มี.ค. ว่า กระทรวงกลาโหมรัสเซียแถลงว่ายิงโดรนของยูเครนตกในเมืองคีรีเยฟสก์ แคว้นตูลา ทางตะวันตกของรัสเซีย ห่างจากชายแดนยูเครนราว 400 กิโลเมตร และห่างจากกรุงมอสโกไปทางใต้ประมาณ 220 กิโลเมตร โดยสื่อท้องถิ่นรัสเซียระบุว่ามีคนได้รับบาดเจ็บ 3 คนจากการระเบิดหลังโดรนลำดังกล่าวถูกยิงตก ด้านยูเครนแถลงปฏิเสธข้อครหาของรัสเซียที่ระบุว่ายูเครนส่งโดรนระเบิดเข้ามาในดินแดนรัสเซียเพื่อโจมตีพลเรือน
ทางการรัสเซียเปิดเผยว่า อากาศยานไร้คนขับ (ยูเอวี) ประเภทสตริช ตู 141 ซึ่งบรรจุวัตถุระเบิด ถูกยิงตกเมื่อเวลา 15.20 น. ของวันอาทิตย์ที่ 26 มี.ค. ก่อให้เกิดพื้นที่แอ่งระเบิดขนาดใหญ่ใจกลางเมือง จากแถลงการณ์ของกระทรวงกลาโหมรัสเซียที่โพสต์ผ่านเทเลแกรม กล่าวหาว่ายูเครนพยายามใช้โดรนโจมตีพลเรือนรัสเซีย “ระบบป้องกันภัยทางอากาศของรัสเซีย ถูกส่งไปประจำการในตูลา ทั้งระบบขีปนาวุธต่อต้านอากาศยานเอส 300 และแพนต์เซอร์ เอส 1 เช่นเดียวกับโปเล 21 ระบบสงครามอิเล็กทรอนิกส์ ซึ่งสามารถจัดการกับโดรนโจมตีของยูเครนด้วยการปิดระบบนำทางของโดรน”
วันเดียวกัน องค์การสนธิสัญญาแอตแลนติกเหนือ (นาโต) แถลงประณามรัสเซียว่ากระทำการที่เป็นอันตรายและขาดความรับผิดชอบ หลังจากประธานาธิบดีวลาดิมีร์ ปูติน ผู้นำรัสเซีย แถลงว่าบรรลุข้อตกลงติดตั้งอาวุธนิวเคลียร์ทางยุทธวิธีในดินแดนเบลารุส เมื่อวันที่ 25 มี.ค. นาโตจะติดตามความเคลื่อนไหวอย่างใกล้ชิด ขณะที่สหรัฐอเมริการะบุไม่เชื่อว่ารัสเซียกำลังเตรียมใช้อาวุธนิวเคลียร์ ด้านยูเครนเรียกร้องให้คณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติเรียกประชุมฉุกเฉินเพื่อหารือถึงภัยคุกคามจากประกาศของนายปูติน แม้ผู้นำรัสเซียยืนกรานว่าจะไม่มอบอำนาจการควบคุมอาวุธให้เบลารุส แต่เบลารุสเป็นพันธมิตรเหนียวแน่นของรัสเซีย และแสดงจุดยืนสนับสนุนการรุกรานยูเครนตั้งแต่เริ่มสงคราม